บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
12.00
+0.10 (+0.84%)
สรุปสั้น
บริษัทมีกําไรสุทธิที่เพิ่มจากการบริหารการจัดเก็บพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพที่ดี โดยรายได้ดอกเบี้ย และเงินปันผล และกําไรจากเงินให้เสินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ จากธุรกิจการซื้อหนี้ด้อย คุณภาพมาบริหาร เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 1/2564 เท่ากับ 272.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 40.1 เป็นผลสืบเนื่องจาก การเพิ่มขึ้นรายได้ดอกเบี้ย และเงินปันผล
ซึ่งเป็นผลจากสามารถจัดเก็บหนี้ด้อยคุณภาพที่รับซื้อในช่วงปี 2564 และมีรายได้จากการจัดเก็บจากกองหนี้ด้อยคุณภาพที่ตัดมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 48.6
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6318 out_tok=2392 at=2026-07-25T18:52:50 -->
JMT กำไร Q1/2566 พุ่ง 23.5% รับส่วนแบ่งกำไร JV หนุน-บริหารหนี้ด้อยคุณภาพดี
ฝ่ายจัดการ JMT ชี้ผลงานไตรมาสแรกปี 2566 เติบโตตามเป้าหมาย จากการจัดเก็บกระแสเงินสดหนี้ด้อยคุณภาพที่เพิ่มขึ้น และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมค้า ขณะที่มั่นใจการเติบโตต่อเนื่องตลอดปีจากตลาดหนี้ที่มีแนวโน้มขยายตัว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ JMT ในไตรมาส 1/2566 ให้เติบโต 23.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจากสองปัจจัยสำคัญ คือ การบริหารจัดการพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพที่ทำได้ดีขึ้น และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
1. **การบริหารจัดการพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพ:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลข NPL หรือ Coverage Ratio โดยตรง แต่ระบุว่า "การบริหารการจัดเก็บพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพที่ดี" เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยอดกระแสเงินสดจากการจัดเก็บหนี้รวม (รวมบริษัทสินทรัพย์ JK) อยู่ที่ 1,944 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% จาก Q1/2565 และเพิ่มขึ้น 11% จาก Q4/2565 ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการจัดเก็บกระแสเงินสดที่ฝ่ายจัดการตั้งไว้ การลงทุนซื้อหนี้ด้อยคุณภาพในไตรมาสนี้อยู่ที่ 1,392 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้ไม่มีหลักประกัน ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการพอร์ตที่ยังคงดำเนินไปได้ด้วยดี
2. **ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า:** ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่นคือ การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ เจเค (JK AMC) จำนวน 133.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นในปี 2566 นี้ และเป็นรายการที่ไม่มีในไตรมาส 1/2565 นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ ไม่มีค่าเคลมประกันโควิดซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในปี 2565 ก็เป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของกำไรสุทธิเมื่อเทียบปีต่อปี
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพ เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่า "มั่นใจที่จะสร้างความเติบโตอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ โดยการเติบโตดังกล่าวจะมาจากปัจจัยสภาพของตลาดหนี้ ตลาดหนี้ด้อยคุณภาพที่มีหนี้มากขึ้น" ส่วนแบ่งกำไรจาก JK AMC ก็มีแนวโน้มที่จะเป็นปัจจัยสนับสนุนกำไรในระยะต่อไปเช่นกัน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ:** 453.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.5% YoY
* **อัตรากำไรสุทธิ:** 39.4% เพิ่มขึ้น 5.4 ppt YoY
* **กระแสเงินสดจัดเก็บหนี้รวม:** 1,944 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% YoY และ 11% QoQ
* **ส่วนแบ่งกำไรจาก JK AMC:** 133.7 ล้านบาท (รายการใหม่ใน Q1/2566)
* **การลงทุนซื้อหนี้ด้อยคุณภาพ:** 1,392 ล้านบาท (ส่วนใหญ่เป็นหนี้ไม่มีหลักประกัน)
## ภาพรวมผลประกอบการ
รายได้รวมในไตรมาส 1/2566 อยู่ที่ 1,149.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผล รวมถึงกำไรจากเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ที่รวมกัน 981.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% YoY จากการจัดเก็บกระแสเงินสดที่ดีขึ้น นอกจากนี้ รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า (ธุรกิจรับจ้างติดตามหนี้) เพิ่มขึ้น 36.0% YoY และรายได้จากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 26.8% YoY จากการขยายธุรกิจผ่านช่องทาง Synergy
ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 29.6% YoY เนื่องจากมีการขยายงานในธุรกิจติดตามหนี้ โดยเฉพาะค่าตอบแทนพนักงานและค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 6.5% YoY แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย 0.1 ppt YoY อยู่ที่ 67.8%
ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 4.4% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวทางธุรกิจ ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 33.1% YoY จากภาระดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจากการมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 1,442.4 ล้านบาทเมื่อเทียบกับ Q1/2565
กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ อยู่ที่ 453.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.5% YoY โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการบริหารพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพที่ดี การไม่มีรายการค่าเคลมประกันโควิด (รายการครั้งเดียวในปี 2565) และการรับส่วนแบ่งกำไรจาก JK AMC
## โอกาส
* **ตลาดหนี้ด้อยคุณภาพขยายตัว:** ฝ่ายจัดการมองว่าตลาดหนี้ด้อยคุณภาพมีแนวโน้มมีหนี้มากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสในการเข้าซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเพื่อนำมาบริหาร
* **Synergy ในกลุ่มเจมาร์ท:** การขยายธุรกิจประกันภัยผ่านช่องทาง Synergy กับกลุ่มบริษัท เจมาร์ท ช่วยหนุนรายได้จากการรับประกันภัย
* **การเติบโตของ JK AMC:** การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมค้า JK AMC เป็นปัจจัยบวกต่อกำไรในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 33.1% YoY จากการมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้
* **ต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้น:** การขยายงานในธุรกิจติดตามหนี้ส่งผลให้ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น ซึ่งต้องติดตามประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุน
* **การแข่งขันในตลาดหนี้ด้อยคุณภาพ:** แม้ตลาดจะมีหนี้มากขึ้น แต่การแข่งขันในการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพอาจส่งผลต่อราคาซื้อและผลตอบแทน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการจัดเก็บกระแสเงินสด:** ติดตามการเติบโตของกระแสเงินสดจากการจัดเก็บหนี้อย่างต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** จับตาการบริหารต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น และผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **การเติบโตของ JK AMC:** ประเมินผลการดำเนินงานและส่วนแบ่งกำไรที่จะได้รับจาก JK AMC ในไตรมาสถัดไป
* **การลงทุนซื้อหนี้ด้อยคุณภาพ:** ติดตามมูลค่าและประเภทของหนี้ด้อยคุณภาพที่บริษัทฯ เข้าซื้อเพิ่มเติม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในไตรมาส 1/2566 JMT แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการธุรกิจหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในส่วนของการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพมาบริหาร แม้จะมีการลงทุนซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้น (1,392 ล้านบาท) โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้ไม่มีหลักประกัน แต่การจัดเก็บกระแสเงินสดกลับเติบโตได้ดีถึง 33% YoY ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารพอร์ตที่แข็งแกร่ง
รายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผล รวมถึงกำไรจากเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ ซึ่งเป็นรายได้หลักของธุรกิจการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพ เติบโต 3.2% YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการจัดเก็บกระแสเงินสดที่เพิ่มขึ้น
ธุรกิจรับจ้างติดตามหนี้ก็เติบโตอย่างน่าสนใจ โดยรายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้าเพิ่มขึ้นถึง 36.0% YoY ซึ่งสอดคล้องกับการขยายงานที่เพิ่มขึ้นของต้นทุนการให้บริการในส่วนนี้
ธุรกิจประกันภัยก็มีสัญญาณที่ดี รายได้จากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 26.8% YoY จากการขยายธุรกิจผ่าน Synergy ในกลุ่มเจมาร์ท
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินเป็นประเด็นที่ต้องจับตา เนื่องจากเพิ่มขึ้นถึง 33.1% YoY จากการมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 36,987.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของเงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่บริษัทที่เกี่ยวข้องกัน
หนี้สินรวมลดลง 7.8% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการจ่ายคืนหุ้นกู้ 2,000.0 ล้านบาท แต่มีเจ้าหนี้จากการซื้อลูกหนี้และเงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3,969.4 ล้านบาท จากส่วนเกินจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนเงินลงทุนในบริษัทย่อย และกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนลดลงจาก 0.41 เท่า ณ สิ้นปี 2565 มาอยู่ที่ 0.29 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 1/2566 ซึ่งสะท้อนถึงการปรับโครงสร้างหนี้และการเพิ่มขึ้นของส่วนทุน
## สรุปท้าย
JMT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1/2566 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 23.5% YoY เป็นผลจากการบริหารจัดการพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพที่ทำได้ดีขึ้น การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก JK AMC และการไม่มีรายการพิเศษจากประกันโควิด แม้ต้นทุนทางการเงินและต้นทุนการให้บริการจะปรับตัวสูงขึ้น แต่การเติบโตของรายได้หลักและโอกาสจากตลาดหนี้ที่ขยายตัว ทำให้ฝ่ายจัดการมั่นใจในการเติบโตต่อเนื่องตลอดปีนี้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและประสิทธิภาพในการจัดเก็บกระแสเงินสดอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JMT ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,152.00
ล้านบาท
↓ 9.9% YoY
กำไรขั้นต้น
727.26
ล้านบาท
↓ 11.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
63.13
%
กำไรสุทธิ
221.72
ล้านบาท
↓ 44.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.25
%
D/E Ratio
0.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,152
↓ -9.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
727
↓ -11.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
222
↓ -44.6%
YoY
D/E Ratio
0.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JMT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.36
ROE (%)
3.84
ROA (%)
4.39
Book Value/หุ้น
18.76
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JMT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-581
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JMT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-580.92
-82.52%
|
-3,323.46
-1,007.36%
|
366.28
-107.94%
|
-4,613.35
+16.67%
|
-3,954.34
+112.54%
|
-1,860.53
+584.92%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-16.74
-102.26%
|
739.73
-89.78%
|
7,234.77
+57.58%
|
4,591.25
-847.80%
|
-613.97
+316.50%
|
-147.41
+5.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,764.31
-153.00%
|
5,215.92
-199.60%
|
-5,236.67
-359.56%
|
2,017.53
-53.64%
|
4,351.47
+63.70%
|
2,658.25
+548.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-3,361.93
-227.73%
|
2,632.07
+11.32%
|
2,364.38
+18.48%
|
1,995.62
-1,018.84%
|
-217.19
-133.40%
|
650.21
-32,938.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,101.43
-38.33%
|
1,786.11
-36.14%
|
2,797.09
+34.74%
|
2,075.97
+114.66%
|
967.08
+205.21%
|
316.86
-54.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
607.08
-44.88%
|
1,101.43
-38.33%
|
1,786.11
-36.14%
|
2,797.09
+34.74%
|
2,075.97
+114.66%
|
967.08
+205.21%
|