บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
11.00
+0.30 (+2.80%)
สรุปสั้น
บริษัทมีกําไรสุทธิที่เพิ่มจากการบริหารการจัดเก็บพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพที่ดี โดยรายได้ดอกเบี้ย และเงินปันผล และกําไรจากเงินให้เสินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ จากธุรกิจการซื้อหนี้ด้อย คุณภาพมาบริหาร เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 1/2564 เท่ากับ 272.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 40.1 เป็นผลสืบเนื่องจาก การเพิ่มขึ้นรายได้ดอกเบี้ย และเงินปันผล
ซึ่งเป็นผลจากสามารถจัดเก็บหนี้ด้อยคุณภาพที่รับซื้อในช่วงปี 2564 และมีรายได้จากการจัดเก็บจากกองหนี้ด้อยคุณภาพที่ตัดมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 48.6
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บทสรุปผลประกอบการหุ้น JMT: ปี 2567 (อัปเดต)
**สรุปสั้น:** ในปี 2567 JMT มีรายได้รวมเติบโตเล็กน้อยที่ 2.7% แต่กำไรสุทธิลดลง 19.7% สาเหตุหลักมาจากต้นทุนการให้บริการและผลขาดทุนด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้น แม้จะมีการควบคุมผลขาดทุนด้านเครดิตได้ดีขึ้นในไตรมาส 4 NIM, NPL และ Coverage Ratio ไม่ได้ถูกระบุไว้ในเอกสารที่ให้มา บริษัทใช้กระแสเงินสดภายใน, เงินปันผล, เงินกู้ยืมคืนจากกิจการร่วมค้า, และการออกหุ้นกู้ (1,800 ล้านบาทในไตรมาส 3/2567) เป็นแหล่งเงินทุน และมีแผนออกหุ้นกู้เพิ่มเติมในไตรมาส 1/2568
**เศรษฐกิจ:** ภาวะเศรษฐกิจในปี 2567 เผชิญกับความท้าทายจากการชะลอตัว อันเนื่องมาจากปัจจัยภายนอก เช่น การฟื้นตัวที่ช้ากว่าที่คาดจากวิกฤต COVID-19, ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และความผันผวนของอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ ทำให้ปริมาณหนี้ด้อยคุณภาพในระบบการเงินโดยรวมเพิ่มขึ้น JMT มองว่าธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพมีบทบาทสำคัญในการช่วยฟื้นฟูเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ และคาดหวังว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจในระดับรากหญ้า สภาพัฒน์คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2568 จะขยายตัว 2.3-3.3%
**การเปลี่ยนแปลงของกำไร:** กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของ JMT ในปี 2567 เท่ากับ 1,615.2 ล้านบาท ลดลง 395.5 ล้านบาท หรือ 19.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รายได้รวมเพิ่มขึ้น 2.7% จากรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลที่เพิ่มขึ้น 6.1% แต่ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 20.1% และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 13.7% ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ นอกจากนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้า (JK AMC) ลดลง 13.8% อีกด้วย
**สินเชื่อและสัดส่วน:** เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อโดยตรง แต่กล่าวถึงเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ที่คาดว่าจะได้รับชำระเกินกว่าหนึ่งปี ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท (50.1% ของสินทรัพย์รวม) และลดลง 6.8% จากปีก่อน เนื่องจากการรับชำระเงินและการตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ไม่มีข้อมูล NIM, NPL, และ Coverage Ratio ในเอกสารที่ให้มา
**สภาพคล่องและความเพียงพอของเงินทุน:** เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 684.7 ล้านบาทในปี 2567 โดยมีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน 1,365.7 ล้านบาท (จากการซื้อลูกหนี้น้อยลง), กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน 630.8 ล้านบาท (จากการรับชำระหนี้เงินกู้ยืมจากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน), และกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 2,681.2 ล้านบาท (ส่วนใหญ่ใช้จ่ายชำระหนี้หุ้นกู้)
**ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสการลงทุน:** ความเสี่ยงที่สำคัญคือภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ และทำให้การจัดเก็บหนี้ด้อยคุณภาพทำได้ยากขึ้น อย่างไรก็ตาม JMT ยังคงมีโอกาสในการเติบโตในธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ เนื่องจากปริมาณหนี้เสียในระบบการเงินมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ JMT ยังมีหนี้คุณภาพดีที่ซื้อมาก่อนหน้านี้เพียงพอสำหรับการดำเนินธุรกิจในระยะสั้นถึงกลาง การแข่งขันในธุรกิจให้บริการติดตามหนี้มีค่อนข้างสูง
**การดำเนินงานด้านความยั่งยืน (ESG):** JMT ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความยั่งยืนในด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และบรรษัทภิบาล ได้รับการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในระดับ "ดีเยี่ยม" และมีเป้าหมายที่จะยกระดับการกำกับดูแลกิจการให้อยู่ในระดับ "ดีมาก" มีการลงทุนใน Solar Rooftop ในสาขาอุดรธานีและเพชรบูรณ์ นอกจากนี้ ยังมีการจัดการด้านแรงงาน การพัฒนาทักษะบุคลากร และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับชุมชน
**สรุปสั้นท้ายสุด:** ปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อรายได้และกำไรของ JMT ในปี 2567 คือการเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจ การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการให้บริการและค่าใช้จ่ายในการบริหาร การลดลงของส่วนแบ่งกำไรจาก JK AMC และการลดลงของการซื้อหนี้มาบริหาร แม้ว่า JMT จะสามารถควบคุมผลขาดทุนด้านเครดิตได้ดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง และมีสภาพคล่องเพียงพอที่จะชำระหนี้ แต่กำไรสุทธิก็ยังคงลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากปัจจัยดังกล่าว JMT จำเป็นต้องบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ลงทุนในความยั่งยืน และรักษาฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JMT ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,152.00
ล้านบาท
↓ 9.9% YoY
กำไรขั้นต้น
727.26
ล้านบาท
↓ 11.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
63.13
%
กำไรสุทธิ
221.72
ล้านบาท
↓ 44.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.25
%
D/E Ratio
0.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,152
↓ -9.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
727
↓ -11.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
222
↓ -44.6%
YoY
D/E Ratio
0.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JMT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.36
ROE (%)
3.84
ROA (%)
4.39
Book Value/หุ้น
18.76
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JMT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-581
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JMT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-580.92
-82.52%
|
-3,323.46
-1,007.36%
|
366.28
-107.94%
|
-4,613.35
+16.67%
|
-3,954.34
+112.54%
|
-1,860.53
+584.92%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-16.74
-102.26%
|
739.73
-89.78%
|
7,234.77
+57.58%
|
4,591.25
-847.80%
|
-613.97
+316.50%
|
-147.41
+5.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,764.31
-153.00%
|
5,215.92
-199.60%
|
-5,236.67
-359.56%
|
2,017.53
-53.64%
|
4,351.47
+63.70%
|
2,658.25
+548.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-3,361.93
-227.73%
|
2,632.07
+11.32%
|
2,364.38
+18.48%
|
1,995.62
-1,018.84%
|
-217.19
-133.40%
|
650.21
-32,938.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,101.43
-38.33%
|
1,786.11
-36.14%
|
2,797.09
+34.74%
|
2,075.97
+114.66%
|
967.08
+205.21%
|
316.86
-54.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
607.08
-44.88%
|
1,101.43
-38.33%
|
1,786.11
-36.14%
|
2,797.09
+34.74%
|
2,075.97
+114.66%
|
967.08
+205.21%
|