บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
5.05
0.05 (0.98%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5690 out_tok=2363 at=2026-07-25T19:37:32 -->
# KGI กำไร Q3/2565 หดตัว YoY รับผลกระทบวอลุ่มเทรด SET ชะลอ
## รายได้รวมลดลง 9% ขณะที่กำไรจากเครื่องมือทางการเงินยังทรงตัว ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์รับมือ
บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KGI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรส่วนที่บริษัทใหญ่ 349 ล้านบาท ลดลง 13.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 403 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่ปรับตัวลดลง 9% สวนทางกับค่าใช้จ่ายที่ลดลง 4% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาด SET ที่ลดลง ส่งผลกระทบต่อรายได้ค่านายหน้าและค่าธรรมเนียม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ KGI ในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ **รายได้รวมที่ลดลง 9%** โดยเฉพาะอย่างยิ่ง **รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ที่หดตัว 11%** และ **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่ลดลง 22%** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากมูลค่าการซื้อขายรายวันเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ากำไรและผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงินจะยังคงทรงตัวและเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 4% แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้หลักที่ลดลงได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักที่ทำให้รายได้ค่านายหน้าลดลงมาจาก **มูลค่าการซื้อขายรายวันเฉลี่ยของ SET ที่ลดลง** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท นอกจากนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่ลดลง 22% ยังเป็นผลมาจากการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุนรวมและรายได้ค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ของบริษัทย่อย (บลจ.วรรณ) การลดลงของปริมาณการซื้อขายนี้สะท้อนถึงสภาวะตลาดที่ผันผวนและนักลงทุนที่ชะลอการตัดสินใจลงทุน ทำให้ปริมาณธุรกรรมโดยรวมลดลงตามไปด้วย ในขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายรวมของบริษัทก็ปรับลดลง 4% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานและค่าธรรมเนียมและบริการจ่าย แต่การลดลงของค่าใช้จ่ายไม่มากพอที่จะชดเชยการหดตัวของรายได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** จากข้อมูลในเอกสาร ระบุว่ามูลค่าการซื้อขายรายวันเฉลี่ยของ SET ที่ลดลงเป็นสาเหตุหลัก ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดโดยรวมและปัจจัยมหภาคต่างๆ ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มในระยะสั้นถึงกลางว่ามูลค่าการซื้อขายจะกลับมาคึกคักได้เมื่อใด หรือมีมาตรการใดที่จะกระตุ้นรายได้ในส่วนนี้เป็นพิเศษ ดังนั้น จึงยังมีความไม่แน่นอนว่าปัจจัยนี้จะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปในไตรมาสถัดไปหรือไม่ นักลงทุนจึงควรติดตามสภาวะตลาดและปริมาณการซื้อขายอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 13.4% YoY:** กำไรส่วนที่บริษัทใหญ่ในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 349 ล้านบาท เทียบกับ 403 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมหดตัว 9%:** รายได้รวมอยู่ที่ 1,110 ล้านบาท ลดลงจาก 1,219 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564
* **รายได้ค่านายหน้าลดลง 11%:** สาเหตุหลักจากมูลค่าการซื้อขายรายวันเฉลี่ยของ SET ที่ลดลง
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง 22%:** มาจากค่าธรรมเนียมจัดการกองทุนและจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ของ บลจ.วรรณ
* **กำไรจากเครื่องมือทางการเงินทรงตัว:** เพิ่มขึ้น 4% เป็น 424 ล้านบาท ช่วยพยุงผลประกอบการโดยรวม
* **ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 4%:** มาจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานและค่าธรรมเนียมจ่าย
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีกำไรส่วนที่บริษัทใหญ่ 349 ล้านบาท ลดลง 13.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 ที่มีกำไร 403 ล้านบาท โดยรายได้รวมอยู่ที่ 1,110 ล้านบาท ลดลง 9% จาก 1,219 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 4% มาอยู่ที่ 715 ล้านบาท จาก 745 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีกำไรส่วนที่บริษัทใหญ่ 933 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 39.4% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 1,539 ล้านบาท โดยรายได้รวมลดลง 25% มาอยู่ที่ 3,174 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 13% มาอยู่ที่ 2,068 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดทุน:** หากสภาวะตลาดทุนกลับมาคึกคักและมูลค่าการซื้อขายรายวันเฉลี่ยของ SET ปรับตัวสูงขึ้น จะส่งผลดีโดยตรงต่อรายได้ค่านายหน้าและค่าธรรมเนียมของบริษัท
* **ธุรกิจเครื่องมือทางการเงิน:** กำไรและผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงินยังคงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนผลประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจ DW และตราสารอนุพันธ์นอกตลาด
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การลดลงของค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัท ซึ่งจะเป็นประโยชน์เมื่อรายได้กลับมาเติบโต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดทุน:** ความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยมหภาคต่างๆ อาจส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ยังคงอยู่ในระดับต่ำ หรือผันผวนมากขึ้น ซึ่งกระทบต่อรายได้หลักของบริษัท
* **การแข่งขันในธุรกิจหลักทรัพย์:** ธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์มีการแข่งขันสูง หากไม่สามารถรักษาฐานลูกค้าหรือเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดได้ อาจส่งผลต่อรายได้ในระยะยาว
* **ผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจโลก:** ปัจจัยภายนอก เช่น อัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและปริมาณการซื้อขาย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **มูลค่าการซื้อขายรายวันเฉลี่ยของ SET:** แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้ของ KGI
* **ผลประกอบการของ บลจ.วรรณ:** การฟื้นตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุนรวมและค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายหน่วยลงทุนของบริษัทย่อย
* **กลยุทธ์การปรับตัวของฝ่ายจัดการ:** แผนการดำเนินงานและมาตรการในการรับมือกับสภาวะตลาดที่ท้าทาย รวมถึงการสร้างรายได้จากธุรกิจอื่นนอกเหนือจากธุรกิจนายหน้า
* **กำไรและผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงิน:** ความสามารถในการสร้างรายได้จากธุรกิจ DW และตราสารอนุพันธ์นอกตลาด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในส่วนของธุรกิจหลักทรัพย์ KGI ได้รับผลกระทบโดยตรงจากมูลค่าการซื้อขายรายวันเฉลี่ยของ SET ที่ลดลง ส่งผลให้รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ลดลง 11% ในไตรมาส 3 ปี 2565 เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ ซึ่งรวมถึงค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุนรวมและค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ของ บลจ.วรรณ ก็ลดลงถึง 22% สะท้อนถึงสภาวะอุตสาหกรรมจัดการกองทุนที่ยังคงเผชิญความท้าทาย
อย่างไรก็ตาม รายได้ดอกเบี้ยยังคงเติบโตเล็กน้อย 4% จากการเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยเงินฝากและดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ ส่วนกำไรและผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงิน ซึ่งเป็นธุรกิจสำคัญของ KGI เช่น การออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และธุรกิจตราสารอนุพันธ์นอกตลาด ยังคงเป็นปัจจัยบวก โดยมีกำไรเพิ่มขึ้น 4% ในไตรมาสนี้
ในด้านค่าใช้จ่าย บริษัทสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยค่าใช้จ่ายรวมลดลง 4% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานและค่าธรรมเนียมและบริการจ่าย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทอย่างชัดเจน
## สรุปท้าย
KGI เผชิญความท้าทายในไตรมาส 3 ปี 2565 จากการหดตัวของรายได้หลัก โดยเฉพาะรายได้ค่านายหน้าและค่าธรรมเนียม อันเป็นผลมาจากมูลค่าการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่ชะลอตัว แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้ดีและมีรายได้จากเครื่องมือทางการเงินที่ยังคงแข็งแกร่ง แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบดังกล่าว ทำให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แนวโน้มในอนาคตยังคงต้องจับตาดูสภาวะตลาดทุนและกลยุทธ์การปรับตัวของฝ่ายจัดการอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสในการฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KGI ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
839.81
ล้านบาท
↓ 17.2% YoY
กำไรขั้นต้น
607.90
ล้านบาท
↓ 5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
72.39
%
กำไรสุทธิ
162.08
ล้านบาท
↓ 41.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.30
%
D/E Ratio
1.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
840
↓ -17.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
608
↓ -5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
162
↓ -41.9%
YoY
D/E Ratio
1.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KGI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.10
ROE (%)
10.82
ROA (%)
7.59
Book Value/หุ้น
4.24
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KGI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,272
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,648
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KGI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,271.95
+233.96%
|
-680.31
+215.69%
|
-215.50
-6.26%
|
-229.90
-113.60%
|
1,690.23
-602.33%
|
-336.48
-122.24%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,648.36
+94.97%
|
845.43
-710.51%
|
-138.48
+118.01%
|
-63.52
-131.40%
|
202.29
-710.41%
|
-33.14
+679.76%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
685.96
+1.50%
|
675.82
-226.25%
|
-535.30
-56,447.37%
|
0.95
-100.04%
|
-2,155.08
-428.47%
|
656.10
-142.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
62.91
-92.35%
|
822.84
-191.53%
|
-899.01
+205.74%
|
-294.04
+31.91%
|
-222.91
-180.25%
|
277.78
-548.61%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
643.95
-28.93%
|
906.04
+68.61%
|
537.36
-38.60%
|
875.12
+42.68%
|
613.33
+82.78%
|
335.55
-3.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
439.98
-31.67%
|
643.95
-28.93%
|
906.04
+68.61%
|
537.36
-38.60%
|
875.12
+42.68%
|
613.33
+82.78%
|