บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
12.00
+0.10 (+0.84%)
สรุปสั้น
บริษัทมีกําไรสุทธิที่เพิ่มจากการบริหารการจัดเก็บพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพที่ดี โดยรายได้ดอกเบี้ย และเงินปันผล และกําไรจากเงินให้เสินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ จากธุรกิจการซื้อหนี้ด้อย คุณภาพมาบริหาร เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 1/2564 เท่ากับ 272.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 40.1 เป็นผลสืบเนื่องจาก การเพิ่มขึ้นรายได้ดอกเบี้ย และเงินปันผล
ซึ่งเป็นผลจากสามารถจัดเก็บหนี้ด้อยคุณภาพที่รับซื้อในช่วงปี 2564 และมีรายได้จากการจัดเก็บจากกองหนี้ด้อยคุณภาพที่ตัดมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 48.6
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6398 out_tok=2878 at=2026-07-25T18:48:35 -->
# JMT กำไร Q2/65 พุ่ง 50% รับยอดจัดเก็บหนี้โต-ธุรกิจประกันฟื้น
## รายได้ดอกเบี้ยและธุรกิจประกันดันกำไรสุทธิ JMT ไตรมาส 2 โต 50% ขณะที่ต้นทุนบริการพุ่งตามการขยายงาน
บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 433.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากเงินให้สินเชื่อการซื้อลูกหนี้ รวมถึงรายได้จากการรับประกันภัยที่ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการให้บริการและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นตามการดำเนินงานก็เป็นส่วนที่ต้องจับตา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ JMT ในไตรมาส 2 ปี 2565 ให้เติบโตถึง 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า มาจาก **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากเงินให้สินเชื่อการซื้อลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้น 37.4%** ประกอบกับ **การฟื้นตัวของรายได้จากการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้น 41.3%** ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ชดเชยต้นทุนการให้บริการและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากเงินให้สินเชื่อการซื้อลูกหนี้** ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนี้ เป็นผลโดยตรงจาก **ความสามารถในการจัดเก็บกระแสเงินสดที่เพิ่มขึ้น 37%** ในไตรมาส 2/2565 และ **41%** ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพของบริษัทฯ ที่ยังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าสถานการณ์หนี้สินครัวเรือนในประเทศจะยังคงมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นก็ตาม
ส่วน **รายได้จากการรับประกันภัย** ที่เติบโตดีขึ้นนั้น เป็นผลมาจากการ **ขยายการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น** และการที่ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่เคยส่งผลกระทบต่อธุรกิจประกันภัยได้คลี่คลายลงตั้งแต่ไตรมาส 2/2565 เป็นต้นมา
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 43.1% ในไตรมาส 2/2565 เป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายทางด้านกฎหมายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 51.6% เป็นผลจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์และระบบที่ใช้ในการดำเนินงาน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ เนื่องจาก JMT ยังคงเป็นผู้นำในด้านพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพของประเทศ และมีความสามารถในการจัดเก็บกระแสเงินสดที่ดี นอกจากนี้ การที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลงจะส่งผลดีต่อธุรกิจประกันภัยให้เติบโตต่อไปได้
ยิ่งไปกว่านั้น การร่วมทุนจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ เจเค จำกัด กับธนาคารกสิกรไทย จะเริ่มทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ปลายไตรมาส 3/2565 และรับรู้เต็มที่ในไตรมาส 4/2565 ซึ่งจะส่งผลให้ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/65 เติบโต 50% YoY** แตะ 433.3 ล้านบาท และ **40% YoY** ในงวด 6 เดือนแรก แตะ 800.3 ล้านบาท
* **ยอดจัดเก็บกระแสเงินสด Q2/65 เพิ่มขึ้น 37% YoY** สู่ 1,337 ล้านบาท และ **41% YoY** ในงวด 6 เดือนแรก สู่ 2,795 ล้านบาท
* **มูลค่าพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพรวม ณ สิ้น Q2/65 อยู่ที่ 245,320 ล้านบาท** โดยมีการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพใหม่ 1,122 ล้านบาทในช่วง 6 เดือนแรก
* **รายได้รวม Q2/65 เพิ่มขึ้น 33.2% YoY** สู่ 1,087.4 ล้านบาท และ **33.3% YoY** ในงวด 6 เดือนแรก สู่ 2,166.1 ล้านบาท
* **ต้นทุนการให้บริการและค่าใช้จ่ายในการบริหารปรับตัวสูงขึ้น** ตามการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2565 เท่ากับ 1,087.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากเงินให้สินเชื่อการซื้อลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้น 37.4% เป็น 648.9 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 59.4% ของรายได้รวมในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 นอกจากนี้ รายได้จากการรับประกันภัยก็เติบโตขึ้น 41.3% เป็น 57.5 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้าปรับลดลงเล็กน้อย 0.4% มาอยู่ที่ 75 ล้านบาทในไตรมาส 2/65 และลดลง 13.5% ในงวด 6 เดือนแรก
ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 43.1% ในไตรมาส 2/65 เป็น 267.5 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 27.6% ในงวด 6 เดือนแรก เป็น 507.6 ล้านบาท โดยเป็นผลจากค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายทางด้านกฎหมายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 51.6% ในไตรมาส 2/65 เป็น 196.3 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 38.8% ในงวด 6 เดือนแรก เป็น 372.3 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายระบบคอมพิวเตอร์
ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทในไตรมาส 2/65 อยู่ที่ 433.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% YoY และในงวด 6 เดือนแรกอยู่ที่ 800.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% YoY
## โอกาส
* **การเติบโตของพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพ:** JMT เป็นผู้นำในตลาดหนี้ด้อยคุณภาพของประเทศ และมีศักยภาพในการบริหารจัดการหนี้เพื่อสร้างผลตอบแทน
* **การร่วมทุนกับธนาคารกสิกรไทย:** บริษัทบริหารสินทรัพย์ เจเค จำกัด ที่จัดตั้งร่วมกับ KBANK จะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ปลายไตรมาส 3/65 และเต็มที่ในไตรมาส 4/65 ซึ่งจะเพิ่มรายได้และกำไรในอนาคต
* **การฟื้นตัวของธุรกิจประกันภัย:** การคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลดีต่อธุรกิจประกันภัยของบริษัทฯ
* **แนวโน้มหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น:** แม้จะเป็นความเสี่ยงต่อระบบเศรษฐกิจ แต่ก็อาจเป็นโอกาสสำหรับ AMC ในการเข้าบริหารจัดการหนี้ที่กลายเป็น NPL ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์หนี้สินครัวเรือนที่สูงขึ้น:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ในระยะยาว
* **การบริหารจัดการหนี้ NPL:** ความท้าทายในการบริหารหนี้ด้อยคุณภาพจำนวนมากให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย และค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจกดดันอัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความสามารถในการจัดเก็บกระแสเงินสด:** การเติบโตต่อเนื่องของยอดจัดเก็บหนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้และกำไร
* **ผลการดำเนินงานของบริษัทบริหารสินทรัพย์ เจเค จำกัด:** การรับรู้รายได้และผลกำไรจากการร่วมทุนกับ KBANK ตั้งแต่ไตรมาส 3/65 เป็นต้นไป
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย และค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยี เพื่อรักษาอัตรากำไร
* **การขยายพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพ:** การเข้าซื้อหนี้ด้อยคุณภาพใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขนาดพอร์ตและโอกาสในการสร้างรายได้
* **แนวโน้มหนี้สินครัวเรือน:** การติดตามผลกระทบต่อคุณภาพสินทรัพย์และกำลังซื้อของลูกหนี้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในไตรมาส 2 ปี 2565 JMT แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพ โดยมี **ยอดจัดเก็บกระแสเงินสดเพิ่มขึ้น 37% YoY** ซึ่งเป็นหัวใจหลักของธุรกิจ AMC การเติบโตนี้สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการติดตามหนี้และการบริหารจัดการลูกหนี้ที่ประสบความสำเร็จ แม้ว่า **มูลค่าพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพรวมจะอยู่ที่ 245,320 ล้านบาท** ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงมาก แต่บริษัทฯ ก็ยังคงสามารถขยายการลงทุนในหนี้ด้อยคุณภาพใหม่ได้ถึง 1,122 ล้านบาทในช่วง 6 เดือนแรก
ด้าน **รายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากเงินให้สินเชื่อการซื้อลูกหนี้** ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทฯ เติบโตถึง **37.4% YoY** เป็น 648.9 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการบริหารหนี้ที่มีอยู่และหนี้ที่ซื้อเข้ามาใหม่
ในส่วนของ **ธุรกิจประกันภัย** มีการฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยรายได้จากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น **41.3% YoY** เป็น 57.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าผลกระทบจากโควิด-19 ได้คลี่คลายลงแล้ว
อย่างไรก็ตาม **ต้นทุนการให้บริการ** ที่เพิ่มขึ้น 43.1% และ **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร** ที่เพิ่มขึ้น 51.6% ในไตรมาส 2/65 เป็นประเด็นที่ต้องติดตามใกล้ชิด การเพิ่มขึ้นของต้นทุนเหล่านี้ส่วนหนึ่งมาจากการลงทุนในบุคลากรและระบบเทคโนโลยีเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 28,500.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% จากสิ้นปี 2564 โดยมีลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น และการเปลี่ยนแปลงจากการลงทุนในบริษัทร่วมทุนกับกลุ่มธุรกิจธนาคารกสิกรไทย
หนี้สินรวมลดลง 37% จากสิ้นปี 2564 มาอยู่ที่ 5,642.8 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายคืนหนี้สถาบันการเงินและหุ้นกู้ ในขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3,779.8 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 เป็น 22,857.5 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.25 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนอยู่ที่ 0.21 เท่า ซึ่งแสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและมีภาระหนี้ต่ำ
## สรุปท้าย
JMT ในไตรมาส 2 ปี 2565 แสดงผลประกอบการที่โดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตถึง 50% YoY โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพที่มีประสิทธิภาพสูง ส่งผลให้ยอดจัดเก็บกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการฟื้นตัวของธุรกิจประกันภัย การร่วมทุนกับธนาคารกสิกรไทยจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญในอนาคตอันใกล้ แม้ว่าต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจะเป็นประเด็นที่ต้องจับตา แต่ด้วยฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและกลยุทธ์การเติบโตที่ชัดเจน JMT ยังคงมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดีต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JMT ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,152.00
ล้านบาท
↓ 9.9% YoY
กำไรขั้นต้น
727.26
ล้านบาท
↓ 11.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
63.13
%
กำไรสุทธิ
221.72
ล้านบาท
↓ 44.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.25
%
D/E Ratio
0.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,152
↓ -9.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
727
↓ -11.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
222
↓ -44.6%
YoY
D/E Ratio
0.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JMT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.36
ROE (%)
3.84
ROA (%)
4.39
Book Value/หุ้น
18.76
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JMT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-581
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JMT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-580.92
-82.52%
|
-3,323.46
-1,007.36%
|
366.28
-107.94%
|
-4,613.35
+16.67%
|
-3,954.34
+112.54%
|
-1,860.53
+584.92%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-16.74
-102.26%
|
739.73
-89.78%
|
7,234.77
+57.58%
|
4,591.25
-847.80%
|
-613.97
+316.50%
|
-147.41
+5.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,764.31
-153.00%
|
5,215.92
-199.60%
|
-5,236.67
-359.56%
|
2,017.53
-53.64%
|
4,351.47
+63.70%
|
2,658.25
+548.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-3,361.93
-227.73%
|
2,632.07
+11.32%
|
2,364.38
+18.48%
|
1,995.62
-1,018.84%
|
-217.19
-133.40%
|
650.21
-32,938.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,101.43
-38.33%
|
1,786.11
-36.14%
|
2,797.09
+34.74%
|
2,075.97
+114.66%
|
967.08
+205.21%
|
316.86
-54.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
607.08
-44.88%
|
1,101.43
-38.33%
|
1,786.11
-36.14%
|
2,797.09
+34.74%
|
2,075.97
+114.66%
|
967.08
+205.21%
|