บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
12.00
+0.10 (+0.84%)
สรุปสั้น
บริษัทมีกําไรสุทธิที่เพิ่มจากการบริหารการจัดเก็บพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพที่ดี โดยรายได้ดอกเบี้ย และเงินปันผล และกําไรจากเงินให้เสินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ จากธุรกิจการซื้อหนี้ด้อย คุณภาพมาบริหาร เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 1/2564 เท่ากับ 272.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 40.1 เป็นผลสืบเนื่องจาก การเพิ่มขึ้นรายได้ดอกเบี้ย และเงินปันผล
ซึ่งเป็นผลจากสามารถจัดเก็บหนี้ด้อยคุณภาพที่รับซื้อในช่วงปี 2564 และมีรายได้จากการจัดเก็บจากกองหนี้ด้อยคุณภาพที่ตัดมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 48.6
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14138 out_tok=2480 at=2026-07-25T06:39:32 -->
# JMT กำไร Q2/2566 ทุบสถิติใหม่ 551 ล้านบาท โต 27.2% รับยอดจัดเก็บหนี้พุ่ง
## รายได้ดอกเบี้ยและส่วนแบ่งกำไร JK AMC หนุนกำไรโตเด่น ขณะที่การซื้อหนี้ด้อยคุณภาพยังคงเป็นโอกาสสำคัญ
บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 ทำสถิติกำไรสุทธิสูงสุดใหม่ที่ 551.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการจัดเก็บกระแสเงินสดที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า JK AMC ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าซื้อหนี้ด้อยคุณภาพอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ผลักดันให้ JMT ทำกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาส 2/2566 คือ **การเติบโตอย่างโดดเด่นของรายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากการให้สินเชื่อซื้อลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้นถึง 31.1% YoY และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า JK AMC ที่เพิ่มขึ้น 100% YoY** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 551.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.2% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากการให้สินเชื่อซื้อลูกหนี้:** การเพิ่มขึ้นของรายได้ส่วนนี้เป็นผลโดยตรงจากความสามารถในการจัดเก็บกระแสเงินสดที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยยอดจัดเก็บกระแสเงินสดในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 1,561 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% YoY ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่ สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพที่บริษัทฯ เข้าซื้อมา
* **ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า JK AMC:** การเติบโต 100% ของส่วนแบ่งกำไรจาก JK AMC บ่งชี้ถึงการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและสร้างผลกำไรได้ดีขึ้นอย่างมากของกิจการร่วมค้านี้ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาเสริมผลประกอบการโดยรวมของ JMT
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้:
* **แนวโน้มหนี้ด้อยคุณภาพ:** สถานการณ์หนี้สินครัวเรือนที่ยังคงสูงและแนวโน้มที่ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิดจะกลายเป็นหนี้ด้อยคุณภาพมากขึ้น เป็นโอกาสสำคัญที่สถาบันการเงินจะขายหนี้ด้อยคุณภาพออกมา ทำให้ JMT มีโอกาสในการเข้าซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการการจัดเก็บหนี้:** ฝ่ายบริหารมีมุมมองเชิงบวกต่อการจัดเก็บกระแสเงินสด โดยเน้นการบริหารจัดการที่คำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ และนำเสนอแผนการชำระหนี้ที่ยืดหยุ่น รวมถึงการใช้แพลตฟอร์ม Jaii-Dee Application เพื่ออำนวยความสะดวกในการปรับโครงสร้างหนี้และแก้ไขเครดิตเสีย ซึ่งจะช่วยรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกหนี้และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2566 ทำสถิติสูงสุดใหม่:** 551.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.2% YoY
* **ยอดจัดเก็บกระแสเงินสด Q2/2566 สูงสุดเป็นประวัติการณ์:** 1,561 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% YoY
* **ยอดจัดเก็บกระแสเงินสด 6 เดือนแรกปี 2566:** 2,930 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY
* **การซื้อหนี้ด้อยคุณภาพ 6 เดือนแรกปี 2566:** 4,126 ล้านบาท เป็นผู้นำอันดับหนึ่งในด้านพอร์ตหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน
* **ส่วนแบ่งกำไรจาก JK AMC เติบโต 100% YoY** ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้รวมในไตรมาส 2/2566 เท่ากับ 1,249.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.9% YoY และสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 มีรายได้รวม 2,399.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% YoY โดยรายได้หลักมาจากการจัดเก็บหนี้ที่รับซื้อคิดเป็น 86.3% ของรายได้รวมในช่วง 6 เดือนแรก
ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 16.2% YoY ในไตรมาส 2/2566 และ 22.6% YoY ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย
กำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 878.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.4% YoY และสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 1,658.1 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 69.1%
ค่าใช้จ่ายในการบริหารทรงตัวในไตรมาส 2/2566 และเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3% YoY ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566
## โอกาส
* **การเข้าซื้อหนี้ด้อยคุณภาพ:** สถานการณ์เศรษฐกิจและนโยบายการปรับโครงสร้างหนี้ ทำให้สถาบันการเงินมีแนวโน้มขายหนี้ด้อยคุณภาพออกมามากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญของ JMT ในการเข้าซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่ม
* **การเติบโตของ JK AMC:** ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของกิจการร่วมค้านี้
* **การขยายธุรกิจประกันภัย:** รายได้จากธุรกิจประกันภัยเติบโต 32.5% YoY ในไตรมาส 2/2566 และ 29.6% YoY ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 จากการขยายการรับประกันภัย
## ความเสี่ยง
* **หนี้สินครัวเรือนที่สูง:** ระดับหนี้สินครัวเรือนที่สูงถึง 90.6% ของ GDP เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อระบบเศรษฐกิจมหภาค และอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ในระยะยาว
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหนี้สินของประชาชน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ปริมาณการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพ:** การเข้าซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการเติบโต
* **ประสิทธิภาพการจัดเก็บกระแสเงินสด:** การรักษาอัตราการเติบโตของการจัดเก็บกระแสเงินสดให้เป็นไปตามเป้าหมาย
* **ผลประกอบการของ JK AMC:** การเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า
* **การขยายธุรกิจประกันภัย:** การเติบโตของรายได้และกำไรจากธุรกิจประกันภัย
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนการให้บริการและค่าใช้จ่ายในการบริหาร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **รายได้จากการดำเนินงาน:** รายได้รวมเติบโต 14.9% YoY ใน Q2/2566 โดยมีรายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากการให้สินเชื่อซื้อลูกหนี้เพิ่มขึ้น 14.0% และรายได้จากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 32.5% YoY
* **ต้นทุนการให้บริการ:** เพิ่มขึ้น 16.2% YoY ใน Q2/2566 โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายทางกฎหมายที่เพิ่มขึ้น
* **กำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้น 23.4% YoY ใน Q2/2566 โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 69.1% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566
* **การซื้อหนี้ด้อยคุณภาพ:** บริษัทฯ เป็นผู้นำในตลาด โดยมีการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพรวม 4,126 ล้านบาท ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2566 ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักในการขยายธุรกิจ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นสุด Q2/2566 อยู่ที่ 40,509.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.6% จากสิ้นปี 2565 โดยมีลูกหนี้การค้าและเงินให้กู้ยืมเพิ่มขึ้น
* **หนี้สินรวม:** ณ สิ้นสุด Q2/2566 อยู่ที่ 13,737.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.5% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการออกหุ้นกู้
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้นสุด Q2/2566 อยู่ที่ 26,772.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,684.2 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน:** อยู่ที่ 0.51 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนอยู่ที่ 0.44 เท่า
* **กระแสเงินสด:** สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 มีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 2,789.9 ล้านบาท และกิจกรรมลงทุน 4,306.2 ล้านบาท โดยมีเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 5,075.4 ล้านบาท
## สรุปท้าย
JMT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/2566 ทำสถิติกำไรสูงสุดใหม่ 551 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยและส่วนแบ่งกำไร JK AMC ที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการจัดเก็บกระแสเงินสดที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ การเข้าซื้อหนี้ด้อยคุณภาพยังคงเป็นกลยุทธ์หลักที่สำคัญ และมีโอกาสต่อเนื่องจากแนวโน้มหนี้ด้อยคุณภาพที่เพิ่มขึ้น แม้จะมีความเสี่ยงจากระดับหนี้สินครัวเรือนที่สูง แต่ฝ่ายบริหารยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการดำเนินงานในอนาคต โดยเน้นการบริหารจัดการการจัดเก็บหนี้อย่างมีประสิทธิภาพและขยายโอกาสทางการตลาด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JMT ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,152.00
ล้านบาท
↓ 9.9% YoY
กำไรขั้นต้น
727.26
ล้านบาท
↓ 11.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
63.13
%
กำไรสุทธิ
221.72
ล้านบาท
↓ 44.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.25
%
D/E Ratio
0.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,152
↓ -9.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
727
↓ -11.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
222
↓ -44.6%
YoY
D/E Ratio
0.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JMT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.36
ROE (%)
3.84
ROA (%)
4.39
Book Value/หุ้น
18.76
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JMT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-581
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JMT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-580.92
-82.52%
|
-3,323.46
-1,007.36%
|
366.28
-107.94%
|
-4,613.35
+16.67%
|
-3,954.34
+112.54%
|
-1,860.53
+584.92%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-16.74
-102.26%
|
739.73
-89.78%
|
7,234.77
+57.58%
|
4,591.25
-847.80%
|
-613.97
+316.50%
|
-147.41
+5.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,764.31
-153.00%
|
5,215.92
-199.60%
|
-5,236.67
-359.56%
|
2,017.53
-53.64%
|
4,351.47
+63.70%
|
2,658.25
+548.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-3,361.93
-227.73%
|
2,632.07
+11.32%
|
2,364.38
+18.48%
|
1,995.62
-1,018.84%
|
-217.19
-133.40%
|
650.21
-32,938.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,101.43
-38.33%
|
1,786.11
-36.14%
|
2,797.09
+34.74%
|
2,075.97
+114.66%
|
967.08
+205.21%
|
316.86
-54.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
607.08
-44.88%
|
1,101.43
-38.33%
|
1,786.11
-36.14%
|
2,797.09
+34.74%
|
2,075.97
+114.66%
|
967.08
+205.21%
|