บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
2.36
+0.10 (+4.42%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=30476 out_tok=3180 at=2026-07-25T18:34:13 -->
IRPC กำไรสุทธิ Q3/64 พุ่ง 38% รับราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมฟื้นตัว
**รายได้-กำไรปรับตัวตามราคาพลังงาน ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและส่วนต่างราคาเป็นปัจจัยสำคัญ**
บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 2,155 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมี ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ IRPC ในไตรมาส 3 ปี 2564 มาจาก **การฟื้นตัวของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมี ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการส่วนต่างราคา (Margin) ที่ดีขึ้น** ซึ่งสะท้อนผ่านกำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมีปรับตัวสูงขึ้น:** ปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นจากการกระจายวัคซีนและการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในหลายประเทศ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ 71.67 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 7% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นถึง 67% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ ตลาดปิโตรเคมีก็ได้รับอานิสงส์จากสถานการณ์ที่คลี่คลายขึ้นเช่นกัน แม้จะมีความท้าทายจากปัญหาขาดแคลนชิปและตู้คอนเทนเนอร์
2. **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบ (Margin) ที่ดีขึ้น:**
* **กลุ่มปิโตรเลียม:** แม้ต้นทุน Crude Premium จะปรับตัวสูงขึ้น แต่ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์หลายชนิด เช่น Naphtha Spread และ ULG95 Spread ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดย Naphtha Spread เพิ่มขึ้น 363% QoQ และ 950% YoY จากการกลับมาดำเนินการผลิตของ Naphtha Cracker และการใช้ Naphtha เป็นวัตถุดิบทดแทน LPG ที่มีราคาสูงขึ้น ส่วน ULG95 Spread เพิ่มขึ้น 19% QoQ และ 168% YoY จากความต้องการน้ำมันเบนซินที่เพิ่มขึ้น
* **กลุ่มปิโตรเคมี:** แม้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์โพลีโอเลฟินส์ (HDPE, PP) และสไตรีนิกส์ (ABS, PS) จะปรับตัวลดลง QoQ จากความต้องการที่ชะลอตัวในบางอุตสาหกรรม แต่เมื่อเทียบกับ YoY ส่วนต่างราคาหลายรายการยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ PP Spread ที่เพิ่มขึ้น 1% YoY และ ABS Spread เพิ่มขึ้น 49% YoY ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ (Feedstock) ได้ดี
3. **กำไรจากสต็อกน้ำมัน:** ในไตรมาส 3/2564 บริษัทฯ มีกำไรจากสต็อกน้ำมันสุทธิรวม 2,328 ล้านบาท (4.00 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล) ซึ่งช่วยหนุนกำไรขั้นต้นทางบัญชี (Accounting GIM) ให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยผันผวน**
* **ปัจจัยสนับสนุน:** แนวโน้มราคาน้ำมันดิบในไตรมาส 4/2564 คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาว และการที่กลุ่ม OPEC+ ยังคงควบคุมการผลิตตามแผน นอกจากนี้ การผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ทั่วโลกและการเร่งรัดนโยบายควบคุมการใช้พลังงานของจีน อาจส่งผลดีต่อตลาดปิโตรเคมีในระยะถัดไป
* **ปัจจัยที่ต้องจับตา:** ความผันผวนของราคาพลังงาน, ปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ชิปและตู้คอนเทนเนอร์ที่ยังคงส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมปลายน้ำ, ความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในบางภูมิภาค, และการบริหารจัดการต้นทุน Crude Premium ที่อาจผันผวนตามสถานการณ์ตลาด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 2,155 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 38% YoY และลดลง 53% QoQ
* **รายได้จากการขายสุทธิ 62,088 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 65% YoY และเพิ่มขึ้น 9% QoQ
* **Market GIM 12.40 USD/bbl:** เพิ่มขึ้น 42% YoY และลดลง 21% QoQ
* **Accounting GIM 16.40 USD/bbl:** เพิ่มขึ้น 6% YoY และลดลง 25% QoQ
* **EBITDA 6,190 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 6% YoY และลดลง 30% QoQ
* **กำไรจากสต็อกน้ำมันสุทธิ 2,328 ล้านบาท:** ลดลง YoY และ QoQ แต่ยังคงเป็นปัจจัยหนุนกำไร
* **การหยุดซ่อมบำรุงตามแผน:** โรงกลั่นน้ำมันมีอัตราการกลั่นลดลง 2% QoQ เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงหน่วยผลิต HYVAHL เป็นเวลา 45 วัน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลการดำเนินงานรวมในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสุทธิ 62,088 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65% YoY และ 9% QoQ โดยมีปัจจัยหลักจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณขายรวมลดลงเล็กน้อย
กำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) อยู่ที่ 7,216 ล้านบาท (12.40 USD/bbl) เพิ่มขึ้น 46% YoY แต่ลดลง 17% QoQ สาเหตุหลักจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมีส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง และต้นทุน Crude Premium ที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ด้วยกำไรจากสต็อกน้ำมันสุทธิ 2,328 ล้านบาท ทำให้กำไรขั้นต้นจากการผลิตทางบัญชี (Accounting GIM) อยู่ที่ 9,544 ล้านบาท (16.40 USD/bbl) เพิ่มขึ้น 10% YoY แต่ลดลง 22% QoQ
EBITDA อยู่ที่ 6,190 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY แต่ลดลง 30% QoQ โดยมีค่าใช้จ่ายดำเนินงานลดลง 7% QoQ
ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 2,155 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% YoY แต่ลดลง 53% QoQ
สำหรับงวด 9 เดือนปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสุทธิ 167,334 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% YoY และมีกำไรสุทธิ 12,310 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 7,760 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์พลังงานและปิโตรเคมี:** แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวต่อเนื่องจากการฉีดวัคซีนและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ จะช่วยหนุนความต้องการใช้น้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี
* **ราคา Commodity ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น:** ปัจจัยด้านอุปทานที่จำกัด และความต้องการที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาว คาดว่าจะส่งผลดีต่อราคาพลังงาน
* **นโยบาย Dual-control policy ของจีน:** อาจส่งผลให้กำลังการผลิตปิโตรเคมีในจีนลดลง เป็นโอกาสสำหรับผู้ผลิตรายอื่น
* **การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต:** บริษัทฯ มีการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์:** ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19, ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์, และการตัดสินใจของกลุ่ม OPEC+ อาจส่งผลกระทบต่อราคา
* **ต้นทุน Crude Premium ที่สูงขึ้น:** อาจกดดันส่วนต่างราคาการกลั่น
* **ปัญหา Supply Chain:** การขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ชิป, ตู้คอนเทนเนอร์, และค่าระวางเรือที่สูง อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายและต้นทุน
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าส่งผลให้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น
* **กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม:** การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคา Crude Premium และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Margin):** จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อกำไรขั้นต้น
* **การบริหารจัดการสต็อกน้ำมัน:** ผลกระทบจากราคาที่ผันผวนต่อกำไรจากสต็อก
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 และมาตรการควบคุม:** ส่งผลต่ออุปสงค์และอุปทานในตลาด
* **ผลกระทบจากปัญหา Supply Chain:** การขนส่งและวัตถุดิบ
* **การดำเนินงานของโรงกลั่นและโรงปิโตรเคมี:** การหยุดซ่อมบำรุงตามแผน และการกลับมาเดินเครื่องผลิต
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลกระทบจากค่าเงินบาท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียม:**
* **ราคาขายเฉลี่ย:** เพิ่มขึ้น 66% YoY และ 9% QoQ ตามราคาน้ำมันดิบ
* **ปริมาณขาย:** ลดลง 5% YoY แต่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2% QoQ โดยน้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลลดลง ขณะที่น้ำมันเบนซินและยางมะตอยเพิ่มขึ้น
* **Market GRM:** ลดลง 21% QoQ เนื่องจากต้นทุน Crude Premium ที่สูงขึ้นและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นลดลง แต่เพิ่มขึ้น 46% YoY จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับเพิ่มขึ้น
* **Accounting GRM:** เพิ่มขึ้น 10% YoY แต่ลดลง 22% QoQ โดยมีกำไรจากสต็อกน้ำมันสุทธิ 1,633 ล้านบาท (2.80 USD/bbl)
**กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมี:**
* **ราคาขายเฉลี่ย:** เพิ่มขึ้น 64% YoY แต่ลดลง 1% QoQ
* **ปริมาณขาย:** เพิ่มขึ้น 17% YoY และ 12% QoQ โดยผลิตภัณฑ์ PP ในกลุ่มโอเลฟินส์ และผลิตภัณฑ์กลุ่มอะโรเมติกส์ มีปริมาณขายเพิ่มขึ้น
* **Market PTF:** ลดลง 18% QoQ เนื่องจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง แต่เพิ่มขึ้น 29% YoY
* **Accounting PTF:** เพิ่มขึ้น 31% YoY แต่ลดลง 26% QoQ โดยมีกำไรจากสต็อกน้ำมัน 695 ล้านบาท (1.20 USD/bbl)
**กลุ่มธุรกิจสาธารณูปโภค:**
* **รายได้จากการขาย:** ลดลง 5% YoY และ 11% QoQ ส่วนใหญ่มาจากปริมาณการขายไฟฟ้าที่ลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** 187,632 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 57% และลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 53% ตามราคาผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้น
* **หนี้สินรวม:** 102,441 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้น 1,609 ล้านบาทจากการออกหุ้นกู้ใหม่
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 85,191 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากสิ้นปี 2563 จากกำไรสุทธิสะสม
* **กระแสเงินสด:** เงินสดสุทธิเพิ่มขึ้น 3,769 ล้านบาทในงวด 9 เดือนปี 2564 โดยมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 8,526 ล้านบาท แม้จะมีรายการที่ทำให้เงินสดลดลงจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้า แต่ยังคงมีเงินสดรับสุทธิจากการออกหุ้นกู้ 11,983 ล้านบาท
## สรุปท้าย
IRPC ในไตรมาส 3 ปี 2564 สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการให้มีกำไรสุทธิเติบโต 38% YoY ได้จากการบริหารจัดการส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมีที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางภาวะตลาดที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น แม้จะมีแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นและผลกระทบจากการหยุดซ่อมบำรุงตามแผน อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมัน ปัญหา Supply Chain และความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ IRPC ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
74,261.70
ล้านบาท
↓ 6.1% YoY
กำไรขั้นต้น
1,613.39
ล้านบาท
↓ 150.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
2.17
%
กำไรสุทธิ
-1,125.33
ล้านบาท
↓ 67.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.52
%
D/E Ratio
1.63
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
74,262
↓ -6.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,613
↓ -150.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,125
↓ -67.1%
YoY
D/E Ratio
1.63
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — IRPC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.63
ROE (%)
-7.12
ROA (%)
-2.22
Book Value/หุ้น
3.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — IRPC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+24,863
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,112
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — IRPC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
24,863.39
-1,922.40%
|
-1,364.32
-85.31%
|
-9,287.75
-378.66%
|
3,332.99
-70.10%
|
11,148.75
+166.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
1,112.09
-69.64%
|
3,662.62
-395.84%
|
-1,238.04
-1,211.35%
|
111.40
-102.88%
|
-3,871.31
+241.48%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
-16,037.37
+616.09%
|
-2,239.59
-177.57%
|
2,887.00
-185.69%
|
-3,369.20
+130.39%
|
-1,462.37
-52.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
9,938.12
+335.69%
|
2,280.99
-129.86%
|
-7,638.80
-10,256.63%
|
75.21
-98.71%
|
5,815.06
-17,657.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
6,220.33
+92.55%
|
3,230.45
-71.25%
|
11,236.03
+26.94%
|
8,851.19
+191.53%
|
3,036.13
+29.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
9,923.96
+59.54%
|
6,220.33
+92.55%
|
3,230.45
-71.25%
|
11,236.03
+26.94%
|
8,851.19
+191.53%
|