บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
12.00
+0.10 (+0.84%)
สรุปสั้น
บริษัทมีกําไรสุทธิที่เพิ่มจากการบริหารการจัดเก็บพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพที่ดี โดยรายได้ดอกเบี้ย และเงินปันผล และกําไรจากเงินให้เสินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ จากธุรกิจการซื้อหนี้ด้อย คุณภาพมาบริหาร เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 1/2564 เท่ากับ 272.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 40.1 เป็นผลสืบเนื่องจาก การเพิ่มขึ้นรายได้ดอกเบี้ย และเงินปันผล
ซึ่งเป็นผลจากสามารถจัดเก็บหนี้ด้อยคุณภาพที่รับซื้อในช่วงปี 2564 และมีรายได้จากการจัดเก็บจากกองหนี้ด้อยคุณภาพที่ตัดมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 48.6
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6494 out_tok=2277 at=2026-07-25T18:39:57 -->
# JMT กำไรสุทธิ Q3/2565 พุ่ง 29.5% รับยอดจัดเก็บหนี้โตต่อเนื่อง
## รายได้รวมโต 15.9% หนุนกำไรสุทธิพุ่ง 29.5% ขณะที่พอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพสะสมแตะ 2.5 แสนล้านบาท
บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 455.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 1,100.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.9% จากการขยายการลงทุนในหนี้ด้อยคุณภาพและการจัดเก็บหนี้ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ JMT ในไตรมาส 3/2565 คือ **การเติบโตของยอดจัดเก็บกระแสเงินสดและการขยายการลงทุนในหนี้ด้อยคุณภาพอย่างต่อเนื่อง** โดยบริษัทรายงานยอดจัดเก็บกระแสเงินสด 1,416 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% YoY (ไม่รวม JK AMC) และรายได้รวมเติบโต 15.9% YoY มาอยู่ที่ 1,100.8 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตถึง 29.5% YoY เป็น 455.5 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตดังกล่าวมาจากการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับการขยายพอร์ตการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทได้ซื้อหนี้ใหม่มูลค่า 1,666 ล้านบาท ทำให้มูลค่าพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพสะสมแตะระดับ 249,763 ล้านบาท ซึ่งเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในประเทศ นอกจากนี้ รายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากเงินให้สินเชื่อการซื้อลูกหนี้ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 87% ของรายได้รวม มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 29.4% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2565 ประกอบกับรายได้จากการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้น 34.6% ในช่วงเดียวกัน ก็เป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้รวมให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าสถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยง อาจทำให้สถาบันการเงินต่างๆ พิจารณาขายหนี้ด้อยคุณภาพออกมามากขึ้นในอนาคต ซึ่งเป็นโอกาสในการขยายพอร์ตของบริษัท นอกจากนี้ การเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นในไตรมาส 4/2565 และการรับรู้ผลประกอบการจากบริษัทร่วมทุน (JK AMC) ที่เริ่มดำเนินการแล้ว จะช่วยเสริมการเติบโตของผลประกอบการในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 29.5% YoY:** อยู่ที่ 455.5 ล้านบาทในไตรมาส 3/2565
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 15.9% YoY:** อยู่ที่ 1,100.8 ล้านบาท
* **ยอดจัดเก็บกระแสเงินสดเพิ่ม 14% YoY:** อยู่ที่ 1,416 ล้านบาท (ไม่รวม JK AMC)
* **พอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพสะสมแตะ 249,763 ล้านบาท:** เป็นผู้นำอันดับหนึ่งในประเทศ
* **JK AMC ทำกำไร 70.5 ล้านบาท:** เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
* **คาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 4/2565 เติบโต:** จากช่วงไฮซีซั่นและผลประกอบการบริษัทร่วมทุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 455.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 ที่มีกำไรสุทธิ 351.7 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 41.4% สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,255.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 38.4% โดยการเติบโตของกำไรสุทธิมาจากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 15.9% ในไตรมาส 3/2565 และ 26.9% ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2565
## โอกาส
* **การขายหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้น:** จากสถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยง อาจทำให้สถาบันการเงินขายหนี้ด้อยคุณภาพออกมามากขึ้น
* **เศรษฐกิจฟื้นตัวจากการท่องเที่ยว:** เป็นปัจจัยบวกต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม และอาจส่งผลดีต่อกำลังซื้อของลูกหนี้
* **ช่วงไฮซีซั่นในไตรมาส 4:** ประชาชนมีรายได้มากขึ้นจากการขยายตัวของเศรษฐกิจ
* **การรับรู้ผลประกอบการจากบริษัทร่วมทุน:** JK AMC ที่เริ่มดำเนินการแล้ว จะเข้ามาเสริมรายได้และกำไรในไตรมาส 4/2565
## ความเสี่ยง
* **หนี้สินครัวเรือนที่ยังคงสูง:** เป็นปัจจัยกดดันต่อกำลังซื้อของลูกหนี้ และอาจส่งผลต่อการจัดเก็บหนี้ในระยะยาว
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมบริหารหนี้:** หากมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามา หรือการแข่งขันด้านราคาในการซื้อหนี้สูงขึ้น อาจส่งผลต่ออัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการขายหนี้ด้อยคุณภาพจากสถาบันการเงิน:** จะมีปริมาณมากน้อยเพียงใด และ JMT จะสามารถเข้าซื้อได้มากน้อยเพียงใด
* **ผลการดำเนินงานของ JK AMC:** จะสามารถสร้างผลตอบแทนตามเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนการให้บริการ:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพนักงานติดตามหนี้ ที่เพิ่มขึ้น 25.4% ในไตรมาส 3/2565
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ที่เพิ่มขึ้น 19.6% ในไตรมาส 3/2565 โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายระบบคอมพิวเตอร์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในฐานะบริษัทบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ JMT มีจุดแข็งที่สำคัญคือการมีพอร์ตหนี้สะสมขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ ซึ่งเป็นแต้มต่อในการเจรจาซื้อหนี้และในการจัดเก็บหนี้ แม้ว่าต้นทุนการให้บริการและค่าใช้จ่ายในการบริหารจะปรับตัวสูงขึ้น แต่การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากการซื้อหนี้ รวมถึงการบริหารจัดการหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถรักษาอัตรากำไรสุทธิในระดับสูงได้
* **รายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากเงินให้สินเชื่อการซื้อลูกหนี้:** เป็นรายได้หลักของบริษัท คิดเป็น 87% ของรายได้รวม มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง 29.4% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 สะท้อนถึงการขยายพอร์ตหนี้และการจัดเก็บที่ดี
* **ต้นทุนการให้บริการ:** เพิ่มขึ้น 26.8% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายพนักงานติดตามหนี้ ซึ่งเป็นต้นทุนที่แปรผันตามปริมาณงาน
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 32.0% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานและระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้า:** การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก JK AMC เป็นปัจจัยบวกใหม่ที่เข้ามาเสริมรายได้และกำไร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 28,725.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารเพิ่มเติม ในขณะที่หนี้สินรวมลดลง 31.6% จากสิ้นปี 2564 เนื่องจากบริษัทมีการจ่ายคืนหนี้ให้กับสถาบันการเงินและหุ้นกู้ ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.27 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับต่ำและแข็งแกร่ง ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3,518.9 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของส่วนเกินมูลค่าหุ้น
## สรุปท้าย
JMT ยังคงแสดงศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่งในไตรมาส 3/2565 ด้วยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 29.5% จากการขยายพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพและการจัดเก็บหนี้ที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่าต้นทุนการให้บริการและค่าใช้จ่ายในการบริหารจะปรับตัวสูงขึ้น แต่การเติบโตของรายได้หลักและการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมทุน เป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยมีโอกาสต่อเนื่องจากแนวโน้มการขายหนี้ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น และปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังคงสูง และการแข่งขันในอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JMT ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,152.00
ล้านบาท
↓ 9.9% YoY
กำไรขั้นต้น
727.26
ล้านบาท
↓ 11.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
63.13
%
กำไรสุทธิ
221.72
ล้านบาท
↓ 44.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.25
%
D/E Ratio
0.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,152
↓ -9.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
727
↓ -11.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
222
↓ -44.6%
YoY
D/E Ratio
0.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JMT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.36
ROE (%)
3.84
ROA (%)
4.39
Book Value/หุ้น
18.76
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JMT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-581
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JMT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-580.92
-82.52%
|
-3,323.46
-1,007.36%
|
366.28
-107.94%
|
-4,613.35
+16.67%
|
-3,954.34
+112.54%
|
-1,860.53
+584.92%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-16.74
-102.26%
|
739.73
-89.78%
|
7,234.77
+57.58%
|
4,591.25
-847.80%
|
-613.97
+316.50%
|
-147.41
+5.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,764.31
-153.00%
|
5,215.92
-199.60%
|
-5,236.67
-359.56%
|
2,017.53
-53.64%
|
4,351.47
+63.70%
|
2,658.25
+548.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-3,361.93
-227.73%
|
2,632.07
+11.32%
|
2,364.38
+18.48%
|
1,995.62
-1,018.84%
|
-217.19
-133.40%
|
650.21
-32,938.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,101.43
-38.33%
|
1,786.11
-36.14%
|
2,797.09
+34.74%
|
2,075.97
+114.66%
|
967.08
+205.21%
|
316.86
-54.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
607.08
-44.88%
|
1,101.43
-38.33%
|
1,786.11
-36.14%
|
2,797.09
+34.74%
|
2,075.97
+114.66%
|
967.08
+205.21%
|