บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
2.36
+0.10 (+4.42%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=25491 out_tok=3041 at=2026-07-25T18:25:26 -->
# IRPC Q1/2565 กำไรสุทธิวูบ 73% รับแรงกดดันราคาวัตถุดิบ-ส่วนต่างผลิตภัณฑ์
## รายได้รวมโต 48% แต่กำไรสุทธิหดตัวแรง เหตุ GIM ลดลง ขณะที่กำไรสต็อกน้ำมันช่วยพยุง
บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการขาย 79,432 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิกลับลดลงถึง 73% มาอยู่ที่ 1,501 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ลดลง ขณะที่กำไรจากสต็อกน้ำมันช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) ของ IRPC ในไตรมาส 1/2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานที่ลดลง ประกอบกับการปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุน Crude Premium** แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงจะปรับตัวดีขึ้น แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ทั้งหมด ส่งผลให้ Market GIM ลดลง 48% YoY และ 35% QoQ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานลดลง:**
* **กลุ่มปิโตรเคมี:** ความต้องการผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีชะลอตัวจากราคาที่ปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ ประกอบกับความต้องการในตลาดหลัก เช่น จีน ไต้หวัน และเวียดนามลดลงในช่วงเทศกาลตรุษจีน และมาตรการควบคุมมลพิษ/Lockdown ในจีน ส่งผลให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์หลายชนิด เช่น HDPE, PP, ABS, PS ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน:** ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น (500 SN) กับน้ำมันเตา ลดลง 33% YoY เนื่องจากโรงงานผลิตน้ำมันหล่อลื่นกลับมาเดินเครื่องตามปกติในหลายประเทศ ส่งผลให้อุปทานเพิ่มขึ้น ประกอบกับความต้องการผลิตภัณฑ์ปรับลดลงจากสถานการณ์ COVID-19 ในจีน
* **ต้นทุน Crude Premium ปรับตัวสูงขึ้น:** ต้นทุนน้ำมันดิบที่ใช้ในการผลิต (Crude Premium) ปรับเพิ่มขึ้น 4.91 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นต้นทุนส่วนเพิ่มที่บริษัทต้องแบกรับ
* **กำไรจากสต็อกน้ำมันช่วยพยุง:** แม้ Market GIM จะลดลง แต่บริษัทมีกำไรจากสต็อกน้ำมันสุทธิเพิ่มขึ้น 16% YoY เป็น 4,007 ล้านบาท หรือ 6.90 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกำไรจากสต็อกน้ำมันที่เพิ่มขึ้น 784 ล้านบาท ช่วยบรรเทาผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นทางบัญชี (Accounting GIM) ได้บางส่วน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก:**
* **ปัจจัยกดดันต่อเนื่อง:** ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังคงส่งผลต่อความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและวัตถุดิบ ซึ่งอาจกดดันส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีต่อไป โดยเฉพาะหากความต้องการของผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
* **ปัจจัยบวกที่ต้องเฝ้าระวัง:** แนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาส 2/2565 จากสถานการณ์ความขัดแย้ง และการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 ในหลายประเทศ อาจช่วยหนุนราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงได้
* **การบริหารจัดการ:** การบริหารจัดการสต็อกน้ำมันและสัญญาอนุพันธ์ทางการเงิน จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของราคา
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 73% YoY:** จาก 5,581 ล้านบาทใน Q1/2564 เหลือ 1,501 ล้านบาทใน Q1/2565
* **รายได้จากการขายสุทธิเพิ่มขึ้น 58% YoY:** เป็น 76,608 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 57%
* **Market GIM ลดลง 48% YoY:** อยู่ที่ 7.08 USD/bbl จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ลดลง และต้นทุน Crude Premium ที่สูงขึ้น
* **กำไรจากสต็อกน้ำมันสุทธิเพิ่มขึ้น 16% YoY:** เป็น 4,007 ล้านบาท ช่วยหนุน Accounting GIM
* **ธุรกิจปิโตรเคมีเผชิญแรงกดดัน:** ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบ (Market PTF) ลดลง 75% YoY จากอุปสงค์ชะลอตัวและต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น
* **อัตราการใช้กำลังการผลิตโรงกลั่นน้ำมันทรงตัว:** อยู่ที่ 90% เพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY แต่ลดลง QoQ
## ภาพรวมผลประกอบการ
IRPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการขายสุทธิ 76,608 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับเพิ่มขึ้น 57% ตามราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ประกอบกับปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 1% อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) ปรับลดลง 48% YoY มาอยู่ที่ 4,105 ล้านบาท (7.08 USD/bbl) เนื่องจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานปรับลดลง และต้นทุน Crude Premium ที่สูงขึ้น แม้ว่าจะมีกำไรจากสต็อกน้ำมันสุทธิเพิ่มขึ้น 16% YoY เป็น 4,007 ล้านบาท แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ทั้งหมด ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการผลิตทางบัญชี (Accounting GIM) ลดลง 17% YoY เป็น 9,891 ล้านบาท (17.05 USD/bbl) ประกอบกับค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ลดลงเล็กน้อย ทำให้ EBITDA ลดลง 25% YoY เป็น 6,600 ล้านบาท และสุดท้ายส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 73% YoY เป็น 1,501 ล้านบาท
## โอกาส
* **แนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่อาจปรับตัวสูงขึ้น:** สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และการควบคุมการผลิตของ OPEC+ อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาส 2/2565 ซึ่งจะส่งผลดีต่อราคาขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** การผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 ในหลายประเทศช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจและอุปสงค์การใช้น้ำมันและปิโตรเคมี
* **การบริหารจัดการสต็อกและสัญญาอนุพันธ์:** ความสามารถในการบริหารจัดการสต็อกน้ำมันและสัญญาอนุพันธ์ทางการเงินจะช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของราคา
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์:** ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และปัจจัยด้านอุปสงค์-อุปทาน อาจทำให้ราคามีความผันผวนสูง
* **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ยังคงถูกกดดัน:** โดยเฉพาะในกลุ่มปิโตรเคมีที่อุปสงค์ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และอุปทานใหม่ที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของ Crude Premium และต้นทุนวัตถุดิบอื่นๆ ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **สถานการณ์ COVID-19 ในจีน:** การประกาศ Lockdown ในหลายเมืองอาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์และห่วงโซ่อุปทาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาน้ำมันดิบและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์:** โดยเฉพาะในกลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิงและปิโตรเคมี
* **การบริหารจัดการสต็อกน้ำมัน:** เพื่อใช้ประโยชน์จากส่วนต่างราคาที่อาจเกิดขึ้น
* **สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน:** และผลกระทบต่ออุปทานพลังงานทั่วโลก
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ปิโตรเคมี:** โดยเฉพาะจากภาคอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์ไฟฟ้า
* **การดำเนินงานของโรงงาน:** โดยเฉพาะการซ่อมบำรุงตามแผนและผลกระทบจากสถานการณ์ภายนอก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ปริมาณการกลั่น:** ในไตรมาส 1/2565 ปริมาณน้ำมันดิบนำเข้ากลั่นอยู่ที่ 17.46 ล้านบาร์เรล หรือ 194,000 บาร์เรลต่อวัน คิดเป็นอัตราการใช้กำลังการผลิต 90% ลดลง 2% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 4% YoY เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนของหน่วยผลิต ADU 1 ในช่วง Q1/2564
* **ราคา Commodity:** ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ 95.56 USD/bbl เพิ่มขึ้น 22% QoQ และ 59% YoY
* **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์:**
* **น้ำมันเชื้อเพลิง:** ส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซล (Gas Oil) กับน้ำมันดิบดูไบเพิ่มขึ้น 72% QoQ และ 317% YoY เป็น 19.6 USD/bbl จากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นและการลดการนำเข้าจากรัสเซียของยุโรป
* **น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน:** ส่วนต่างราคา 500 SN กับน้ำมันเตา ลดลง 22% QoQ และ 33% YoY เป็น 522 USD/MT
* **กำไรขั้นต้นจากการกลั่น (GRM):** Market GRM อยู่ที่ 4.39 USD/bbl ลดลง 35% QoQ และ 48% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุน Crude Premium ที่เพิ่มขึ้น
* **ธุรกิจปิโตรเคมี:** Market PTF ลดลง 56% QoQ และ 75% YoY อยู่ที่ 1.73 USD/bbl เนื่องจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ปรับลดลง ขณะที่ราคาวัตถุดิบ (Naphtha) ปรับสูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 อยู่ที่ 206,665 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ
* **หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 117,409 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากสิ้นปี 2564 โดยมีเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 89,256 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากสิ้นปี 2564 จากกำไรสุทธิ
* **กระแสเงินสด:** กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 7,029 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยมี EBITDA 6,600 ล้านบาท และการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าเป็นปัจจัยหลัก ขณะที่กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 892 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงิน 2,242 ล้านบาท
* **อัตราส่วนทางการเงิน:** อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.33 เท่า อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.50 เท่า
## สรุปท้าย
IRPC ในไตรมาส 1/2565 เผชิญกับแรงกดดันด้านอัตรากำไรขั้นต้นจากการผลิต (GIM) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มปิโตรเคมีและน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน จากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่แคบลง แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้ดีจากการปรับขึ้นของราคาน้ำมันดิบ และมีกำไรจากสต็อกน้ำมันช่วยพยุงผลประกอบการ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ทั้งหมด ทำให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลงอย่างมาก การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านราคาวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ รวมถึงการติดตามแนวโน้มตลาดโลกจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ IRPC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
74,261.70
ล้านบาท
↓ 6.1% YoY
กำไรขั้นต้น
1,613.39
ล้านบาท
↓ 150.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
2.17
%
กำไรสุทธิ
-1,125.33
ล้านบาท
↓ 67.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.52
%
D/E Ratio
1.63
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
74,262
↓ -6.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,613
↓ -150.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,125
↓ -67.1%
YoY
D/E Ratio
1.63
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — IRPC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.63
ROE (%)
-7.12
ROA (%)
-2.22
Book Value/หุ้น
3.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — IRPC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+24,863
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,112
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — IRPC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
24,863.39
-1,922.40%
|
-1,364.32
-85.31%
|
-9,287.75
-378.66%
|
3,332.99
-70.10%
|
11,148.75
+166.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
1,112.09
-69.64%
|
3,662.62
-395.84%
|
-1,238.04
-1,211.35%
|
111.40
-102.88%
|
-3,871.31
+241.48%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
-16,037.37
+616.09%
|
-2,239.59
-177.57%
|
2,887.00
-185.69%
|
-3,369.20
+130.39%
|
-1,462.37
-52.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
9,938.12
+335.69%
|
2,280.99
-129.86%
|
-7,638.80
-10,256.63%
|
75.21
-98.71%
|
5,815.06
-17,657.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
6,220.33
+92.55%
|
3,230.45
-71.25%
|
11,236.03
+26.94%
|
8,851.19
+191.53%
|
3,036.13
+29.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
9,923.96
+59.54%
|
6,220.33
+92.55%
|
3,230.45
-71.25%
|
11,236.03
+26.94%
|
8,851.19
+191.53%
|