บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
12.00
+0.10 (+0.84%)
สรุปสั้น
บริษัทมีกําไรสุทธิที่เพิ่มจากการบริหารการจัดเก็บพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพที่ดี โดยรายได้ดอกเบี้ย และเงินปันผล และกําไรจากเงินให้เสินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ จากธุรกิจการซื้อหนี้ด้อย คุณภาพมาบริหาร เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 1/2564 เท่ากับ 272.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 40.1 เป็นผลสืบเนื่องจาก การเพิ่มขึ้นรายได้ดอกเบี้ย และเงินปันผล
ซึ่งเป็นผลจากสามารถจัดเก็บหนี้ด้อยคุณภาพที่รับซื้อในช่วงปี 2564 และมีรายได้จากการจัดเก็บจากกองหนี้ด้อยคุณภาพที่ตัดมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 48.6
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7323 out_tok=2680 at=2026-07-25T17:59:55 -->
# JMT กำไร Q3/2566 โต 2.4% รับแรงหนุนรายได้ดอกเบี้ย-ประกันภัย แต่ ECL พุ่งกดดัน
## รายได้รวมโต 18.8% หนุนกำไรสุทธิ 466.3 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายตั้งสำรองหนี้เสียพุ่งสูงขึ้น
บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 466.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัว แต่การบริโภคและการลงทุนภายในประเทศยังชะลอตัว ส่งผลให้ยอดจัดเก็บกระแสเงินสดลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์การซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารอย่างต่อเนื่อง โดยในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 มีการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพรวม 6,302 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ JMT ในไตรมาส 3/2566 คือ **การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยและรายได้จากการรับประกันภัยที่แข็งแกร่ง** ซึ่งสามารถชดเชยแรงกดดันจาก **ผลขาดทุนทางด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยกำไรสุทธิเติบโต 2.4% YoY เป็น 466.3 ล้านบาท แม้ว่ายอดจัดเก็บกระแสเงินสดจะลดลง 6% YoY ในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากเงินให้สินเชื่อการซื้อลูกหนี้ เพิ่มขึ้นถึง 45.2% YoY ในไตรมาส 3/2566 และ 29.9% YoY ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 มาจากการที่บริษัทฯ มีการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ นอกจากนี้ รายได้จากการรับประกันภัยก็เติบโตได้ดีถึง 13.5% YoY ในไตรมาส 3/2566 และ 23.6% YoY ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญคือ **ผลขาดทุนทางด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL)** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 79.4% YoY ในไตรมาส 3/2566 และ 65.6% YoY ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 สาเหตุหลักมาจากยอดจัดเก็บกระแสเงินสดในกองหนี้ด้อยคุณภาพยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และการตั้ง ECL สำหรับรายได้ค้างรับที่รับรู้ตามเกณฑ์สิทธิ์ นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินก็เพิ่มขึ้นถึง 152.5% YoY ในไตรมาส 3/2566 และ 76.9% YoY ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการออกหุ้นกู้เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะมองว่าเศรษฐกิจมหภาคในอนาคตมีแนวโน้มที่ดี และสถานการณ์ปัจจุบันยังเป็นช่วงเวลาที่ดีในการสะสมหนี้ด้อยคุณภาพ แต่การที่ ECL เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หากบริษัทฯ สามารถเร่งรัดการติดตามหนี้และกฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นตามที่ระบุไว้ ก็อาจส่งผลให้ ECL ที่ตั้งไว้สามารถกลับรายการ (Reverse) ได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการจัดเก็บหนี้ให้เป็นไปตามเป้าหมายยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อการตั้งสำรองในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566:** 466.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% YoY
* **กำไรสุทธิ 9M/2566:** 1,470.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.1% YoY
* **รายได้รวม Q3/2566:** 1,307.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.8% YoY
* **รายได้รวม 9M/2566:** 3,707.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5% YoY
* **ยอดจัดเก็บกระแสเงินสด Q3/2566:** 1,330 ล้านบาท ลดลง 6% YoY
* **ยอดจัดเก็บกระแสเงินสด 9M/2566:** 4,260 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% YoY
* **การซื้อหนี้ด้อยคุณภาพ 9M/2566:** 6,302 ล้านบาท
* **ECL Q3/2566:** เพิ่มขึ้น 79.4% YoY เป็น 166.8 ล้านบาท
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้า Q3/2566:** 114 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 222.9% YoY
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้รวมในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 1,307.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.8% YoY โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากเงินให้สินเชื่อการซื้อลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้น 45.2% YoY และรายได้จากการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้น 13.5% YoY สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 3,707.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5% YoY อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 19.2% YoY และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นถึง 152.5% YoY ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3/2566 เติบโตเพียง 2.4% YoY เป็น 466.3 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพ:** บริษัทฯ ยังคงเป็นผู้นำในการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหาร และมองว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีในการสะสมหนี้คุณภาพเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้ความสามารถในการชำระหนี้ไม่ลดลงรุนแรง
* **High Season ในไตรมาส 4:** บริษัทฯ คาดหวังว่าไตรมาส 4 จะเป็นช่วงที่ทำยอดจัดเก็บหนี้ด้อยคุณภาพได้สูงสุดของปี
* **การระดมทุน:** เตรียมออกหุ้นกู้ในไตรมาส 4 เพื่อรองรับการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพและการชำระหนี้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การชะลอตัวของอุปสงค์การบริโภคและการลงทุน:** ส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของภาคครัวเรือน โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อย
* **ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น:** จากอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น อาจกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การเพิ่มขึ้นของ ECL:** การตั้งสำรองหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กดดันผลกำไร
* **ความสามารถในการจัดเก็บกระแสเงินสด:** ยอดจัดเก็บกระแสเงินสดในไตรมาส 3/2566 ลดลง YoY
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการจัดเก็บกระแสเงินสด:** จะสามารถกลับมาเติบโตได้ตามเป้าหมายหรือไม่ในไตรมาส 4 และปีถัดไป
* **การบริหารจัดการ ECL:** มาตรการเร่งรัดติดตามหนี้จะช่วยลดการตั้งสำรองได้มากน้อยเพียงใด
* **การซื้อหนี้ด้อยคุณภาพ:** บริษัทฯ จะยังคงสามารถเข้าซื้อหนี้ด้อยคุณภาพในราคาที่เหมาะสมได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ทิศทางอัตราดอกเบี้ยและต้นทุนการระดมทุนของบริษัทฯ
* **ผลประกอบการของบริษัทบริหารสินทรัพย์ เจเค จำกัด:** ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าที่สร้างส่วนแบ่งกำไรจำนวนมาก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในฐานะบริษัทบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ JMT มีลักษณะธุรกิจที่แตกต่างจากธนาคารพาณิชย์ทั่วไป โดยไม่ได้เน้น NIM (Net Interest Margin) หรือ NPL (Non-Performing Loan) ในแง่ของการปล่อยสินเชื่อใหม่ แต่จะเน้นที่ **การบริหารจัดการพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพที่ซื้อมา** โดยมีตัวชี้วัดสำคัญคือ **ยอดจัดเก็บกระแสเงินสด (Cash Collection)** และ **ต้นทุนในการบริหารหนี้ (Cost of Service)** รวมถึง **การตั้งสำรองหนี้เสีย (ECL)**
* **รายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากการซื้อหนี้:** เป็นรายได้หลักที่เติบโตตามปริมาณหนี้ที่ซื้อเข้ามาบริหาร
* **ต้นทุนการให้บริการ:** ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายพนักงานติดตามหนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นตามปริมาณงาน
* **ECL:** เป็นค่าใช้จ่ายสำคัญที่สะท้อนความเสี่ยงของพอร์ตหนี้ และการตั้งสำรองขึ้นอยู่กับประมาณการกระแสเงินสดที่คาดว่าจะจัดเก็บได้
* **รายได้จากการรับประกันภัย:** เป็นธุรกิจเสริมที่ช่วยกระจายรายได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นสุด 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 40,373.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.2% จากสิ้นปี 2565 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหาร หนี้สินรวมอยู่ที่ 13,613.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.4% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการออกหุ้นกู้ในไตรมาส 2/2566 ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 26,759.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,671.2 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 0.51 เท่า
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 1,158.4 ล้านบาท เนื่องจากมีการซื้อลูกหนี้เพิ่มขึ้น 4,126 ล้านบาท เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 4,478.3 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มเงินให้กู้ยืมแก่บริษัทบริหารสินทรัพย์ เจเค จำกัด 4,900 ล้านบาท และมีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน 3,888.0 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนในบริษัทย่อย 3,500 ล้านบาท
## สรุปท้าย
JMT ในไตรมาส 3/2566 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเติบโตของรายได้หลักจากธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพและธุรกิจประกันภัย แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้เสีย (ECL) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายจัดการยังคงมองบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและการเข้าสู่ช่วง High Season ในไตรมาส 4 ประกอบกับการเตรียมพร้อมระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจ เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่าบริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงด้าน ECL และรักษาการเติบโตของกำไรได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JMT ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,152.00
ล้านบาท
↓ 9.9% YoY
กำไรขั้นต้น
727.26
ล้านบาท
↓ 11.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
63.13
%
กำไรสุทธิ
221.72
ล้านบาท
↓ 44.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.25
%
D/E Ratio
0.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,152
↓ -9.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
727
↓ -11.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
222
↓ -44.6%
YoY
D/E Ratio
0.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JMT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.36
ROE (%)
3.84
ROA (%)
4.39
Book Value/หุ้น
18.76
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JMT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-581
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JMT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-580.92
-82.52%
|
-3,323.46
-1,007.36%
|
366.28
-107.94%
|
-4,613.35
+16.67%
|
-3,954.34
+112.54%
|
-1,860.53
+584.92%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-16.74
-102.26%
|
739.73
-89.78%
|
7,234.77
+57.58%
|
4,591.25
-847.80%
|
-613.97
+316.50%
|
-147.41
+5.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,764.31
-153.00%
|
5,215.92
-199.60%
|
-5,236.67
-359.56%
|
2,017.53
-53.64%
|
4,351.47
+63.70%
|
2,658.25
+548.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-3,361.93
-227.73%
|
2,632.07
+11.32%
|
2,364.38
+18.48%
|
1,995.62
-1,018.84%
|
-217.19
-133.40%
|
650.21
-32,938.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,101.43
-38.33%
|
1,786.11
-36.14%
|
2,797.09
+34.74%
|
2,075.97
+114.66%
|
967.08
+205.21%
|
316.86
-54.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
607.08
-44.88%
|
1,101.43
-38.33%
|
1,786.11
-36.14%
|
2,797.09
+34.74%
|
2,075.97
+114.66%
|
967.08
+205.21%
|