บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
10.50
0.10 (0.94%)
สรุปสั้น
บริษัทมีกําไรสุทธิที่เพิ่มจากการบริหารการจัดเก็บพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพที่ดี โดยรายได้ดอกเบี้ย และเงินปันผล และกําไรจากเงินให้เสินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ จากธุรกิจการซื้อหนี้ด้อย คุณภาพมาบริหาร เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 1/2564 เท่ากับ 272.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 40.1 เป็นผลสืบเนื่องจาก การเพิ่มขึ้นรายได้ดอกเบี้ย และเงินปันผล
ซึ่งเป็นผลจากสามารถจัดเก็บหนี้ด้อยคุณภาพที่รับซื้อในช่วงปี 2564 และมีรายได้จากการจัดเก็บจากกองหนี้ด้อยคุณภาพที่ตัดมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 48.6
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=31724 out_tok=2386 at=2026-08-11T22:00:54 -->
JMT กำไรสุทธิ Q2/2569 ลดลง YoY รับผลกระทบรายได้หลักหดตัว
ฝ่ายจัดการ JMT ชี้แจงผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ว่ามีรายได้รวม 1,129.3 ล้านบาท ลดลง 6.6% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากการจัดเก็บกระแสเงินสดหนี้ด้อยคุณภาพในส่วนของบริษัทที่ลดลง ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 234.0 ล้านบาท ลดลง 5.1% YoY โดยภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวในระดับต่ำ และหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ JMT ในไตรมาส 2/2569 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ **การลดลงของรายได้จากการบริหารหนี้ด้อยคุณภาพของบริษัทและบริษัทย่อย** ซึ่งเป็นรายได้หลักของกลุ่มบริษัทฯ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?**
สาเหตุหลักมาจากการที่นโยบายช่วยเหลือลูกหนี้ของภาครัฐและธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้สถาบันการเงินให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างหนี้ภายในด้วยตนเองก่อน ส่งผลให้ปริมาณงานรับจ้างติดตามหนี้จากภายนอกลดลง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของรายได้ในธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพของบริษัทฯ นอกจากนี้ สภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังชะลอตัว และระดับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ยังส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ ทำให้การจัดเก็บกระแสเงินสดโดยรวมของบริษัทฯ ลดลง
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่?**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม**
แม้ว่ารายได้จากการบริหารหนี้ด้อยคุณภาพของบริษัทฯ จะลดลงในไตรมาสนี้ แต่ฝ่ายจัดการได้ระบุถึงแนวโน้มที่ปริมาณพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพที่นำออกจำหน่ายในตลาดมีแนวโน้มทยอยเพิ่มขึ้นในระยะข้างหน้า ซึ่งอาจเป็นโอกาสสำหรับบริษัทฯ ในการเข้าลงทุน อย่างไรก็ตาม การแข่งขันที่สูงขึ้น และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ที่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ทำให้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าแนวโน้มรายได้จากการบริหารหนี้ด้อยคุณภาพจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในระยะสั้นนี้หรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมลดลง 6.6% YoY:** อยู่ที่ 1,129.3 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการจัดเก็บกระแสเงินสดหนี้ด้อยคุณภาพในส่วนของบริษัทลดลง
* **กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 5.1% YoY:** อยู่ที่ 234.0 ล้านบาท
* **การจัดเก็บกระแสเงินสดรวม (รวม เจเค) ทรงตัว YoY:** อยู่ที่ 2,150 ล้านบาท โดยส่วนของบริษัทฯ ลดลง 5% ขณะที่ส่วนของกิจการร่วมค้า เจเค เพิ่มขึ้น 9%
* **การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) เพิ่มขึ้น 6.9% YoY:** อยู่ที่ 276.8 ล้านบาท เป็นไปตามหลักความระมัดระวัง
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 7.9% YoY:** อยู่ที่ 112.4 ล้านบาท จากการลดภาระหนี้หุ้นกู้
* **ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า (เจเค) เพิ่มขึ้น 20.3% YoY:** อยู่ที่ 80.5 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตของเจเค
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้รวม 1,129.3 ล้านบาท ลดลง 6.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการจัดเก็บกระแสเงินสดหนี้ด้อยคุณภาพในส่วนของบริษัทลดลง สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 2,245.2 ล้านบาท ลดลง 9.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในส่วนของกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 234.0 ล้านบาท ลดลง 5.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 486.2 ล้านบาท ลดลง 15.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
การจัดเก็บกระแสเงินสดรวมของกลุ่มบริษัทฯ (รวม เจเค) ในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 2,150 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยส่วนของบริษัทฯ และบริษัทย่อยจัดเก็บได้ 1,207 ล้านบาท ลดลง 5% ขณะที่ส่วนของกิจการร่วมค้า เจเค จัดเก็บได้ 943 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9%
บริษัทฯ มีการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) ในไตรมาส 2/2569 จำนวน 276.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า โดยฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นการตั้งสำรองตามหลักความระมัดระวัง
## โอกาส
* **การเติบโตของกิจการร่วมค้า เจเค:** ส่วนแบ่งกำไรจาก เจเค เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการเติบโตของผลการดำเนินงานในส่วนนี้
* **อุปทานพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพในตลาดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น:** เป็นโอกาสในการเข้าลงทุนในพอร์ตที่มีศักยภาพและราคาเหมาะสม
* **การนำเทคโนโลยี AI มาใช้:** ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บหนี้และควบคุมคุณภาพงาน ลดต้นทุนต่อหน่วย
* **การเข้าร่วมโครงการ JUMP+:** มุ่งยกระดับธุรกิจ AMC ด้วยเทคโนโลยี AI และการกำกับดูแลกิจการที่ดี
## ความเสี่ยง
* **สภาวะเศรษฐกิจไทยชะลอตัวและหนี้ครัวเรือนสูง:** ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้
* **การชะลอตัวในการขายหนี้ด้อยคุณภาพจากสถาบันการเงิน:** เนื่องจากนโยบายช่วยเหลือลูกหนี้ของภาครัฐ
* **การแข่งขันที่สูงขึ้นในการประเมินมูลค่าพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพ**
* **ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย:** แม้ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายทรงตัว แต่ยังต้องติดตามแนวโน้มเงินเฟ้อในระยะปานกลาง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการจัดเก็บกระแสเงินสดของบริษัทฯ:** จะสามารถฟื้นตัวกลับมาเติบโตได้หรือไม่
* **การบริหารจัดการ ECL:** จะสามารถควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและลดลงอย่างต่อเนื่องได้หรือไม่
* **การขยายธุรกิจของ เจเค:** จะยังคงเติบโตต่อเนื่องและชดเชยรายได้ส่วนของบริษัทฯ ที่ลดลงได้หรือไม่
* **การนำเทคโนโลยี AI มาใช้:** จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญหรือไม่
* **การลงทุนในพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพใหม่:** จะสามารถหาพอร์ตที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสมกับต้นทุนทางการเงินที่เปลี่ยนแปลงไปได้หรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในฐานะธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (AMC) JMT ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยรายได้หลักมาจากการจัดเก็บกระแสเงินสดจากพอร์ตหนี้ที่ซื้อมา ซึ่งในไตรมาสนี้ รายได้ส่วนนี้ของบริษัทฯ และบริษัทย่อยลดลง 5% YoY ขณะที่กิจการร่วมค้า เจเค ยังคงเติบโตได้ดีที่ 9% YoY
การตั้งสำรอง ECL เพิ่มขึ้น 6.9% YoY สะท้อนถึงการบริหารความเสี่ยงตามหลักความระมัดระวัง แม้ว่าจะเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด แต่ก็ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างต่อเนื่องจากการบริหารโครงสร้างหนี้ที่ดี ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจาก เจเค เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนผลประกอบการโดยรวม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 37,053.1 ล้านบาท ลดลง 2.3% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินสดและสินทรัพย์ทางการเงินเพื่อนำไปไถ่ถอนหุ้นกู้
หนี้สินรวมอยู่ที่ 9,264.2 ล้านบาท ลดลง 7.3% จากสิ้นปี 2568 เนื่องจากการจ่ายคืนหุ้นกู้ ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 27,788.9 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.5%
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสุทธิอยู่ที่ 1,078.2 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการลงทุนซื้อพอร์ตลูกหนี้ด้อยคุณภาพระหว่างงวด กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินสุทธิอยู่ที่ 1,298.3 ล้านบาท ส่วนใหญ่ใช้ในการจ่ายคืนหุ้นกู้
อัตราส่วน D/E อยู่ที่ 0.33 เท่า และ IBD/E อยู่ที่ 0.31 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง
## สรุปท้าย
JMT เผชิญความท้าทายจากรายได้หลักที่ลดลงในไตรมาส 2/2569 อันเป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจและนโยบายช่วยเหลือลูกหนี้ แม้ว่ากำไรสุทธิจะปรับตัวลดลง แต่บริษัทฯ ยังคงบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินได้ดี และได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของกิจการร่วมค้า เจเค การตั้งสำรอง ECL ที่เพิ่มขึ้นสะท้อนการบริหารความเสี่ยงที่รอบคอบ ในขณะที่โอกาสจากการเพิ่มขึ้นของอุปทานหนี้ด้อยคุณภาพในตลาด และการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาเพื่อการฟื้นตัวในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JMT ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,152.00
ล้านบาท
↓ 9.9% YoY
กำไรขั้นต้น
727.26
ล้านบาท
↓ 11.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
63.13
%
กำไรสุทธิ
221.72
ล้านบาท
↓ 44.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.25
%
D/E Ratio
0.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,152
↓ -9.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
727
↓ -11.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
222
↓ -44.6%
YoY
D/E Ratio
0.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JMT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.36
ROE (%)
3.84
ROA (%)
4.39
Book Value/หุ้น
18.49
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JMT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-581
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JMT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-580.92
-82.52%
|
-3,323.46
-1,007.36%
|
366.28
-107.94%
|
-4,613.35
+16.67%
|
-3,954.34
+112.54%
|
-1,860.53
+584.92%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-16.74
-102.26%
|
739.73
-89.78%
|
7,234.77
+57.58%
|
4,591.25
-847.80%
|
-613.97
+316.50%
|
-147.41
+5.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,764.31
-153.00%
|
5,215.92
-199.60%
|
-5,236.67
-359.56%
|
2,017.53
-53.64%
|
4,351.47
+63.70%
|
2,658.25
+548.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-3,361.93
-227.73%
|
2,632.07
+11.32%
|
2,364.38
+18.48%
|
1,995.62
-1,018.84%
|
-217.19
-133.40%
|
650.21
-32,938.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,101.43
-38.33%
|
1,786.11
-36.14%
|
2,797.09
+34.74%
|
2,075.97
+114.66%
|
967.08
+205.21%
|
316.86
-54.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
607.08
-44.88%
|
1,101.43
-38.33%
|
1,786.11
-36.14%
|
2,797.09
+34.74%
|
2,075.97
+114.66%
|
967.08
+205.21%
|