บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
12.00
+0.10 (+0.84%)
สรุปสั้น
บริษัทมีกําไรสุทธิที่เพิ่มจากการบริหารการจัดเก็บพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพที่ดี โดยรายได้ดอกเบี้ย และเงินปันผล และกําไรจากเงินให้เสินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ จากธุรกิจการซื้อหนี้ด้อย คุณภาพมาบริหาร เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 1/2564 เท่ากับ 272.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 40.1 เป็นผลสืบเนื่องจาก การเพิ่มขึ้นรายได้ดอกเบี้ย และเงินปันผล
ซึ่งเป็นผลจากสามารถจัดเก็บหนี้ด้อยคุณภาพที่รับซื้อในช่วงปี 2564 และมีรายได้จากการจัดเก็บจากกองหนี้ด้อยคุณภาพที่ตัดมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 48.6
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7469 out_tok=2816 at=2026-07-25T19:30:52 -->
# JMT กำไร Q3/2564 ทำสถิติสูงสุดใหม่ รับพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพโตต่อเนื่อง
## รายได้รวมโต 21.1% หนุนกำไรสุทธิพุ่ง 24.2% ท่ามกลางล็อกดาวน์ ฝ่ายบริหารมั่นใจฐานทุนแกร่งรับปีหน้า
บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 ทำสถิติกำไรสุทธิรายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (ATH) ที่ 351.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะเผชิญกับสถานการณ์การล็อกดาวน์ที่เข้มข้น รายได้รวมเติบโต 21.1% เป็น 948.9 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการขยายการลงทุนในหนี้ด้อยคุณภาพที่มีศักยภาพและการรับรู้รายได้จากพอร์ตหนี้ที่ตัดมูลค่าเงินลงทุนครบแล้ว ฝ่ายบริหารยังคงมองแนวโน้มเชิงบวกสำหรับไตรมาส 4 และปี 2565 โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังการเพิ่มทุนที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งด้านเงินทุน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ JMT ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากเงินให้สินเชื่อการซื้อลูกหนี้ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 86% ของรายได้รวม** โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 21.1% YoY เป็น 948.9 ล้านบาท และกำไรสุทธิเติบโต 24.2% YoY เป็น 351.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติกำไรรายไตรมาสสูงสุดใหม่ (ATH) ปัจจัยนี้เป็นผลมาจากการดำเนินงานปกติ (Recurring) ที่มีประสิทธิภาพ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากเงินให้สินเชื่อการซื้อลูกหนี้ มาจากสองส่วนหลัก คือ 1) **ประสิทธิภาพการจัดเก็บหนี้ที่ดีขึ้น** และ 2) **การรับรู้รายได้จากพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพที่ตัดมูลค่าเงินลงทุนครบแล้ว (Fully Amortized)** ซึ่งฝ่ายบริหารได้ระบุว่ามีการขยายการลงทุนในหนี้ด้อยคุณภาพที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การบริหารต้นทุนการให้บริการที่ลดลงเล็กน้อย 4.6% YoY ประกอบกับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการติดตามหนี้และการบริหารค่าใช้จ่ายพนักงานที่ลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 23.5% YoY และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 16.4% YoY แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารจะเพิ่มขึ้น 38.9% YoY เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าบริหารงาน และค่าเสื่อมราคา
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** จากมุมมองของฝ่ายบริหารที่ระบุว่า การบริหารการจัดเก็บหนี้และการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้นระหว่างปี จะช่วยเพิ่มยอดการจัดเก็บกระแสเงินสดได้ในไตรมาส 4/2564 นอกจากนี้ การมีพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพที่มีประสิทธิภาพและระบบการจัดเก็บที่ดีจะช่วยบริหารต้นทุนต่อต้นทุนได้ดีขึ้น ที่สำคัญคือ บริษัทจะได้รับเงินเพิ่มทุนประมาณ 10,000 ล้านบาทภายในไตรมาส 4/2564 ซึ่งจะสร้างความได้เปรียบในการเข้าประมูลซื้อหนี้ในปี 2565 และเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างเงินทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2564 ทำสถิติสูงสุดใหม่ (ATH)** ที่ 351.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.2% YoY
* **รายได้รวม Q3/2564 เติบโต 21.1% YoY** แตะ 948.9 ล้านบาท
* **ยอดจัดเก็บหนี้ Q3/2564 สูงถึง 1,241 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 26% YoY
* **ซื้อหนี้ด้อยคุณภาพรวม 7,118 ล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรกปี 2564** หนุนมูลค่าพอร์ตสะสมแตะ 230,997 ล้านบาท
* **เตรียมรับเงินเพิ่มทุนราว 10,000 ล้านบาทใน Q4/2564** เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านเงินทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 948.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2563 ที่มีรายได้ 783.5 ล้านบาท และสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 มีรายได้รวม 2,574.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีรายได้ 2,310.4 ล้านบาท กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 351.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.2% YoY ขณะที่งวด 9 เดือนแรกปี 2564 มีกำไรสุทธิ 923.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.8% YoY อัตรากำไรสุทธิในไตรมาส 3 อยู่ที่ 37% และสำหรับ 9 เดือนแรกอยู่ที่ 36%
## โอกาส
* **การขยายการลงทุนในหนี้ด้อยคุณภาพที่มีศักยภาพ:** บริษัทมีการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพอย่างต่อเนื่อง โดย 9 เดือนแรกปี 2564 ซื้อหนี้รวม 7,118 ล้านบาท ทำให้พอร์ตหนี้สะสมแตะระดับสูง
* **การรับรู้รายได้จากพอร์ตที่ตัดมูลค่าเงินลงทุนครบแล้ว:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนรายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากการซื้อลูกหนี้
* **การเพิ่มทุนที่คาดว่าจะแล้วเสร็จใน Q4/2564:** เงินเพิ่มทุนราว 10,000 ล้านบาท จะเป็นฐานเงินทุนที่แข็งแกร่ง สร้างความได้เปรียบในการประมูลซื้อหนี้ในปี 2565 และเพิ่มความสามารถในการ Leverage
* **การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการติดตามหนี้:** การวิเคราะห์ลูกค้าด้วย AI และ Big Data จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามหนี้ในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 และมาตรการล็อกดาวน์:** แม้บริษัทจะสามารถเติบโตได้ แต่สถานการณ์ยังคงส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม
* **หนี้ด้อยคุณภาพที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต:** คาดว่าจะมีหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้นอีกหลังจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้สิ้นสุดลง
* **การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การรับประกันภัย:** รายได้จากการรับประกันภัยสำหรับ 9 เดือนแรกปี 2564 ลดลง 49.9% จากการปรับกลยุทธ์เพื่อควบคุมอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าของการเพิ่มทุน:** การระดมทุนได้เต็มจำนวน 10,000 ล้านบาท จะส่งผลต่อความแข็งแกร่งทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ
* **ปริมาณและมูลค่าหนี้ด้อยคุณภาพที่บริษัทจะเข้าประมูลซื้อในปี 2565:** การมีเงินทุนที่แข็งแกร่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้หนี้ที่มีคุณภาพ
* **ประสิทธิภาพการจัดเก็บหนี้และการบริหารต้นทุน:** การรักษาอัตราการเติบโตของยอดจัดเก็บและควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
* **การนำเทคโนโลยี AI และ Big Data มาใช้:** การวัดผลลัพธ์และประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจากการนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการติดตามหนี้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
JMT ซึ่งอยู่ในกลุ่มธุรกิจการเงิน โดยเฉพาะธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ มีการดำเนินงานที่น่าสนใจในไตรมาส 3/2564 โดยรายได้หลักมาจาก **รายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากเงินให้สินเชื่อการซื้อลูกหนี้** ซึ่งเติบโต 29.1% YoY ในไตรมาสนี้ และ 19.6% YoY ใน 9 เดือนแรกปี 2564 คิดเป็นสัดส่วน 86% ของรายได้รวม แสดงให้เห็นถึงการพึ่งพิงรายได้จากการบริหารพอร์ตหนี้เป็นหลัก ในขณะที่ **รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า** ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับค่าธรรมเนียมหรือบริการอื่นๆ มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งในไตรมาสและ 9 เดือนแรกปี 2564 รายได้จากการรับประกันภัยมีการเติบโต 16.1% ในไตรมาส 3 แต่ลดลง 49.9% ใน 9 เดือนแรก สะท้อนการปรับกลยุทธ์ของบริษัท
ต้นทุนการให้บริการมีการบริหารจัดการที่ดี โดยลดลงเล็กน้อย 4.6% YoY ในไตรมาส 3 และ 3% YoY ใน 9 เดือนแรก ซึ่งสอดคล้องกับการนำเทคโนโลยีมาใช้และลดค่าใช้จ่ายพนักงาน อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 91.7% YoY ในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นผลจากค่าสินไหมที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์โควิด
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 38.9% YoY ในไตรมาส 3 และ 32.7% YoY ใน 9 เดือนแรก เป็นผลจากค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าบริหารงาน และค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการขยายธุรกิจ
การโอนกลับผลขาดทุนทางด้านเครดิต (Write-back) มีการเพิ่มขึ้น 60.5% YoY ในไตรมาส 3 แต่ลดลง 5.7% YoY ใน 9 เดือนแรก ซึ่งอาจสะท้อนถึงการบริหารจัดการหนี้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในบางช่วง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 19,742.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.3% จากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น และมีการซื้อกองหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้น หนี้สินรวมอยู่ที่ 11,260.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.2% จากสิ้นปี 2563 เนื่องจากการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน เจ้าหนี้การค้า และการออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 8,481.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,727.2 ล้านบาท จากสิ้นปี 2563 ซึ่งเป็นผลจากส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญที่สูงขึ้นจากการแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิ อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.33 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนอยู่ที่ 1.15 เท่า
## สรุปท้าย
JMT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 ทำสถิติกำไรสูงสุดใหม่ได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากการซื้อลูกหนี้ ซึ่งเป็นผลจากการบริหารพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพที่มีประสิทธิภาพและการซื้อหนี้ใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการควบคุมต้นทุนที่ดี แม้จะเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 การเตรียมรับเงินเพิ่มทุนจำนวนมากในไตรมาส 4 นี้ จะยิ่งเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันเพื่อเข้าประมูลซื้อหนี้ในอนาคต ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากหนี้ด้อยคุณภาพที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต และผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่สิ้นสุดลง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JMT ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,152.00
ล้านบาท
↓ 9.9% YoY
กำไรขั้นต้น
727.26
ล้านบาท
↓ 11.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
63.13
%
กำไรสุทธิ
221.72
ล้านบาท
↓ 44.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.25
%
D/E Ratio
0.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,152
↓ -9.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
727
↓ -11.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
222
↓ -44.6%
YoY
D/E Ratio
0.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JMT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.36
ROE (%)
3.84
ROA (%)
4.39
Book Value/หุ้น
18.76
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JMT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-581
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JMT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-580.92
-82.52%
|
-3,323.46
-1,007.36%
|
366.28
-107.94%
|
-4,613.35
+16.67%
|
-3,954.34
+112.54%
|
-1,860.53
+584.92%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-16.74
-102.26%
|
739.73
-89.78%
|
7,234.77
+57.58%
|
4,591.25
-847.80%
|
-613.97
+316.50%
|
-147.41
+5.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,764.31
-153.00%
|
5,215.92
-199.60%
|
-5,236.67
-359.56%
|
2,017.53
-53.64%
|
4,351.47
+63.70%
|
2,658.25
+548.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-3,361.93
-227.73%
|
2,632.07
+11.32%
|
2,364.38
+18.48%
|
1,995.62
-1,018.84%
|
-217.19
-133.40%
|
650.21
-32,938.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,101.43
-38.33%
|
1,786.11
-36.14%
|
2,797.09
+34.74%
|
2,075.97
+114.66%
|
967.08
+205.21%
|
316.86
-54.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
607.08
-44.88%
|
1,101.43
-38.33%
|
1,786.11
-36.14%
|
2,797.09
+34.74%
|
2,075.97
+114.66%
|
967.08
+205.21%
|