JMT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
JMT
บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
12.00
+0.10 (+0.84%)

สรุปสั้น

บริษัทมีกําไรสุทธิที่เพิ่มจากการบริหารการจัดเก็บพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพที่ดี โดยรายได้ดอกเบี้ย และเงินปันผล และกําไรจากเงินให้เสินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ จากธุรกิจการซื้อหนี้ด้อย คุณภาพมาบริหาร เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 1/2564 เท่ากับ 272.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 40.1 เป็นผลสืบเนื่องจาก การเพิ่มขึ้นรายได้ดอกเบี้ย และเงินปันผล ซึ่งเป็นผลจากสามารถจัดเก็บหนี้ด้อยคุณภาพที่รับซื้อในช่วงปี 2564 และมีรายได้จากการจัดเก็บจากกองหนี้ด้อยคุณภาพที่ตัดมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 48.6

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6080 out_tok=2480 at=2026-07-25T19:22:17 --> # JMT กำไร Q1/2565 พุ่ง 29.8% รับยอดเก็บหนี้ประวัติการณ์-ซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่ม ## รายได้ดอกเบี้ย-กำไรจากการซื้อหนี้โต 40% หนุนกำไรสุทธิพุ่ง ขณะที่ค่าใช้จ่าย ECL พุ่งสูงกระทบกำไรขั้นต้น บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 367.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการบริหารจัดการพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพที่ดีเยี่ยม ส่งผลให้ยอดกระแสเงินสดจากการจัดเก็บหนี้ (Cash Collection) ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1,458 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 45% YoY ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ JMT ในไตรมาส 1/2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผล รวมถึงกำไรจากเงินให้สินเชื่อจากการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพ** ซึ่งรวมกันสูงถึง 950.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.1% YoY ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 29.8% เป็น 367.0 ล้านบาท แม้ว่าจะมีแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายผลขาดทุนทางด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss: ECL) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญก็ตาม ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้หลักมาจาก 2 ส่วนหลัก คือ: 1. **การจัดเก็บหนี้ด้อยคุณภาพที่รับซื้อมาในช่วงปี 2564:** บริษัทสามารถบริหารจัดการและจัดเก็บหนี้จากพอร์ตที่ซื้อมาได้ดีขึ้น ทำให้มีรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลเพิ่มขึ้น 2. **รายได้จากการจัดเก็บจากกองหนี้ด้อยคุณภาพที่ตัดมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้น:** ส่วนนี้สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่บริษัทถือครองอยู่ โดยเพิ่มขึ้นถึง 48.6% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 381.7% ในส่วนของ ECL ซึ่งเป็นผลขาดทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพแบบมีหลักประกัน เป็นปัจจัยที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ให้ลดลงจาก 71.6% ใน Q1/2564 มาอยู่ที่ 67.9% ใน Q1/2565 (หากพิจารณาเฉพาะธุรกิจบริหารหนี้ จะมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 77%) ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพที่ซื้อเข้ามาในช่วงปีที่ผ่านมามีคุณภาพที่ดีและสามารถสร้างกระแสเงินสดได้ค่อนข้างดี นอกจากนี้ การร่วมทุนในธุรกิจติดตามหนี้และบริหารหนี้ด้อยคุณภาพกับกลุ่มธุรกิจการเงินกสิกรไทย ซึ่งได้จัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ เจเค จำกัด เรียบร้อยแล้ว จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการสร้างการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของ ECL ที่สูงในไตรมาสนี้เป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าจะเป็นแนวโน้มต่อเนื่องหรือไม่ ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ:** 367.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.8% YoY * **ยอดกระแสเงินสดจากการจัดเก็บหนี้ (Cash Collection):** 1,458 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% YoY ทำสถิติสูงสุดใหม่ * **รายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผล + กำไรจากเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้:** รวม 950.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.1% YoY * **การลงทุนซื้อหนี้ด้อยคุณภาพ:** 737 ล้านบาท * **ค่าใช้จ่ายผลขาดทุนทางด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL):** เพิ่มขึ้น 381.7% YoY เป็น 110.8 ล้านบาท * **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน:** ลดลงจาก 0.39 เท่า เป็น 0.29 เท่า ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 1,078.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผล รวมถึงกำไรจากเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้นถึง 40.1% ขณะที่รายได้จากการรับประกันภัยก็เติบโต 50.6% จากการขยายธุรกิจผ่านช่องทาง Synergy อย่างไรก็ตาม รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้าจากธุรกิจรับจ้างติดตามหนี้ลดลง 24.4% ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 13.8% และค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 454.7% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากค่าเคลมประกันโควิด ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงเล็กน้อยจาก 71.6% เป็น 67.9% ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 77.7% โดยมีสาเหตุหลักจาก ECL ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้ต้นทุนทางการเงินจะลดลง 9.2% แต่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นยังคงเติบโตได้ 29.8% เป็น 367.0 ล้านบาท ## โอกาส * **การบริหารจัดการพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพ:** ความสามารถในการจัดเก็บหนี้ที่พิสูจน์ได้จากยอด Cash Collection ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ * **การซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่ม:** การลงทุน 737 ล้านบาทในไตรมาสนี้ แสดงถึงการขยายพอร์ตเพื่อสร้างรายได้ในอนาคต * **การร่วมทุนกับ KBank:** การจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ เจเค จำกัด จะเป็นอีกช่องทางในการสร้างการเติบโต * **Synergy กับกลุ่มเจมาร์ท:** การขยายธุรกิจประกันภัยผ่านช่องทางกลุ่มบริษัทช่วยหนุนรายได้ ## ความเสี่ยง * **การเพิ่มขึ้นของ Expected Credit Loss (ECL):** การที่ ECL เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น * **ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่สูงขึ้น:** ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในธุรกิจประกันภัย โดยเฉพาะค่าเคลมประกันโควิด อาจเป็นความเสี่ยงหากสถานการณ์การแพร่ระบาดยังคงอยู่ * **การลดลงของรายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า:** ธุรกิจรับจ้างติดตามหนี้มีแนวโน้มรายได้ลดลง ซึ่งต้องติดตามว่าจะเป็นแนวโน้มต่อเนื่องหรือไม่ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มการจัดเก็บหนี้ด้อยคุณภาพในไตรมาสถัดไป จะยังคงทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องได้หรือไม่ * การบริหารจัดการและผลกระทบของค่าใช้จ่าย ECL ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ * ผลประกอบการและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากธุรกิจประกันภัย โดยเฉพาะผลกระทบจากค่าเคลมประกันโควิด * ความคืบหน้าและผลการดำเนินงานของบริษัทบริหารสินทรัพย์ เจเค จำกัด ที่ร่วมทุนกับ KBank * การขยายพอร์ตการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มเติม ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) ในส่วนของธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ JMT พบว่ารายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผล รวมถึงกำไรจากเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 40.1% สะท้อนถึงการบริหารจัดการพอร์ตที่ดีและการซื้อหนี้เข้ามาเพิ่ม อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจบริหารหนี้เพียงอย่างเดียวอยู่ที่ 77% ซึ่งยังคงสูง แต่เมื่อรวมกับธุรกิจอื่น ๆ และผลกระทบจาก ECL ทำให้กำไรขั้นต้นรวมลดลงเล็กน้อย สำหรับธุรกิจประกันภัย มีการเติบโตของรายได้ที่ดีถึง 50.6% แต่ก็มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่พุ่งสูงขึ้น 454.7% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นผลจากค่าเคลมประกันโควิดที่เพิ่มขึ้นตามสถานการณ์ ในด้านฐานะการเงิน บริษัทมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 5.5% ส่วนใหญ่เป็นเงินสดที่ได้จากการเพิ่มทุน หนี้สินลดลง 16.3% โดยเฉพาะเงินกู้ระยะสั้นและเจ้าหนี้จากการรับซื้อหนี้ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจากการรับค่าหุ้นล่วงหน้า อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงการบริหารโครงสร้างทางการเงินที่ดีขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 29,568.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% จากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์หมุนเวียนในรูปของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่ได้รับจากการเพิ่มทุน หนี้สินรวมลดลง 16.3% จากสิ้นปี 2564 เหลือ 7,495.6 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินกู้ระยะสั้นและเจ้าหนี้จากการรับซื้อหนี้ด้อยคุณภาพ ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้น 2,994.8 ล้านบาท เป็น 22,072.5 ล้านบาท จากเงินรับค่าหุ้นล่วงหน้า อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน ณ สิ้นสุดไตรมาส 1/2565 อยู่ที่ 0.29 เท่า ลดลงจาก 0.39 เท่า ณ สิ้นปี 2564 ## สรุปท้าย JMT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 29.8% จากการบริหารจัดการพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพได้อย่างยอดเยี่ยม ส่งผลให้ยอดเก็บหนี้ทำสถิติสูงสุดใหม่ แม้จะเผชิญกับค่าใช้จ่าย ECL ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่การเติบโตของรายได้หลักจากการซื้อหนี้และการร่วมทุนกับ KBank ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มของ ECL และค่าใช้จ่ายในธุรกิจประกันภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความต่อเนื่องของผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JMT ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,152.00 ล้านบาท
↓ 9.9% YoY
กำไรขั้นต้น
727.26 ล้านบาท
↓ 11.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
63.13 %
กำไรสุทธิ
221.72 ล้านบาท
↓ 44.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.25 %
D/E Ratio
0.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,152
↓ -9.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
727
↓ -11.5% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
222
↓ -44.6% YoY
D/E Ratio
0.36

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JMT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
1,152.00
-9.88%
1,278.24
-7.33%
1,379.38
+20.74%
1,142.47
+8.73%
1,050.72
+19.35%
880.40
+26.56%
กำไรขั้นต้น
727.26
-11.47%
821.48
-13.09%
945.18
+27.41%
741.83
-0.74%
747.39
+20.25%
621.51
+50.45%
ค่าใช้จ่ายรวม
191.36
-30.61%
275.78
+34.43%
205.15
-15.31%
242.24
+29.81%
186.62
+45.02%
128.69
+26.68%
กำไรสุทธิ
221.72
-44.59%
400.17
-25.94%
540.31
+10.32%
489.78
+2.67%
477.05
+44.51%
330.12
+66.10%
กำไรต่อหุ้น
0.15
-44.53%
0.27
-25.95%
0.37
+10.12%
0.34
+2.75%
0.33
+44.69%
0.23
+66.18%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
63.13
-1.77%
64.27
-6.20%
68.52
+5.53%
64.93
-8.72%
71.13
+0.76%
70.59
+18.86%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
16.61
-22.99%
21.57
+45.06%
14.87
-29.86%
21.20
+19.37%
17.76
+21.48%
14.62
+0.14%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
19.25
-38.52%
31.31
-20.07%
39.17
-8.63%
42.87
-5.57%
45.40
+21.07%
37.50
+31.26%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
-100.00%
1,019.58
+40.80%
724.11
+205.07%
-689.18
-3.80%
-663.92
+61.55%
-1,726.51
-30.13%
ROE(%)
3.84
-36.95%
6.09
-24.91%
8.11
-2.29%
8.30
-26.61%
11.31
-50.74%
22.96
+243.20%
ROA(%)
4.39
-25.34%
5.88
-22.73%
7.61
+8.40%
7.02
-24.43%
9.29
-25.56%
12.48
+87.11%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.36
-33.33%
0.54
-1.82%
0.55
+17.02%
0.47
0.47
-68.24%
1.48
+236.36%
P/E
10.57
-30.14%
15.13
-20.33%
18.99
-67.31%
58.10
-22.24%
74.72
+94.68%
38.38
+32.67%
P/BV
0.47
-53.00%
1.00
-30.07%
1.43
-68.01%
4.47
-59.58%
11.06
+58.00%
7.00
+25.67%
BV
18.45
+1.65%
18.15
+1.85%
17.82
+15.41%
15.44
+108.37%
7.41
+31.62%
5.63
+56.82%
YIELD(%)
7.54
+65.35%
4.56
+7.80%
4.23
+306.73%
1.04
+14.29%
0.91
-38.10%
1.47
-60.27%
ราคาหุ้น
8.75
-51.92%
18.20
-28.63%
25.50
-63.04%
69.00
+0.73%
68.50
+81.46%
37.75
+88.75%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.36
ROE (%)
3.84
ROA (%)
4.39
Book Value/หุ้น
18.76

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JMT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
5,420.06
-8.95%
6,608.29
-32.38%
9,772.10
-11.84%
11,085.04
+189.14%
3,833.83
+99.18%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
32,493.16
-5.36%
35,836.16
+48.76%
24,089.53
+42.11%
16,951.19
+62.42%
10,436.59
+27.01%
รวมสินทรัพย์
37,913.22
-5.89%
42,444.45
+25.35%
33,861.63
+20.78%
28,036.23
+96.46%
14,270.41
+40.71%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
3,985.80
-53.32%
6,209.65
+46.68%
4,233.47
+7.70%
3,930.95
+52.50%
2,577.62
-29.47%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
6,010.67
+46.64%
8,927.37
+36.50%
6,539.99
+30.08%
5,027.62
-15.33%
5,938.25
+94.47%
รวมหนี้สิน
9,996.47
-20.90%
15,137.02
+40.50%
10,773.46
+20.26%
8,958.57
+5.20%
8,515.87
+26.94%
รวมส่วนของเจ้าของ
27,916.75
+0.97%
27,307.43
+18.27%
23,088.17
+21.02%
19,077.65
+231.52%
5,754.54
+67.61%
D/E
0.36
0.55
0.47
0.47
1.48
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
3.84
8.11
8.30
11.31
22.96
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
4.39
7.61
7.02
9.29
12.48
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
0.00
0.00
0.00
1.49
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.00
0.00
0.00
0.38
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-581
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JMT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-580.92
-82.52%
-3,323.46
-1,007.36%
366.28
-107.94%
-4,613.35
+16.67%
-3,954.34
+112.54%
-1,860.53
+584.92%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-16.74
-102.26%
739.73
-89.78%
7,234.77
+57.58%
4,591.25
-847.80%
-613.97
+316.50%
-147.41
+5.24%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-2,764.31
-153.00%
5,215.92
-199.60%
-5,236.67
-359.56%
2,017.53
-53.64%
4,351.47
+63.70%
2,658.25
+548.46%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-3,361.93
-227.73%
2,632.07
+11.32%
2,364.38
+18.48%
1,995.62
-1,018.84%
-217.19
-133.40%
650.21
-32,938.89%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
1,101.43
-38.33%
1,786.11
-36.14%
2,797.09
+34.74%
2,075.97
+114.66%
967.08
+205.21%
316.86
-54.24%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
607.08
-44.88%
1,101.43
-38.33%
1,786.11
-36.14%
2,797.09
+34.74%
2,075.97
+114.66%
967.08
+205.21%