บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
5.05
0.05 (0.98%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5769 out_tok=2109 at=2026-07-25T18:08:11 -->
# KGI กำไรสุทธิปี 65 หายกว่าครึ่ง เหลือ 1,004 ล้านบาท รับผลกระทบตลาด-ตั้งสำรองหุ้น MORE
## รายได้รวมวูบ 23% เหตุผลหลักจากกำไรเครื่องมือทางการเงินลดลง ขณะที่ฝ่ายจัดการชี้แจงการตั้งสำรองหุ้น MORE กระทบผลขาดทุน
บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KGI รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ 1,004 ล้านบาท ลดลง 46% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้รวม 4,146 ล้านบาท ลดลง 23% จากปัจจัยหลักด้านกำไรและผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงินที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากกรณีหุ้น MORE
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ KGI ในปี 2565 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 46% มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ **1) การลดลงอย่างมากของกำไรและผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงิน** และ **2) การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 221 ล้านบาท** ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากกรณีหุ้น MORE
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **กำไรและผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงินลดลง 36%** จาก 2,232 ล้านบาทในปี 2564 เหลือ 1,435 ล้านบาทในปี 2565 ฝ่ายจัดการระบุว่า "เป็นไปตามสภาวะตลาด" ซึ่งสะท้อนถึงความผันผวนของตลาดที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตราสารอนุพันธ์ การลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุน รวมถึงธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือทางการเงิน
* **การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 221 ล้านบาท** เกิดจากลูกหนี้รายหนึ่งที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตจากการทำธุรกรรมที่ผิดปกติของหุ้นบริษัท มอร์รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) (หุ้น MORE และ MORE-R) จำนวน 276 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้ตั้งสำรองเต็มจำนวน 227 ล้านบาทสำหรับรายการนี้
นอกจากนี้ รายได้หลักอื่นๆ ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยรายได้ค่านายหน้าลดลง 13% จาก 1,282 ล้านบาท เป็น 1,115 ล้านบาท เนื่องจากมูลค่าการซื้อขายรายวันเฉลี่ยของ SET ลดลง และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง 16% จาก 1,587 ล้านบาท เป็น 1,329 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุนรวมและค่าธรรมเนียมตัวแทนซื้อขายหน่วยลงทุน
อย่างไรก็ตาม มีบางส่วนที่ปรับตัวดีขึ้น คือ รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 11% จาก 227 ล้านบาท เป็น 252 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์และเงินฝาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับปัจจัยการตั้งสำรองจากหุ้น MORE เนื่องจากเป็นเหตุการณ์เฉพาะที่เกิดขึ้นจากลูกหนี้รายเดียวและธุรกรรมที่ผิดปกติ อย่างไรก็ตาม สภาวะตลาดที่ส่งผลกระทบต่อกำไรจากเครื่องมือทางการเงินนั้น **ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุเพียงว่า "เป็นไปตามสภาวะตลาด" ซึ่งบ่งชี้ว่าความผันผวนของตลาดอาจยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 46%** อยู่ที่ 1,004 ล้านบาท จาก 1,858 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้รวมลดลง 23%** อยู่ที่ 4,146 ล้านบาท จาก 5,356 ล้านบาทในปี 2564
* **กำไรและผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงินลดลง 36%** เป็น 1,435 ล้านบาท จาก 2,232 ล้านบาท
* **ตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต 221 ล้านบาท** จากกรณีหุ้น MORE
* **รายได้ค่านายหน้าลดลง 13%** และ **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง 16%**
* **รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 11%** จาก 227 ล้านบาท เป็น 252 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ 1,004 ล้านบาท ลดลง 46% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้รวม 4,146 ล้านบาท ลดลง 23% จาก 5,356 ล้านบาทในปี 2564 อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 24.23% ลดลงจาก 34.69% ในปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **รายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์และเงินฝาก เป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องและการให้สินเชื่อที่ยังคงมีประสิทธิภาพ
* **การกระจายรายได้:** โครงสร้างรายได้ของบริษัทมีการกระจายในหลายธุรกิจ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงรายได้จากแหล่งใดแหล่งหนึ่งมากเกินไป
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสภาวะตลาด:** การลดลงของกำไรและผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงินสะท้อนถึงความอ่อนไหวต่อความผันผวนของตลาด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต
* **เหตุการณ์เฉพาะ:** การตั้งสำรองจากกรณีหุ้น MORE แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากธุรกรรมที่ผิดปกติของลูกค้า หรือการผิดนัดชำระหนี้
* **การแข่งขันในธุรกิจหลักทรัพย์:** การลดลงของมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์และแนวโน้มการแข่งขันที่สูงในอุตสาหกรรม อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ค่านายหน้าและค่าธรรมเนียม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มสภาวะตลาดและผลกระทบต่อกำไรจากเครื่องมือทางการเงิน
* การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเครดิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่อาจเกิดเหตุการณ์ผิดปกติซ้ำ
* การฟื้นตัวของมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาด SET
* ผลการดำเนินงานของธุรกิจจัดการกองทุน และการปรับตัวต่อการแข่งขัน
* การบริหารจัดการต้นทุน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานและค่าธรรมเนียมต่างๆ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **รายได้ค่านายหน้า:** ลดลง 13% เป็น 1,115 ล้านบาท โดยค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ลดลง 21% เป็น 780 ล้านบาท สอดคล้องกับมูลค่าการซื้อขายรายวันเฉลี่ยของ SET ที่ลดลง ในขณะที่ค่านายหน้าจากสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพิ่มขึ้น 14% เป็น 335 ล้านบาท
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ:** ลดลง 16% เป็น 1,329 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุนรวมและค่าธรรมเนียมตัวแทนซื้อขายหน่วยลงทุนของบริษัทย่อย
* **รายได้ดอกเบี้ย:** เพิ่มขึ้น 11% เป็น 252 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์และเงินฝาก
* **กำไรและผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงิน:** ลดลง 36% เป็น 1,435 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการ
* **ค่าใช้จ่าย:** ลดลง 6% เป็น 2,899 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานลดลง 16% และค่าธรรมเนียมและบริการจ่ายลดลง 14%
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:** มีการตั้งสำรอง 221 ล้านบาท จากกรณีหุ้น MORE
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง
## สรุปท้าย
KGI เผชิญปี 2565 ที่ท้าทาย โดยกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 46% เป็น 1,004 ล้านบาท จากผลกระทบหลักของสภาวะตลาดที่ส่งผลให้กำไรจากเครื่องมือทางการเงินลดลง และการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตจากกรณีหุ้น MORE แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยจะเติบโตได้ดี แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากปัจจัยลบข้างต้นได้ การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเครดิตและติดตามสภาวะตลาดจะเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาต่อไปในปี 2566
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KGI ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
839.81
ล้านบาท
↓ 17.2% YoY
กำไรขั้นต้น
607.90
ล้านบาท
↓ 5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
72.39
%
กำไรสุทธิ
162.08
ล้านบาท
↓ 41.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.30
%
D/E Ratio
1.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
840
↓ -17.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
608
↓ -5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
162
↓ -41.9%
YoY
D/E Ratio
1.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KGI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.10
ROE (%)
10.82
ROA (%)
7.59
Book Value/หุ้น
4.24
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KGI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,272
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,648
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KGI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,271.95
+233.96%
|
-680.31
+215.69%
|
-215.50
-6.26%
|
-229.90
-113.60%
|
1,690.23
-602.33%
|
-336.48
-122.24%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,648.36
+94.97%
|
845.43
-710.51%
|
-138.48
+118.01%
|
-63.52
-131.40%
|
202.29
-710.41%
|
-33.14
+679.76%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
685.96
+1.50%
|
675.82
-226.25%
|
-535.30
-56,447.37%
|
0.95
-100.04%
|
-2,155.08
-428.47%
|
656.10
-142.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
62.91
-92.35%
|
822.84
-191.53%
|
-899.01
+205.74%
|
-294.04
+31.91%
|
-222.91
-180.25%
|
277.78
-548.61%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
643.95
-28.93%
|
906.04
+68.61%
|
537.36
-38.60%
|
875.12
+42.68%
|
613.33
+82.78%
|
335.55
-3.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
439.98
-31.67%
|
643.95
-28.93%
|
906.04
+68.61%
|
537.36
-38.60%
|
875.12
+42.68%
|
613.33
+82.78%
|