บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
2.36
+0.10 (+4.42%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=37224 out_tok=3267 at=2026-07-25T17:08:24 -->
# IRPC พลิกขาดทุนหนัก Q4/65 รับผลกระทบ Major Turnaround-สต็อกน้ำมัน
## รายได้-กำไรทรุดหนักจากปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น ขณะที่ราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีอ่อนตัว กดดันภาพรวมทั้งปี
บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 7,149 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 2,194 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลกระทบจากการปิดซ่อมบำรุงใหญ่ (Major Turnaround) ของโรงกลั่นน้ำมัน ส่งผลให้ปริมาณการกลั่นและการผลิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ปรับตัวลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลกและนโยบาย Zero-COVID ของจีน ทำให้ภาพรวมทั้งปี 2565 บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 4,364 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ IRPC ในไตรมาส 4 ปี 2565 และภาพรวมทั้งปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การปิดซ่อมบำรุงใหญ่ (Major Turnaround) ของโรงกลั่นน้ำมัน และการอ่อนตัวลงของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี
**1) หัวใจคืออะไร**
* **การปิดซ่อมบำรุงใหญ่ (Major Turnaround):** ในไตรมาส 4/2565 โรงกลั่นน้ำมันของ IRPC ต้องหยุดดำเนินการเพื่อซ่อมบำรุงใหญ่เป็นเวลาประมาณ 1 เดือน ส่งผลให้ปริมาณการกลั่นน้ำมันดิบลดลงอย่างมากถึง 37% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ 40% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทำให้กำลังการผลิตโดยรวมของโรงกลั่นน้ำมันอยู่ที่ 55% เท่านั้น ซึ่งกระทบโดยตรงต่อปริมาณการผลิตและขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
* **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีอ่อนตัว:** ตลาดปิโตรเคมีทั่วโลกเผชิญกับความต้องการที่ซบเซาจากภาวะเงินเฟ้อสูง การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และนโยบาย Zero-COVID ของจีน ส่งผลให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีส่วนใหญ่ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มโอเลฟินส์ (เช่น HDPE, PP) และกลุ่มสไตรีนิกส์ (เช่น ABS, PS) ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทฯ
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
* **ผลกระทบจาก Major Turnaround:** การหยุดซ่อมบำรุงใหญ่เป็นกระบวนการที่จำเป็นเพื่อรักษาประสิทธิภาพและความปลอดภัยของโรงกลั่น แต่ส่งผลให้ปริมาณการผลิตและขายลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าบริษัทฯ จะมีการสำรองสินค้าเพื่อรองรับการขาย แต่ปริมาณการผลิตที่ลดลงก็ส่งผลกระทบต่อรายได้และต้นทุนต่อหน่วย
* **แรงกดดันจากตลาดปิโตรเคมี:** ปัจจัยมหภาค เช่น ความกังวลภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ทั่วโลก นโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลาง และการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในจีน ล้วนส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทำให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีลดลง ขณะที่ต้นทุนการผลิตยังคงอยู่ในระดับสูงจากราคาพลังงานและวัตถุดิบที่ผันผวน ทำให้ส่วนต่างราคา (Spread) ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**ลักษณะครั้งคราว**
การปิดซ่อมบำรุงใหญ่ (Major Turnaround) เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นรอบตามแผนการดำเนินงานของโรงกลั่น โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นทุก 3-5 ปี ดังนั้น ผลกระทบในไตรมาส 4/2565 นี้จึงมีลักษณะเป็นครั้งคราว และคาดว่าโรงกลั่นจะกลับมาดำเนินการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพหลังจากการซ่อมบำรุงเสร็จสิ้น
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านตลาดปิโตรเคมีที่อ่อนตัวลงนั้น มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง แม้ว่าจะมีสัญญาณบวกจากการที่จีนเริ่มผ่อนคลายมาตรการ Zero-COVID และมีแผนเปิดประเทศ แต่ความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอยและอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ อาจทำให้การฟื้นตัวของอุปสงค์ปิโตรเคมีเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้น ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีอาจยังคงถูกกดดันในระยะสั้นถึงกลาง
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ Q4/65 พุ่ง 7,149 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 2,194 ล้านบาทใน Q4/64 สาเหตุหลักจาก Major Turnaround และผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน
* **ปี 2565 ขาดทุนสุทธิ 4,364 ล้านบาท:** เทียบกับกำไร 14,505 ล้านบาทในปี 2564 จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นแต่ปริมาณขายลดลง และ Net Inventory Loss
* **ปริมาณการกลั่นลดลงมาก:** ใน Q4/65 อยู่ที่ 119,000 บาร์เรลต่อวัน (55% Utilization Rate) ลดลง 40% YoY จากการปิดซ่อมบำรุงใหญ่
* **ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีอ่อนแอ:** กลุ่มโอเลฟินส์และสไตรีนิกส์เผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์ที่ซบเซาและต้นทุนวัตถุดิบที่สูง
* **การลงทุนในโครงการ UCF คืบหน้า:** โครงการ Ultra Clean Fuel (UCF) คาดแล้วเสร็จเชิงพาณิชย์ใน Q1/67 เพื่อรองรับมาตรฐาน Euro V
* **แผนลงทุน 5 ปี (66-70) วงเงิน 3.6 หมื่นล้านบาท:** เน้นโครงการเชิงกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตและเพิ่มมูลค่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ปี 2565:** บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสุทธิ 318,396 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% YoY จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ แต่ปริมาณขายลดลง 8% เนื่องจากโรงกลั่นหยุดซ่อมบำรุงใหญ่ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) ลดลง 20% และบันทึก Net Inventory Loss 6,348 ล้านบาท ทำให้ปี 2565 ขาดทุนสุทธิ 4,364 ล้านบาท
**ไตรมาส 4/2565:** รายได้จากการขายสุทธิ 55,081 ล้านบาท ลดลง 37% QoQ และ 19% YoY จากปริมาณขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการปิดซ่อมบำรุงใหญ่ ประกอบกับราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงตามราคาน้ำมันดิบ และ Market GIM ที่ลดลง 40% YoY รวมถึง Net Inventory Loss ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิ 7,149 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ปิโตรเลียม:** การผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 ทั่วโลก โดยเฉพาะในจีน คาดว่าจะช่วยกระตุ้นความต้องการใช้น้ำมันและการเดินทางให้ฟื้นตัว
* **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่อาจปรับตัวดีขึ้น:** แม้จะเผชิญแรงกดดันในปัจจุบัน แต่การที่ผู้ผลิตหลายรายปรับลดกำลังการผลิตเพื่อรักษาระดับกำไร อาจช่วยลดอุปทานส่วนเกินในระยะยาว
* **โครงการ Ultra Clean Fuel (UCF):** การลงทุนในโครงการ UCF จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของบริษัทฯ ในการผลิตน้ำมันดีเซลมาตรฐาน Euro V ซึ่งเป็นที่ต้องการมากขึ้นในตลาด
* **โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบทุ่นลอยน้ำ:** เป็นการลงทุนที่สอดคล้องกับแนวโน้ม ESG และช่วยลดต้นทุนพลังงานของบริษัทฯ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์:** ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ปัญหาเศรษฐกิจโลก และนโยบายพลังงาน อาจส่งผลกระทบต่อราคาและส่วนต่างกำไร
* **ภาวะเศรษฐกิจถดถอย:** ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกอาจกดดันอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและปิโตรเลียม
* **นโยบาย Zero-COVID ของจีน:** แม้จะผ่อนคลาย แต่หากมีการกลับมาเข้มงวดอีกครั้ง อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์และห่วงโซ่อุปทาน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตใหม่ในภูมิภาคอาจส่งผลให้การแข่งขันรุนแรงขึ้น
* **กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม:** ข้อกำหนดที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอาจเพิ่มต้นทุนการดำเนินงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมี:** การฟื้นตัวของอุปสงค์หลังจีนเปิดประเทศ และผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก
* **ผลการดำเนินงานหลัง Major Turnaround:** ประสิทธิภาพการผลิตของโรงกลั่นหลังการซ่อมบำรุงใหญ่
* **ความคืบหน้าโครงการลงทุน:** โดยเฉพาะโครงการ UCF และการลงทุนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Projects)
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบ (Crude Premium) และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* **การบริหารจัดการสต็อกน้ำมัน:** ผลกระทบจาก Net Inventory Loss/Gain
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ราคา Commodity และ Margin:** ราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบดูไบปี 2565 อยู่ที่ 96.34 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 39% YoY แต่ Market GIM ของ IRPC กลับลดลง 19% YoY เนื่องจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีปรับลดลง ประกอบกับต้นทุน Crude Premium ที่สูงขึ้น ในไตรมาส 4/65 ราคาดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ 84.85 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ลดลง 12% QoQ และเพิ่มขึ้น 8% YoY แต่ Market GIM ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 40% YoY เนื่องจากสัดส่วนการผลิตที่เปลี่ยนแปลงจากการปิดซ่อมบำรุงใหญ่
**ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณการกลั่นน้ำมันดิบปี 2565 อยู่ที่ 175 KBD ลดลง 9% YoY โดยในไตรมาส 4/65 อยู่ที่ 119 KBD ลดลง 40% YoY เนื่องจาก Major Turnaround ส่งผลให้ปริมาณขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมลดลงตามไปด้วย
**ต้นทุนต่อหน่วย:** เอกสารไม่ได้ระบุต้นทุนต่อหน่วยที่ชัดเจน แต่การลดลงของอัตราการใช้กำลังการผลิตมักส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้น
**กำลังการผลิต:** กำลังการกลั่นน้ำมันดิบของโรงกลั่นอยู่ที่ 215,000 บาร์เรลต่อวัน แต่ในไตรมาส 4/65 มีอัตราการใช้กำลังการผลิตเพียง 55%
**โครงการลงทุน:** โครงการ Ultra Clean Fuel (UCF) อยู่ในขั้นตอนก่อสร้าง คาดแล้วเสร็จ Q1/67 และโครงการ Floating Solar ขนาด 8.5 MW อยู่ระหว่างจัดซื้อจัดจ้าง คาดจ่ายไฟ Q4/66
**กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** บริษัทฯ มุ่งมั่นสู่การเป็นโรงงานสีเขียว (Eco Factory) และมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 20% ภายในปี 2573 และ Carbon Neutrality ในปี 2593
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 198,187 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY จากลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น
**หนี้สินรวม:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 118,509 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% YoY จากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและหนี้สินหมุนเวียนอื่น (เงินกู้ยืมระยะสั้น)
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 9% YoY เหลือ 79,678 ล้านบาท จากผลขาดทุนสุทธิและเงินปันผลจ่าย
**กระแสเงินสด:** ปี 2565 กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานติดลบ 3,712 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือและลูกหนี้อื่น ขณะที่กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 8,931 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในโครงการ UCF และการซื้อสินทรัพย์ถาวร
**อัตราส่วนหนี้สิน:** อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.86 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.57 เท่าในปี 2564
## สรุปท้าย
IRPC เผชิญกับผลประกอบการที่อ่อนแอในไตรมาส 4/2565 และภาพรวมทั้งปี 2565 จากปัจจัยกดดันหลักคือการปิดซ่อมบำรุงใหญ่ของโรงกลั่น และภาวะตลาดปิโตรเคมีที่ซบเซา อย่างไรก็ตาม การปิดซ่อมบำรุงเป็นเหตุการณ์ครั้งคราว และบริษัทฯ มีแผนลงทุนในโครงการ UCF เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว การฟื้นตัวของอุปสงค์น้ำมันและปิโตรเคมีหลังการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และการเปิดประเทศของจีน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในการขับเคลื่อนผลประกอบการของบริษัทฯ ในปี 2566 ท่ามกลางความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ IRPC ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
74,261.70
ล้านบาท
↓ 6.1% YoY
กำไรขั้นต้น
1,613.39
ล้านบาท
↓ 150.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
2.17
%
กำไรสุทธิ
-1,125.33
ล้านบาท
↓ 67.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.52
%
D/E Ratio
1.63
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
74,262
↓ -6.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,613
↓ -150.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,125
↓ -67.1%
YoY
D/E Ratio
1.63
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — IRPC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.63
ROE (%)
-7.12
ROA (%)
-2.22
Book Value/หุ้น
3.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — IRPC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+24,863
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,112
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — IRPC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
24,863.39
-1,922.40%
|
-1,364.32
-85.31%
|
-9,287.75
-378.66%
|
3,332.99
-70.10%
|
11,148.75
+166.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
1,112.09
-69.64%
|
3,662.62
-395.84%
|
-1,238.04
-1,211.35%
|
111.40
-102.88%
|
-3,871.31
+241.48%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
-16,037.37
+616.09%
|
-2,239.59
-177.57%
|
2,887.00
-185.69%
|
-3,369.20
+130.39%
|
-1,462.37
-52.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
9,938.12
+335.69%
|
2,280.99
-129.86%
|
-7,638.80
-10,256.63%
|
75.21
-98.71%
|
5,815.06
-17,657.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
6,220.33
+92.55%
|
3,230.45
-71.25%
|
11,236.03
+26.94%
|
8,851.19
+191.53%
|
3,036.13
+29.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
9,923.96
+59.54%
|
6,220.33
+92.55%
|
3,230.45
-71.25%
|
11,236.03
+26.94%
|
8,851.19
+191.53%
|