บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
2.36
+0.10 (+4.42%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=29236 out_tok=2926 at=2026-07-25T17:02:20 -->
# IRPC พลิกขาดทุน Q3/66 สู่กำไร 2,439 ล้านบาท รับแรงหนุนราคาน้ำมัน-ส่วนต่างผลิตภัณฑ์ฟื้นตัว
## กำไรสุทธิ Q3/66 พุ่ง 209% YoY จาก Market GIM ที่ดีขึ้นและ Net Inventory Gain ชดเชยผลขาดทุนปิโตรเคมี
บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 2,439 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 209% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 2,549 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก ประกอบกับมีกำไรจากสต็อกน้ำมันเข้ามาช่วยชดเชยผลขาดทุนในกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ IRPC ในไตรมาส 3/2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 2,439 ล้านบาท มาจาก **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของกำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) ในกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียม** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 30% QoQ และ 26% YoY ประกอบกับ **การบันทึกกำไรจากสต็อกน้ำมันสุทธิ (Net Inventory Gain) จำนวน 3,566 ล้านบาท** ซึ่งชดเชยผลขาดทุนในกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีได้อย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **Market GIM ที่ดีขึ้นในกลุ่มปิโตรเลียม:** ได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้น 12% QoQ มาอยู่ที่ 86.74 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จากปัจจัยการลดกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+ และซาอุดิอาระเบีย ประกอบกับส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้นถึง 84% QoQ และน้ำมันเตาที่เพิ่มขึ้น 76% QoQ แม้ว่าส่วนต่างราคาแนฟทาจะลดลง แต่ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงโดยรวมที่ปรับตัวดีขึ้นส่งผลให้ Market GIM โดยรวมของกลุ่มปิโตรเลียมปรับตัวสูงขึ้น
* **Net Inventory Gain:** การที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาสนี้ ส่งผลให้เกิดกำไรจากสต็อกน้ำมันจำนวน 3,807 ล้านบาท ซึ่งช่วยหนุนผลประกอบการโดยรวมอย่างมาก
* **ผลขาดทุนในกลุ่มปิโตรเคมี:** ในทางตรงกันข้าม กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีเผชิญกับภาวะอุปสงค์ที่ซบเซาต่อเนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่ถดถอยและวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ในจีน ส่งผลให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง โดยเฉพาะกลุ่มโอเลฟินส์และโพลีสไตรีนิกส์ ทำให้บริษัทฯ ขาดทุนขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market PTF) จำนวน 337 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องติดตามปัจจัยกดดัน**
* **กลุ่มปิโตรเลียม:** แนวโน้มราคาน้ำมันดิบคาดว่าจะยังคงทรงตัวในระดับสูงจากปัจจัยการลดกำลังการผลิตของ OPEC+ และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งจะยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อ Market GIM อย่างไรก็ตาม ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์บางรายการอาจถูกกดดันจากกำลังการผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้นและภาวะเศรษฐกิจโลก
* **กลุ่มปิโตรเคมี:** คาดว่าผลประกอบการจะยังคงเผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์ที่อ่อนแอและกำลังการผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้น แม้จะมีสัญญาณการฟื้นตัวเล็กน้อยในช่วงปลายปีจากเทศกาล แต่ปัจจัยกดดันระยะยาวยังคงมีอยู่
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** IRPC กลับมามีกำไรสุทธิ 2,439 ล้านบาทใน Q3/66 จากที่ขาดทุน 2,549 ล้านบาทใน Q3/65
* **Market GIM ฟื้นตัว:** กำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) เพิ่มขึ้น 26% YoY เป็น 8.87 USD/bbl
* **กำไรจากสต็อกน้ำมัน:** บันทึกกำไรจากสต็อกน้ำมันสุทธิ (Net Inventory Gain) 3,566 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายสุทธิลดลง:** อยู่ที่ 77,264 ล้านบาท ลดลง 12% YoY จากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง
* **EBITDA พลิกบวก:** อยู่ที่ 5,880 ล้านบาท จากที่ติดลบ 2,798 ล้านบาทใน Q3/65
* **กลุ่มปิโตรเคมีขาดทุน:** Market PTF ติดลบ 337 ล้านบาท จากอุปสงค์อ่อนแอและส่วนต่างราคาลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้จากการขายสุทธิ 77,264 ล้านบาท ลดลง 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง 17% ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลง แม้ว่าปริมาณขายรวมจะเพิ่มขึ้น 5% อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 2,439 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 2,549 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) และการบันทึกกำไรจากสต็อกน้ำมัน
สำหรับงวด 9 เดือนปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสุทธิ 223,779 ล้านบาท ลดลง 15% YoY ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 494 ล้านบาท ลดลง 82% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมีที่ปรับตัวลดลง
## โอกาส
* **ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มทรงตัวสูง:** จากการลดกำลังการผลิตของ OPEC+ และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง จะเป็นปัจจัยบวกต่อ Market GIM ของกลุ่มปิโตรเลียม
* **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงฟื้นตัว:** โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทฯ มีการปรับลดค่าใช้จ่ายดำเนินงานลง 1% YoY
* **การกลับรายการด้อยค่าพัสดุคงคลัง:** ส่งผลให้กำไรจากการด้อยค่าและจำหน่ายทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 825 ล้านบาทในงวด 9 เดือนปี 2566
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและอาจส่งผลต่อปริมาณขายโดยรวม
* **วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ในจีน:** ส่งผลกระทบต่อความต้องการผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและภาคการก่อสร้าง
* **ความผันผวนของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี:** ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กลุ่มโอเลฟินส์และโพลีสไตรีนิกส์ยังคงปรับตัวลดลง
* **ความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาล:** ส่งผลกระทบต่อการพิจารณางบประมาณและการลงทุนในภาคสาธารณูปโภคในประเทศ
* **ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ฮามาส:** อาจส่งผลกระทบต่ออุปทานและการขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาน้ำมันดิบและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์:** โดยเฉพาะส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีในไตรมาสถัดไป
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี:** โดยเฉพาะจากตลาดจีนและกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า
* **ผลกระทบจากนโยบายการเงินของสหรัฐฯ:** ต่อค่าเงินบาทและต้นทุนพลังงาน
* **การบริหารจัดการสต็อกน้ำมัน:** เพื่อรับมือกับความผันผวนของราคา
* **ความคืบหน้าโครงการลงทุน:** เช่น Ultra Clean Fuel (UCF)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียม:**
* **ปริมาณการกลั่น:** อยู่ที่ 187,000 บาร์เรลต่อวัน ลดลง 4% QoQ และ 1% YoY โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิต 87%
* **ราคาขายเฉลี่ย:** เพิ่มขึ้น 14% QoQ ตามราคาน้ำมันดิบ แต่ลดลง 17% YoY
* **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์:** น้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 84% QoQ, น้ำมันเตาเพิ่มขึ้น 76% QoQ ขณะที่แนฟทาลดลง 23% QoQ
* **Market GRM:** เพิ่มขึ้น 2,627 ล้านบาท QoQ และ 1,792 ล้านบาท YoY อยู่ที่ 5,147 ล้านบาท หรือ 8.49 USD/bbl
**กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมี:**
* **อัตราการใช้กำลังการผลิต:** กลุ่มโอเลฟินส์ 82% (เพิ่มขึ้น QoQ, ลดลง YoY), กลุ่มอะโรเมติกส์และสไตรีนิกส์ 69% (ลดลง QoQ และ YoY)
* **ราคาขายเฉลี่ย:** ลดลง 6% QoQ และ 17% YoY
* **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์:** HDPE Spread ลดลง 16% QoQ, PP Spread ลดลง 18% QoQ ขณะที่ TOL Spread เพิ่มขึ้น 16% QoQ, MX Spread เพิ่มขึ้น 4% QoQ
* **Market PTF:** ขาดทุน 337 ล้านบาท เทียบกับกำไร 1,028 ล้านบาทในไตรมาสก่อน
**กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและสาธารณูปโภค:**
* **อัตราการผลิตไฟฟ้า:** 62% ลดลง QoQ และ YoY
* **รายได้จากการขาย:** ลดลง 28% QoQ และ 23% YoY จากปริมาณขายและราคาขายไอน้ำที่ลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** 195,629 ล้านบาท ลดลง 1% จากสิ้นปี 2565
* **หนี้สินรวม:** 116,094 ล้านบาท ลดลง 2% จากสิ้นปี 2565
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 79,535 ล้านบาท ลดลง 0.2% จากสิ้นปี 2565
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้น:** 0.87 เท่า ลดลงจาก 0.91 เท่าในไตรมาสก่อน
* **กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน:** 10,548 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก EBITDA ที่ดีขึ้นและสต็อกลดลง
* **กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน:** 8,269 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในโครงการ UCF และค่าซ่อมบำรุงโรงกลั่น
* **เงินสดคงเหลือ:** 3,287 ล้านบาท
## สรุปท้าย
IRPC สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการกลับมามีกำไรสุทธิได้อย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 3/2566 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการบันทึกกำไรจากสต็อกน้ำมัน อย่างไรก็ตาม ความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเปราะบางและผลประกอบการที่อ่อนแอของกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมี ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป การบริหารจัดการต้นทุนและสภาพคล่องยังคงเป็นจุดแข็งที่ช่วยให้บริษัทฯ สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปได้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ IRPC ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
74,261.70
ล้านบาท
↓ 6.1% YoY
กำไรขั้นต้น
1,613.39
ล้านบาท
↓ 150.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
2.17
%
กำไรสุทธิ
-1,125.33
ล้านบาท
↓ 67.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.52
%
D/E Ratio
1.63
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
74,262
↓ -6.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,613
↓ -150.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,125
↓ -67.1%
YoY
D/E Ratio
1.63
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — IRPC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.63
ROE (%)
-7.12
ROA (%)
-2.22
Book Value/หุ้น
3.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — IRPC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+24,863
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,112
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — IRPC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
24,863.39
-1,922.40%
|
-1,364.32
-85.31%
|
-9,287.75
-378.66%
|
3,332.99
-70.10%
|
11,148.75
+166.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
1,112.09
-69.64%
|
3,662.62
-395.84%
|
-1,238.04
-1,211.35%
|
111.40
-102.88%
|
-3,871.31
+241.48%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
-16,037.37
+616.09%
|
-2,239.59
-177.57%
|
2,887.00
-185.69%
|
-3,369.20
+130.39%
|
-1,462.37
-52.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
9,938.12
+335.69%
|
2,280.99
-129.86%
|
-7,638.80
-10,256.63%
|
75.21
-98.71%
|
5,815.06
-17,657.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
6,220.33
+92.55%
|
3,230.45
-71.25%
|
11,236.03
+26.94%
|
8,851.19
+191.53%
|
3,036.13
+29.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
9,923.96
+59.54%
|
6,220.33
+92.55%
|
3,230.45
-71.25%
|
11,236.03
+26.94%
|
8,851.19
+191.53%
|