JMT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
JMT
บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
12.00
+0.10 (+0.84%)

สรุปสั้น

บริษัทมีกําไรสุทธิที่เพิ่มจากการบริหารการจัดเก็บพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพที่ดี โดยรายได้ดอกเบี้ย และเงินปันผล และกําไรจากเงินให้เสินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ จากธุรกิจการซื้อหนี้ด้อย คุณภาพมาบริหาร เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 1/2564 เท่ากับ 272.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 40.1 เป็นผลสืบเนื่องจาก การเพิ่มขึ้นรายได้ดอกเบี้ย และเงินปันผล ซึ่งเป็นผลจากสามารถจัดเก็บหนี้ด้อยคุณภาพที่รับซื้อในช่วงปี 2564 และมีรายได้จากการจัดเก็บจากกองหนี้ด้อยคุณภาพที่ตัดมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 48.6

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6398 out_tok=2878 at=2026-07-25T18:48:35 --> # JMT กำไร Q2/65 พุ่ง 50% รับยอดจัดเก็บหนี้โต-ธุรกิจประกันฟื้น ## รายได้ดอกเบี้ยและธุรกิจประกันดันกำไรสุทธิ JMT ไตรมาส 2 โต 50% ขณะที่ต้นทุนบริการพุ่งตามการขยายงาน บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 433.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากเงินให้สินเชื่อการซื้อลูกหนี้ รวมถึงรายได้จากการรับประกันภัยที่ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการให้บริการและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นตามการดำเนินงานก็เป็นส่วนที่ต้องจับตา ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ JMT ในไตรมาส 2 ปี 2565 ให้เติบโตถึง 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า มาจาก **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากเงินให้สินเชื่อการซื้อลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้น 37.4%** ประกอบกับ **การฟื้นตัวของรายได้จากการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้น 41.3%** ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ชดเชยต้นทุนการให้บริการและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น **รายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากเงินให้สินเชื่อการซื้อลูกหนี้** ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนี้ เป็นผลโดยตรงจาก **ความสามารถในการจัดเก็บกระแสเงินสดที่เพิ่มขึ้น 37%** ในไตรมาส 2/2565 และ **41%** ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพของบริษัทฯ ที่ยังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าสถานการณ์หนี้สินครัวเรือนในประเทศจะยังคงมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นก็ตาม ส่วน **รายได้จากการรับประกันภัย** ที่เติบโตดีขึ้นนั้น เป็นผลมาจากการ **ขยายการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น** และการที่ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่เคยส่งผลกระทบต่อธุรกิจประกันภัยได้คลี่คลายลงตั้งแต่ไตรมาส 2/2565 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 43.1% ในไตรมาส 2/2565 เป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายทางด้านกฎหมายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 51.6% เป็นผลจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์และระบบที่ใช้ในการดำเนินงาน ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ เนื่องจาก JMT ยังคงเป็นผู้นำในด้านพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพของประเทศ และมีความสามารถในการจัดเก็บกระแสเงินสดที่ดี นอกจากนี้ การที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลงจะส่งผลดีต่อธุรกิจประกันภัยให้เติบโตต่อไปได้ ยิ่งไปกว่านั้น การร่วมทุนจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ เจเค จำกัด กับธนาคารกสิกรไทย จะเริ่มทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ปลายไตรมาส 3/2565 และรับรู้เต็มที่ในไตรมาส 4/2565 ซึ่งจะส่งผลให้ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q2/65 เติบโต 50% YoY** แตะ 433.3 ล้านบาท และ **40% YoY** ในงวด 6 เดือนแรก แตะ 800.3 ล้านบาท * **ยอดจัดเก็บกระแสเงินสด Q2/65 เพิ่มขึ้น 37% YoY** สู่ 1,337 ล้านบาท และ **41% YoY** ในงวด 6 เดือนแรก สู่ 2,795 ล้านบาท * **มูลค่าพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพรวม ณ สิ้น Q2/65 อยู่ที่ 245,320 ล้านบาท** โดยมีการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพใหม่ 1,122 ล้านบาทในช่วง 6 เดือนแรก * **รายได้รวม Q2/65 เพิ่มขึ้น 33.2% YoY** สู่ 1,087.4 ล้านบาท และ **33.3% YoY** ในงวด 6 เดือนแรก สู่ 2,166.1 ล้านบาท * **ต้นทุนการให้บริการและค่าใช้จ่ายในการบริหารปรับตัวสูงขึ้น** ตามการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัทฯ มีรายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2565 เท่ากับ 1,087.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากเงินให้สินเชื่อการซื้อลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้น 37.4% เป็น 648.9 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 59.4% ของรายได้รวมในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 นอกจากนี้ รายได้จากการรับประกันภัยก็เติบโตขึ้น 41.3% เป็น 57.5 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้าปรับลดลงเล็กน้อย 0.4% มาอยู่ที่ 75 ล้านบาทในไตรมาส 2/65 และลดลง 13.5% ในงวด 6 เดือนแรก ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 43.1% ในไตรมาส 2/65 เป็น 267.5 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 27.6% ในงวด 6 เดือนแรก เป็น 507.6 ล้านบาท โดยเป็นผลจากค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายทางด้านกฎหมายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 51.6% ในไตรมาส 2/65 เป็น 196.3 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 38.8% ในงวด 6 เดือนแรก เป็น 372.3 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายระบบคอมพิวเตอร์ ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทในไตรมาส 2/65 อยู่ที่ 433.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% YoY และในงวด 6 เดือนแรกอยู่ที่ 800.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% YoY ## โอกาส * **การเติบโตของพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพ:** JMT เป็นผู้นำในตลาดหนี้ด้อยคุณภาพของประเทศ และมีศักยภาพในการบริหารจัดการหนี้เพื่อสร้างผลตอบแทน * **การร่วมทุนกับธนาคารกสิกรไทย:** บริษัทบริหารสินทรัพย์ เจเค จำกัด ที่จัดตั้งร่วมกับ KBANK จะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ปลายไตรมาส 3/65 และเต็มที่ในไตรมาส 4/65 ซึ่งจะเพิ่มรายได้และกำไรในอนาคต * **การฟื้นตัวของธุรกิจประกันภัย:** การคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลดีต่อธุรกิจประกันภัยของบริษัทฯ * **แนวโน้มหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น:** แม้จะเป็นความเสี่ยงต่อระบบเศรษฐกิจ แต่ก็อาจเป็นโอกาสสำหรับ AMC ในการเข้าบริหารจัดการหนี้ที่กลายเป็น NPL ในอนาคต ## ความเสี่ยง * **สถานการณ์หนี้สินครัวเรือนที่สูงขึ้น:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ในระยะยาว * **การบริหารจัดการหนี้ NPL:** ความท้าทายในการบริหารหนี้ด้อยคุณภาพจำนวนมากให้มีประสิทธิภาพสูงสุด * **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย และค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจกดดันอัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ความสามารถในการจัดเก็บกระแสเงินสด:** การเติบโตต่อเนื่องของยอดจัดเก็บหนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้และกำไร * **ผลการดำเนินงานของบริษัทบริหารสินทรัพย์ เจเค จำกัด:** การรับรู้รายได้และผลกำไรจากการร่วมทุนกับ KBANK ตั้งแต่ไตรมาส 3/65 เป็นต้นไป * **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย และค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยี เพื่อรักษาอัตรากำไร * **การขยายพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพ:** การเข้าซื้อหนี้ด้อยคุณภาพใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขนาดพอร์ตและโอกาสในการสร้างรายได้ * **แนวโน้มหนี้สินครัวเรือน:** การติดตามผลกระทบต่อคุณภาพสินทรัพย์และกำลังซื้อของลูกหนี้ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) ในไตรมาส 2 ปี 2565 JMT แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพ โดยมี **ยอดจัดเก็บกระแสเงินสดเพิ่มขึ้น 37% YoY** ซึ่งเป็นหัวใจหลักของธุรกิจ AMC การเติบโตนี้สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการติดตามหนี้และการบริหารจัดการลูกหนี้ที่ประสบความสำเร็จ แม้ว่า **มูลค่าพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพรวมจะอยู่ที่ 245,320 ล้านบาท** ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงมาก แต่บริษัทฯ ก็ยังคงสามารถขยายการลงทุนในหนี้ด้อยคุณภาพใหม่ได้ถึง 1,122 ล้านบาทในช่วง 6 เดือนแรก ด้าน **รายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากเงินให้สินเชื่อการซื้อลูกหนี้** ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทฯ เติบโตถึง **37.4% YoY** เป็น 648.9 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการบริหารหนี้ที่มีอยู่และหนี้ที่ซื้อเข้ามาใหม่ ในส่วนของ **ธุรกิจประกันภัย** มีการฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยรายได้จากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น **41.3% YoY** เป็น 57.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าผลกระทบจากโควิด-19 ได้คลี่คลายลงแล้ว อย่างไรก็ตาม **ต้นทุนการให้บริการ** ที่เพิ่มขึ้น 43.1% และ **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร** ที่เพิ่มขึ้น 51.6% ในไตรมาส 2/65 เป็นประเด็นที่ต้องติดตามใกล้ชิด การเพิ่มขึ้นของต้นทุนเหล่านี้ส่วนหนึ่งมาจากการลงทุนในบุคลากรและระบบเทคโนโลยีเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 28,500.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% จากสิ้นปี 2564 โดยมีลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น และการเปลี่ยนแปลงจากการลงทุนในบริษัทร่วมทุนกับกลุ่มธุรกิจธนาคารกสิกรไทย หนี้สินรวมลดลง 37% จากสิ้นปี 2564 มาอยู่ที่ 5,642.8 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายคืนหนี้สถาบันการเงินและหุ้นกู้ ในขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3,779.8 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 เป็น 22,857.5 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.25 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนอยู่ที่ 0.21 เท่า ซึ่งแสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและมีภาระหนี้ต่ำ ## สรุปท้าย JMT ในไตรมาส 2 ปี 2565 แสดงผลประกอบการที่โดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตถึง 50% YoY โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพที่มีประสิทธิภาพสูง ส่งผลให้ยอดจัดเก็บกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการฟื้นตัวของธุรกิจประกันภัย การร่วมทุนกับธนาคารกสิกรไทยจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญในอนาคตอันใกล้ แม้ว่าต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจะเป็นประเด็นที่ต้องจับตา แต่ด้วยฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและกลยุทธ์การเติบโตที่ชัดเจน JMT ยังคงมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดีต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JMT ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,152.00 ล้านบาท
↓ 9.9% YoY
กำไรขั้นต้น
727.26 ล้านบาท
↓ 11.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
63.13 %
กำไรสุทธิ
221.72 ล้านบาท
↓ 44.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.25 %
D/E Ratio
0.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,152
↓ -9.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
727
↓ -11.5% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
222
↓ -44.6% YoY
D/E Ratio
0.36

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JMT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
1,152.00
-9.88%
1,278.24
-7.33%
1,379.38
+20.74%
1,142.47
+8.73%
1,050.72
+19.35%
880.40
+26.56%
กำไรขั้นต้น
727.26
-11.47%
821.48
-13.09%
945.18
+27.41%
741.83
-0.74%
747.39
+20.25%
621.51
+50.45%
ค่าใช้จ่ายรวม
191.36
-30.61%
275.78
+34.43%
205.15
-15.31%
242.24
+29.81%
186.62
+45.02%
128.69
+26.68%
กำไรสุทธิ
221.72
-44.59%
400.17
-25.94%
540.31
+10.32%
489.78
+2.67%
477.05
+44.51%
330.12
+66.10%
กำไรต่อหุ้น
0.15
-44.53%
0.27
-25.95%
0.37
+10.12%
0.34
+2.75%
0.33
+44.69%
0.23
+66.18%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
63.13
-1.77%
64.27
-6.20%
68.52
+5.53%
64.93
-8.72%
71.13
+0.76%
70.59
+18.86%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
16.61
-22.99%
21.57
+45.06%
14.87
-29.86%
21.20
+19.37%
17.76
+21.48%
14.62
+0.14%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
19.25
-38.52%
31.31
-20.07%
39.17
-8.63%
42.87
-5.57%
45.40
+21.07%
37.50
+31.26%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
-100.00%
1,019.58
+40.80%
724.11
+205.07%
-689.18
-3.80%
-663.92
+61.55%
-1,726.51
-30.13%
ROE(%)
3.84
-36.95%
6.09
-24.91%
8.11
-2.29%
8.30
-26.61%
11.31
-50.74%
22.96
+243.20%
ROA(%)
4.39
-25.34%
5.88
-22.73%
7.61
+8.40%
7.02
-24.43%
9.29
-25.56%
12.48
+87.11%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.36
-33.33%
0.54
-1.82%
0.55
+17.02%
0.47
0.47
-68.24%
1.48
+236.36%
P/E
10.57
-30.14%
15.13
-20.33%
18.99
-67.31%
58.10
-22.24%
74.72
+94.68%
38.38
+32.67%
P/BV
0.47
-53.00%
1.00
-30.07%
1.43
-68.01%
4.47
-59.58%
11.06
+58.00%
7.00
+25.67%
BV
18.45
+1.65%
18.15
+1.85%
17.82
+15.41%
15.44
+108.37%
7.41
+31.62%
5.63
+56.82%
YIELD(%)
7.54
+65.35%
4.56
+7.80%
4.23
+306.73%
1.04
+14.29%
0.91
-38.10%
1.47
-60.27%
ราคาหุ้น
8.75
-51.92%
18.20
-28.63%
25.50
-63.04%
69.00
+0.73%
68.50
+81.46%
37.75
+88.75%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.36
ROE (%)
3.84
ROA (%)
4.39
Book Value/หุ้น
18.76

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JMT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
5,420.06
-8.95%
6,608.29
-32.38%
9,772.10
-11.84%
11,085.04
+189.14%
3,833.83
+99.18%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
32,493.16
-5.36%
35,836.16
+48.76%
24,089.53
+42.11%
16,951.19
+62.42%
10,436.59
+27.01%
รวมสินทรัพย์
37,913.22
-5.89%
42,444.45
+25.35%
33,861.63
+20.78%
28,036.23
+96.46%
14,270.41
+40.71%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
3,985.80
-53.32%
6,209.65
+46.68%
4,233.47
+7.70%
3,930.95
+52.50%
2,577.62
-29.47%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
6,010.67
+46.64%
8,927.37
+36.50%
6,539.99
+30.08%
5,027.62
-15.33%
5,938.25
+94.47%
รวมหนี้สิน
9,996.47
-20.90%
15,137.02
+40.50%
10,773.46
+20.26%
8,958.57
+5.20%
8,515.87
+26.94%
รวมส่วนของเจ้าของ
27,916.75
+0.97%
27,307.43
+18.27%
23,088.17
+21.02%
19,077.65
+231.52%
5,754.54
+67.61%
D/E
0.36
0.55
0.47
0.47
1.48
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
3.84
8.11
8.30
11.31
22.96
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
4.39
7.61
7.02
9.29
12.48
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
0.00
0.00
0.00
1.49
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.00
0.00
0.00
0.38
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-581
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JMT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-580.92
-82.52%
-3,323.46
-1,007.36%
366.28
-107.94%
-4,613.35
+16.67%
-3,954.34
+112.54%
-1,860.53
+584.92%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-16.74
-102.26%
739.73
-89.78%
7,234.77
+57.58%
4,591.25
-847.80%
-613.97
+316.50%
-147.41
+5.24%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-2,764.31
-153.00%
5,215.92
-199.60%
-5,236.67
-359.56%
2,017.53
-53.64%
4,351.47
+63.70%
2,658.25
+548.46%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-3,361.93
-227.73%
2,632.07
+11.32%
2,364.38
+18.48%
1,995.62
-1,018.84%
-217.19
-133.40%
650.21
-32,938.89%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
1,101.43
-38.33%
1,786.11
-36.14%
2,797.09
+34.74%
2,075.97
+114.66%
967.08
+205.21%
316.86
-54.24%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
607.08
-44.88%
1,101.43
-38.33%
1,786.11
-36.14%
2,797.09
+34.74%
2,075.97
+114.66%
967.08
+205.21%