บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
2.36
+0.10 (+4.42%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=31614 out_tok=3174 at=2026-07-25T18:45:37 -->
# IRPC กำไร Q2/65 ดิ่ง 16% YoY รับผลกระทบสต็อกน้ำมัน-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้โต 75% ตามราคาน้ำมัน แต่กำไรสุทธิหด เหตุขาดทุนสต็อกน้ำมันและต้นทุน Crude Premium สูงขึ้น
บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้จากการขายสุทธิ 99,395 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นถึง 72% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 16% มาอยู่ที่ 3,833 ล้านบาท เนื่องจากขาดทุนจากสต็อกน้ำมันสุทธิและต้นทุน Crude Premium ที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ IRPC ในไตรมาส 2/2565 ปรับลดลง 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 75% มาจาก **การขาดทุนจากสต็อกน้ำมันสุทธิที่พลิกจากกำไร 3,507 ล้านบาทในปีก่อน มาเป็นการขาดทุน 1,298 ล้านบาทในไตรมาสนี้** ประกอบกับ **ต้นทุน Crude Premium ที่ปรับสูงขึ้น** ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นจากการกลั่นทางบัญชี (Accounting GIM) แม้ว่ากำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) จะปรับตัวดีขึ้นก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การขาดทุนจากสต็อกน้ำมันสุทธิเกิดจากการที่บริษัทฯ มี **ขาดทุนจากการบริหารความเสี่ยงน้ำมันที่เกิดขึ้นจริง (Realized Oil Hedging) สูงถึง 5,272 ล้านบาท** ในขณะที่มีกำไรจากสต็อกน้ำมันเพียง 3,974 ล้านบาท ซึ่งแตกต่างจากไตรมาส 2/2564 ที่มีกำไรจากสต็อกน้ำมันสุทธิ 3,507 ล้านบาท นอกจากนี้ **ต้นทุน Crude Premium ที่ปรับเพิ่มขึ้น 5.13 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นอีกปัจจัยที่กดดันต้นทุนการผลิต
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสเป็นลักษณะครั้งคราว** โดยปัจจัยหลักคือการขาดทุนจากสต็อกน้ำมันและ Realized Oil Hedging ซึ่งมักจะผันผวนตามสภาวะตลาดน้ำมันดิบที่คาดการณ์ได้ยาก อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์ตลาดน้ำมันดิบในไตรมาส 3/2565 คาดว่าจะยังทรงตัวในระดับสูงจากความต้องการที่ฟื้นตัวต่อเนื่องและอุปทานที่ตึงตัว ซึ่งอาจส่งผลดีต่อ Market GIM แต่ความผันผวนของสต็อกน้ำมันยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายสุทธิ Q2/65 เติบโต 75% YoY** แตะ 99,395 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 72% ตามราคาน้ำมันดิบ
* **กำไรสุทธิ Q2/65 ลดลง 16% YoY** เหลือ 3,833 ล้านบาท
* **ขาดทุนจากสต็อกน้ำมันสุทธิ 1,298 ล้านบาท** พลิกจากกำไร 3,507 ล้านบาทใน Q2/64
* **Market GIM เพิ่มขึ้น 44% YoY** อยู่ที่ 20.15 USD/bbl จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม โดยเฉพาะดีเซลและเบนซินที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **Accounting GIM ลดลง 8% YoY** อยู่ที่ 18.07 USD/bbl เนื่องจากผลกระทบจากสต็อกน้ำมันและ Realized Oil Hedging
* **ปริมาณการกลั่นน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 2% YoY** อยู่ที่ 198,000 บาร์เรลต่อวัน อัตราการใช้กำลังการผลิตโรงกลั่นอยู่ที่ 92%
* **กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีมีรายได้จากการขายสุทธิเพิ่มขึ้น 16% YoY** อยู่ที่ 20,340 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 15%
* **การออกหุ้นกู้ 12,000 ล้านบาท** เพื่อเสริมสภาพคล่องและบริหารโครงสร้างทางการเงิน
## ภาพรวมผลประกอบการ
IRPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้จากการขายสุทธิ 99,395 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ย 72% ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับปริมาณขายรวมเพิ่มขึ้น 3% โดยโรงกลั่นน้ำมันมีอัตราการกลั่นเพิ่มขึ้น 2% เป็น 198,000 บาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 92%
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 3,833 ล้านบาท ลดลง 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากขาดทุนจากสต็อกน้ำมันสุทธิรวม 1,298 ล้านบาท เทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564 ที่มีกำไรจากสต็อกน้ำมันสุทธิ 3,507 ล้านบาท ประกอบกับต้นทุน Crude Premium ที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการผลิตทางบัญชี (Accounting GIM) ลดลง 8%
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสุทธิ 176,003 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิลดลง 47% มาอยู่ที่ 5,334 ล้านบาท
## โอกาส
* **ราคาน้ำมันดิบที่ยังคงอยู่ในระดับสูง** และคาดว่าจะทรงตัวต่อเนื่องในไตรมาส 3/2565 จากความต้องการที่ฟื้นตัวและอุปทานตึงตัว เป็นปัจจัยสนับสนุน Market GIM
* **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน ปรับตัวดีขึ้น** จากความต้องการที่ฟื้นตัวและผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย
* **การผ่อนคลายมาตรการ Lockdown ในหลายประเทศ** หนุนการฟื้นตัวของอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี
* **การเพิ่มสัดส่วนการขายในประเทศ** โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและเบนซิน ซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **การออกหุ้นกู้ดิจิทัลและหุ้นกู้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม** เป็นการบริหารต้นทุนทางการเงินและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม** จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และสภาวะเศรษฐกิจโลก
* **ต้นทุนวัตถุดิบ (Crude Premium) ที่ปรับตัวสูงขึ้น** กดดันอัตรากำไร
* **ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก** อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี
* **การเพิ่มกำลังการผลิตใหม่จากจีนและมาเลเซีย** อาจส่งผลให้เกิดอุปทานส่วนเกินในตลาดปิโตรเคมี
* **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน** จากการอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐฯ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคา Crude Premium และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม** โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและเบนซิน
* **ผลกระทบจากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน** ต่ออุปทานและอุปสงค์น้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์
* **ความคืบหน้าของการยกเลิกการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน** และผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบ
* **การบริหารจัดการสต็อกน้ำมันและผลกระทบจาก Realized Oil Hedging**
* **แนวโน้มอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี** ท่ามกลางความกังวลเศรษฐกิจถดถอยและการกลับมาของกำลังการผลิตใหม่
* **การดำเนินงานตามแผนการลงทุนและโครงการใหม่ๆ** เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ราคา Commodity และ ASP:** ราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 72% YoY ตามราคาน้ำมันดิบดูไบที่เฉลี่ยอยู่ที่ 108.05 USD/bbl ใน Q2/65 เพิ่มขึ้น 61% YoY โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและเบนซินที่มีส่วนต่างราคา (Spread) เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 713% และ 254% ตามลำดับ YoY เนื่องจากความต้องการฟื้นตัวและอุปทานตึงตัวจากการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย
**ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณการกลั่นน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 2% YoY เป็น 198,000 บาร์เรลต่อวัน โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิต 92% เพิ่มขึ้น 2% YoY โรงงาน RDCC มีอัตราการใช้กำลังการผลิต 120% เพิ่มขึ้น 18% QoQ เนื่องจากหยุดซ่อมบำรุงในไตรมาสก่อน ส่วนโรงงานน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานมีอัตราการใช้กำลังการผลิต 83% เพิ่มขึ้น 2% QoQ เนื่องจากหยุดซ่อมบำรุงในไตรมาสก่อน
**ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุน Crude Premium ปรับเพิ่มขึ้น 5.13 USD/bbl YoY ซึ่งเป็นปัจจัยกดดัน GIM
**กำลังการผลิต:** กำลังการกลั่นน้ำมันดิบอยู่ที่ 215,000 บาร์เรลต่อวัน โรงงาน RDCC มีอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงถึง 120%
**โครงการลงทุน:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดโครงการลงทุนใหม่ๆ ในส่วนนี้
**กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** มีการกล่าวถึงการออกหุ้นกู้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งสะท้อนถึงความใส่ใจด้าน ESG
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์:** ณ 30 มิ.ย. 65 สินทรัพย์รวม 222,242 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากสิ้นปี 64 โดยหลักจากลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 54% และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 60% ตามราคาที่สูงขึ้น
**หนี้สิน:** ณ 30 มิ.ย. 65 หนี้สินรวม 132,051 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากสิ้นปี 64 โดยหลักจากเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 58% และเงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้น 7,350 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้ 12,000 ล้านบาท
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 มิ.ย. 65 ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 90,191 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากสิ้นปี 64 จากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น
**กระแสเงินสด:** 6 เดือนแรกปี 65 กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงาน 1,497 ล้านบาท ลดลงจาก 4,716 ล้านบาทในปีก่อน โดยใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 2,196 ล้านบาท และได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 3,342 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้สุทธิ
**อัตราส่วนทางการเงิน:**
* **EBITDA ต่อรายได้จากการขาย:** 8.11% ลดลงจาก 14.34% ใน Q2/64
* **อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้จากการขาย:** 3.87% ลดลงจาก 7.38% ใน Q2/64
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** 1.45 เท่า ทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้น:** 0.61 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.50 เท่าใน Q1/65
## สรุปท้าย
IRPC ในไตรมาส 2/2565 เผชิญกับแรงกดดันด้านกำไรสุทธิที่ลดลง 16% YoY แม้รายได้จะเติบโตโดดเด่น 75% จากราคาขายที่สูงขึ้น ปัจจัยหลักมาจากผลกระทบของสต็อกน้ำมันและการบริหารความเสี่ยงที่ทำให้เกิดขาดทุน รวมถึงต้นทุน Crude Premium ที่สูงขึ้น แม้ว่า Market GIM จะปรับตัวดีขึ้นจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและเบนซิน อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและต้นทุนวัตถุดิบยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตา ขณะที่การดำเนินงานในกลุ่มปิโตรเคมีเริ่มฟื้นตัวจากราคาขายที่สูงขึ้น แต่เผชิญกับอุปสงค์ที่ชะลอตัวจากปัจจัยเศรษฐกิจโลก การบริหารจัดการต้นทุนและสภาพคล่องยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการรับมือกับความท้าทายในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ IRPC ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
74,261.70
ล้านบาท
↓ 6.1% YoY
กำไรขั้นต้น
1,613.39
ล้านบาท
↓ 150.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
2.17
%
กำไรสุทธิ
-1,125.33
ล้านบาท
↓ 67.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.52
%
D/E Ratio
1.63
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
74,262
↓ -6.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,613
↓ -150.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,125
↓ -67.1%
YoY
D/E Ratio
1.63
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — IRPC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.63
ROE (%)
-7.12
ROA (%)
-2.22
Book Value/หุ้น
3.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — IRPC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+24,863
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,112
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — IRPC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
24,863.39
-1,922.40%
|
-1,364.32
-85.31%
|
-9,287.75
-378.66%
|
3,332.99
-70.10%
|
11,148.75
+166.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
1,112.09
-69.64%
|
3,662.62
-395.84%
|
-1,238.04
-1,211.35%
|
111.40
-102.88%
|
-3,871.31
+241.48%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
-16,037.37
+616.09%
|
-2,239.59
-177.57%
|
2,887.00
-185.69%
|
-3,369.20
+130.39%
|
-1,462.37
-52.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
9,938.12
+335.69%
|
2,280.99
-129.86%
|
-7,638.80
-10,256.63%
|
75.21
-98.71%
|
5,815.06
-17,657.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
6,220.33
+92.55%
|
3,230.45
-71.25%
|
11,236.03
+26.94%
|
8,851.19
+191.53%
|
3,036.13
+29.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
9,923.96
+59.54%
|
6,220.33
+92.55%
|
3,230.45
-71.25%
|
11,236.03
+26.94%
|
8,851.19
+191.53%
|