บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
12.00
+0.10 (+0.84%)
สรุปสั้น
บริษัทมีกําไรสุทธิที่เพิ่มจากการบริหารการจัดเก็บพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพที่ดี โดยรายได้ดอกเบี้ย และเงินปันผล และกําไรจากเงินให้เสินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ จากธุรกิจการซื้อหนี้ด้อย คุณภาพมาบริหาร เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 1/2564 เท่ากับ 272.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 40.1 เป็นผลสืบเนื่องจาก การเพิ่มขึ้นรายได้ดอกเบี้ย และเงินปันผล
ซึ่งเป็นผลจากสามารถจัดเก็บหนี้ด้อยคุณภาพที่รับซื้อในช่วงปี 2564 และมีรายได้จากการจัดเก็บจากกองหนี้ด้อยคุณภาพที่ตัดมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 48.6
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9859 out_tok=2138 at=2026-07-25T18:05:12 -->
# JMT กำไรสุทธิปี 2565 ทำสถิติสูงสุดใหม่ โต 25% รับบริหารหนี้ด้อยคุณภาพพุ่ง
## รายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากการซื้อหนี้โต 21.5% หนุนผลงานปีที่ 7 ติดต่อกัน ขณะที่ต้นทุนบริการเพิ่มขึ้นตามการขยายธุรกิจ
บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT รายงานผลประกอบการปี 2565 ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 โดยมีกำไรสุทธิ 1,745.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อนหน้า แม้ต้นทุนการให้บริการและค่าใช้จ่ายบริหารจะปรับตัวสูงขึ้นตามการขยายธุรกิจและการลงทุนในระบบเทคโนโลยี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ JMT ในปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผล รวมถึงกำไรจากเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 21.5%** ปัจจัยนี้ส่งผลให้กำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 โดยมีกำไรสุทธิ 1,745.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อนหน้า
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ดังกล่าวเป็นผลโดยตรงจากการ **ขยายการลงทุนซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้น** ทั้งหนี้ที่มีและไม่มีหลักประกัน ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการจัดเก็บกระแสเงินสดที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้ส่วนนี้คิดเป็น 86.3% ของรายได้รวมทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงการเป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้ให้บริษัทอย่างชัดเจน นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ สามารถซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารได้มากขึ้น เป็นการสะท้อนถึงศักยภาพในการลงทุนและโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการมีความเชื่อมั่นว่าตราบใดที่สถาบันการเงินยังคงมีการปล่อยสินเชื่อ ตลาดหนี้ด้อยคุณภาพจะยังคงมีอยู่และเติบโตต่อไปได้ในระยะยาว ประกอบกับสถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่ยังคงเป็นความท้าทาย และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐที่เปิดให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ร่วมทุนกับธนาคารได้ ยิ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงและบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพที่มากขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการเตรียมความพร้อมด้านเงินลงทุน ระบบงาน เทคโนโลยี และพนักงาน เพื่อรองรับการเติบโตของปริมาณหนี้ด้อยคุณภาพที่จะมีมากขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1,745.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% YoY** เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน
* **รายได้รวม 4,409.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.6% YoY**
* **ยอดจัดเก็บกระแสเงินสด 5,548 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% YoY** (ไม่รวม JAM 797 ล้านบาท)
* **รายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผล และกำไรจากเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ เพิ่มขึ้น 21.5%** คิดเป็น 86.3% ของรายได้รวม
* **ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 26.9%** ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายบุคลากรและค่าใช้จ่ายกฎหมายที่ลงทุนเพื่ออนาคต
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 18%** จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาวและหุ้นกู้
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 20.8%** เป็น 33,861.6 ล้านบาท โดยมีการลงทุนในหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 21.0%** เป็น 23,088.2 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 JMT มีรายได้รวม 4,409.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.6% จากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผล รวมถึงกำไรจากเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ที่เติบโต 21.5% คิดเป็น 86.3% ของรายได้รวม ขณะที่ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 26.9% จากการลงทุนในบุคลากรและค่าใช้จ่ายทางกฎหมายเพื่อการเติบโตในอนาคต ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 2,950.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.9% และกำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1,745.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25%
## โอกาส
* **ตลาดหนี้ด้อยคุณภาพมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น** จากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 และการชะลอตัวของเศรษฐกิจ
* **Synergy กับบริษัทในกลุ่มเจมาร์ท** เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจ
* **ความพร้อมด้านเงินทุน** สำหรับการลงทุนในหนี้ด้อยคุณภาพที่จะมีปริมาณมากขึ้น
* **การใช้เทคโนโลยีและ Big Data** ในกระบวนการจัดเก็บหนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
* **การร่วมทุนกับธนาคารกสิกรไทย** ในบริษัทสินทรัพย์ เจเค จำกัด (JK) เพื่อขยายการลงทุนในหนี้มีหลักประกัน
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว** อาจส่งผลให้กระแสเงินสดจากการจัดเก็บหนี้ชะลอตัวในบางอุตสาหกรรม
* **ความเสี่ยงด้านกฎหมายและข้อบังคับ** ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจบริหารหนี้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การเติบโตของปริมาณหนี้ด้อยคุณภาพในตลาด** และความสามารถของ JMT ในการเข้าซื้อหนี้
* **ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมลงทุน** โดยเฉพาะบริษัทสินทรัพย์ เจเค จำกัด (JK)
* **การบริหารจัดการต้นทุนการให้บริการ** ท่ามกลางการขยายธุรกิจและลงทุนในเทคโนโลยี
* **ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว** ต่อกระแสเงินสดจากการจัดเก็บหนี้
* **ความคืบหน้าในการเป็น Digital AMC** และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
JMT ในฐานะบริษัทบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ มีการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยการเข้าซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหาร โดยในปี 2565 มีการลงทุนซื้อหนี้ด้อยคุณภาพด้วยงบลงทุน 4,582 ล้านบาท ทั้งหนี้มีและไม่มีหลักประกัน รายได้หลักมาจากดอกเบี้ยและกำไรจากการซื้อหนี้ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 86.3% ของรายได้รวม การเติบโตของรายได้นี้สอดคล้องกับการขยายตัวของพอร์ตหนี้ที่บริษัทบริหารอยู่ แม้ต้นทุนการให้บริการจะเพิ่มขึ้นตามการขยายธุรกิจ แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นได้ในระดับที่น่าพอใจ (66.9% ในปี 2565 หากไม่รวมรายการครั้งเดียวจะอยู่ที่ 71%) ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการบริหารจัดการหนี้สินที่ดี
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 33,861.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.8% โดยมีสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการลงทุนในหนี้ด้อยคุณภาพ และการลงทุนในบริษัทร่วมทุน ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 10,773.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.3% โดยมีหุ้นกู้เพิ่มขึ้น 2,302 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.47 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ดี ในด้านกระแสเงินสด กิจกรรมดำเนินงานสร้างเงินสดได้ 2,206.9 ล้านบาท จากการจัดเก็บหนี้และดอกเบี้ยรับ ส่วนกิจกรรมลงทุนมีการใช้เงินสด 5,619.9 ล้านบาท ส่วนใหญ่เพื่อการลงทุนในบริษัทร่วมทุน ขณะที่กิจกรรมจัดหาเงินได้เงินสดสุทธิ 4,134.2 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้
## สรุปท้าย
JMT ปิดปี 2565 ด้วยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ทำสถิติกำไรสุทธิสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเติบโตของรายได้จากการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหาร ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการจัดเก็บกระแสเงินสดและศักยภาพในการลงทุนที่เพิ่มขึ้น แม้ต้นทุนการดำเนินงานจะปรับตัวสูงขึ้นตามการขยายธุรกิจ แต่บริษัทฯ ยังคงมีโอกาสเติบโตได้อีกในอนาคต จากแนวโน้มตลาดหนี้ด้อยคุณภาพที่ยังคงมีอยู่ และการลงทุนในบริษัทร่วมทุนใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่อาจส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดจากการจัดเก็บหนี้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JMT ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,152.00
ล้านบาท
↓ 9.9% YoY
กำไรขั้นต้น
727.26
ล้านบาท
↓ 11.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
63.13
%
กำไรสุทธิ
221.72
ล้านบาท
↓ 44.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.25
%
D/E Ratio
0.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,152
↓ -9.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
727
↓ -11.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
222
↓ -44.6%
YoY
D/E Ratio
0.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JMT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.36
ROE (%)
3.84
ROA (%)
4.39
Book Value/หุ้น
18.76
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JMT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-581
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JMT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-580.92
-82.52%
|
-3,323.46
-1,007.36%
|
366.28
-107.94%
|
-4,613.35
+16.67%
|
-3,954.34
+112.54%
|
-1,860.53
+584.92%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-16.74
-102.26%
|
739.73
-89.78%
|
7,234.77
+57.58%
|
4,591.25
-847.80%
|
-613.97
+316.50%
|
-147.41
+5.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,764.31
-153.00%
|
5,215.92
-199.60%
|
-5,236.67
-359.56%
|
2,017.53
-53.64%
|
4,351.47
+63.70%
|
2,658.25
+548.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-3,361.93
-227.73%
|
2,632.07
+11.32%
|
2,364.38
+18.48%
|
1,995.62
-1,018.84%
|
-217.19
-133.40%
|
650.21
-32,938.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,101.43
-38.33%
|
1,786.11
-36.14%
|
2,797.09
+34.74%
|
2,075.97
+114.66%
|
967.08
+205.21%
|
316.86
-54.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
607.08
-44.88%
|
1,101.43
-38.33%
|
1,786.11
-36.14%
|
2,797.09
+34.74%
|
2,075.97
+114.66%
|
967.08
+205.21%
|