บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
2.36
+0.10 (+4.42%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=24572 out_tok=4022 at=2026-07-25T17:54:46 -->
# IRPC พลิกขาดทุน Q1/66 สู่กำไร 301 ล้านบาท รับแรงหนุนราคาน้ำมัน-ปริมาณผลิตฟื้นตัว
## รายได้-กำไรฟื้นตัวตามการกลับมาผลิตเต็มที่ หลังปิดซ่อมบำรุงใหญ่ ขณะที่ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปรับดีขึ้น
บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 301 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 7,149 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการกลับมาผลิตเต็มกำลังของโรงกลั่นหลังการปิดซ่อมบำรุงใหญ่ ประกอบกับการปรับตัวดีขึ้นของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมี ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อทิศทางผลประกอบการในระยะถัดไป
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ IRPC พลิกจากขาดทุนสุทธิ 7,149 ล้านบาทในไตรมาส 4/2565 มาเป็นกำไรสุทธิ 301 ล้านบาทในไตรมาส 1/2566 มาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) การกลับมาดำเนินการผลิตเต็มที่ของโรงกลั่นน้ำมันและโรงงานผลิตอื่นๆ หลังจากการปิดซ่อมบำรุงใหญ่ (Major Turnaround) ในไตรมาสก่อนหน้า และ 2) การปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม (Market GIM) ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 6.50 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เป็น 11.80 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การกลับมาผลิตเต็มที่:** ในไตรมาส 4/2565 โรงกลั่นน้ำมันมีการปิดซ่อมบำรุงใหญ่เป็นเวลาประมาณ 1 เดือน ส่งผลให้ปริมาณการกลั่นลดลงอย่างมาก (119 KBD หรือ 55% Utilization Rate) เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2566 ที่กลับมาดำเนินการผลิตได้ตามปกติที่ 196 KBD หรือ 91% Utilization Rate ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อปริมาณการผลิตและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 61% (QoQ) และ 1% (YoY) ในส่วนของธุรกิจปิโตรเลียม
**ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น:**
* **ต้นทุน Crude Premium ลดลง:** ปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุน Market GIM คือการปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุน Crude Premium ถึง 4.38 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล (QoQ)
* **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมปรับตัวสูงขึ้น:**
* **น้ำมันเบนซิน (ULG95 Spread):** เพิ่มขึ้น 98% (QoQ) จาก 9.4 เป็น 18.6 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันเบนซินที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน การเปิดประเทศของจีน และการเข้าสู่ช่วง Driving Season ในสหรัฐฯ
* **น้ำมันดีเซล (Gas Oil Spread):** ลดลง 36% (QoQ) จาก 39.3 เป็น 25.2 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เนื่องจากปริมาณสต็อกน้ำมันดีเซลในยุโรปอยู่ในระดับสูง
* **น้ำมันเตา (Fuel Oil Spread):** เพิ่มขึ้น 28% (QoQ) จาก -22.5 เป็น -16.3 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จากความต้องการใช้ในจีนที่เพิ่มขึ้น
* **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีปรับตัวดีขึ้น:**
* **HDPE Spread:** เพิ่มขึ้น 5% (QoQ)
* **PP Spread:** เพิ่มขึ้น 35% (QoQ)
* **Benzene Spread:** เพิ่มขึ้น 59% (QoQ)
* **Mixylene Spread:** เพิ่มขึ้น 7% (QoQ)
* **ABS Spread:** ทรงตัว
* **PS Spread:** ลดลง 1% (QoQ)
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบวกจาก **Net Inventory Loss ที่ลดลงอย่างมาก** จาก 6,816 ล้านบาทในไตรมาส 4/2565 เหลือ 1,742 ล้านบาทในไตรมาส 1/2566 ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการผลิตทางบัญชี (Accounting GIM) พลิกจากขาดทุน 4,207 ล้านบาท เป็นกำไร 5,342 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง** โดยปัจจัยหลักที่สนับสนุนคือ การที่ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าปริมาณการใช้น้ำมันของโลกในไตรมาส 2/2566 จะเพิ่มขึ้นจากการเปิดประเทศของจีนและธุรกิจการบินที่ฟื้นตัว ประกอบกับการลดกำลังการผลิตเพิ่มเติมของกลุ่ม OPEC+ และรัสเซีย ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดิบอาจไม่สูงมากนัก เนื่องจากไตรมาส 2 เป็นช่วงปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันดิบถูกจำกัด
สำหรับธุรกิจปิโตรเคมี แนวโน้มในไตรมาส 2/2566 คาดว่าจะทรงตัว โดยผู้ผลิตยังคงมีสต็อกสูงจากความต้องการที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่ความต้องการในไทยเริ่มฟื้นตัวจากภาคการท่องเที่ยว การเลือกตั้ง และฤดูร้อน ซึ่งอาจช่วยหนุนความต้องการพลาสติกในกลุ่ม Packaging และเครื่องใช้ไฟฟ้าได้บ้าง
ปัจจัยที่ต้องจับตาคือ ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากวิกฤตธนาคารในสหรัฐฯ และยุโรป ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการโดยรวม และการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตใหม่ในจีน มาเลเซีย และเวียดนาม ที่อาจกดดันราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** IRPC มีกำไรสุทธิ 301 ล้านบาทในไตรมาส 1/2566 พลิกจากขาดทุน 7,149 ล้านบาทในไตรมาส 4/2565 และลดลง 80% จากกำไร 1,501 ล้านบาทในไตรมาส 1/2565
* **รายได้จากการขายสุทธิเพิ่มขึ้น:** อยู่ที่ 75,760 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% (QoQ) จาก 55,081 ล้านบาท แต่ลดลง 1% (YoY) จาก 76,608 ล้านบาท
* **Market GIM พุ่งแรง:** กำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) อยู่ที่ 11.80 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 82% (QoQ) และ 67% (YoY) จาก 6.50 และ 7.08 เหรียญสหรัฐฯ ตามลำดับ
* **ปริมาณการกลั่นกลับสู่ภาวะปกติ:** อัตราการใช้กำลังการผลิตโรงกลั่นน้ำมันอยู่ที่ 91% เพิ่มขึ้น 36% (QoQ) จาก 55% เนื่องจากกลับมาผลิตหลัง Major Turnaround
* **Net Inventory Loss ลดลง:** จาก 6,816 ล้านบาทในไตรมาส 4/2565 เหลือ 1,742 ล้านบาทในไตรมาส 1/2566
* **กำไรจากการด้อยค่าทรัพย์สิน:** มีกำไร 825 ล้านบาทจากการกลับรายการด้อยค่าพัสดุคงคลัง
## ภาพรวมผลประกอบการ
IRPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2566 ที่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยมีรายได้จากการขายสุทธิ 75,760 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลงเล็กน้อย 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการฟื้นตัวคือการกลับมาดำเนินการผลิตเต็มที่ของโรงกลั่นน้ำมันและโรงงานอื่นๆ หลังจากการปิดซ่อมบำรุงใหญ่ในไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้ปริมาณการกลั่นและปริมาณขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม (Market GIM) ยังปรับตัวสูงขึ้นถึง 82% (QoQ) และ 67% (YoY) โดยได้แรงหนุนจากการลดลงของต้นทุน Crude Premium และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันเบนซินและผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโอเลฟินส์และอะโรเมติกส์ แม้ว่าส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลจะลดลงก็ตาม การลดลงอย่างมากของ Net Inventory Loss จาก 6,816 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า เหลือเพียง 1,742 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นทางบัญชี (Accounting GIM) พลิกจากขาดทุนกลับมาเป็นกำไรได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2565 กำไรสุทธิยังคงลดลง 80% เนื่องจากในปีก่อนมี Net Inventory Gain จำนวนมากถึง 5,786 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์น้ำมัน:** การเปิดประเทศของจีนและการฟื้นตัวของธุรกิจการบินคาดว่าจะหนุนความต้องการใช้น้ำมันในไตรมาส 2/2566
* **การลดกำลังการผลิตของ OPEC+:** การลดกำลังการผลิตเพิ่มเติมของกลุ่ม OPEC+ และรัสเซีย จะช่วยพยุงราคาน้ำมันดิบ
* **ความต้องการในประเทศ:** การท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว การเลือกตั้ง และฤดูร้อนในไทย คาดว่าจะช่วยหนุนความต้องการพลาสติกในกลุ่ม Packaging และเครื่องใช้ไฟฟ้า
* **การบริหารต้นทุน:** การลดลงของ Crude Premium เป็นปัจจัยบวกต่อ GIM อย่างต่อเนื่อง
* **การกลับรายการด้อยค่า:** การกลับรายการด้อยค่าพัสดุคงคลังช่วยหนุนผลประกอบการในไตรมาสนี้
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจถดถอย:** ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากวิกฤตธนาคารในสหรัฐฯ และยุโรป อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์โดยรวม
* **กำลังการผลิตใหม่ในตลาดปิโตรเคมี:** การเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตใหม่ในจีน มาเลเซีย และเวียดนาม อาจกดดันราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี
* **ความผันผวนของราคา Commodity:** ราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีมีความผันผวนสูง ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเศรษฐกิจและการเมือง
* **การปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น:** ไตรมาส 2 เป็นช่วงปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น ซึ่งอาจจำกัดความต้องการใช้น้ำมันดิบ
* **Net Inventory Loss:** ความผันผวนของราคาน้ำมันอาจทำให้เกิดขาดทุนจากสต็อกน้ำมันได้อีก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาน้ำมันดิบ:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์และอุปทาน รวมถึงผลกระทบจากนโยบายการผลิตของ OPEC+
* **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (GIM & PTF):** จับตาแนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมี โดยเฉพาะน้ำมันเบนซิน ดีเซล และผลิตภัณฑ์โพลีโอเลฟินส์
* **การบริหารจัดการสต็อก:** ผลกระทบจาก Net Inventory Loss/Gain ต่อผลประกอบการ
* **การดำเนินงานของโรงกลั่นและโรงปิโตรเคมี:** อัตราการใช้กำลังการผลิตและประสิทธิภาพการผลิต
* **สถานการณ์เศรษฐกิจโลก:** ผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อและวิกฤตธนาคารต่อกำลังซื้อ
* **การดำเนินงานโครงการลงทุน:** ความคืบหน้าของโครงการ Ultra Clean Fuel (UCF)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ธุรกิจปิโตรเลียม:** การกลับมาดำเนินการผลิตเต็มที่หลัง Major Turnaround ส่งผลให้ปริมาณการกลั่นน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยอัตราการใช้กำลังการผลิตโรงกลั่นอยู่ที่ 91% เพิ่มขึ้น 36% (QoQ) และ 1% (YoY) ปริมาณการขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมรวมเพิ่มขึ้น 74% (QoQ) จาก 10.43 ล้านบาร์เรล เป็น 18.20 ล้านบาร์เรล แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะลดลง 25% (QoQ) ตามราคาน้ำมันดิบ แต่ Market GRM (Gross Refining Margin) อยู่ที่ 7.62 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 5.02 เหรียญสหรัฐฯ ในไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนจากต้นทุน Crude Premium ที่ลดลง และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะน้ำมันเบนซินที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลลดลง และส่วนต่างราคาน้ำมันเตาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ด้านน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน ส่วนต่างราคา 500 SN ลดลง แต่ 150BS และ Asphalt เพิ่มขึ้น Accounting GRM อยู่ที่ 6.73 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล พลิกจากขาดทุน 9.61 เหรียญสหรัฐฯ ในไตรมาสก่อนหน้า
**ธุรกิจปิโตรเคมี:** อัตราการใช้กำลังการผลิตกลุ่มโอเลฟินส์ลดลงเหลือ 54% เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผน ขณะที่กลุ่มอะโรเมติกส์และสไตรีนิกส์เพิ่มขึ้นเป็น 77% แม้จะมีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนเช่นกัน ปริมาณการขายรวมเพิ่มขึ้น 6% (QoQ) แต่ราคาขายเฉลี่ยลดลง 6.5% (QoQ) ส่งผลให้รายได้จากการขายสุทธิลดลงเล็กน้อย 0.5% (QoQ) แต่ลดลงถึง 35% (YoY) Market PTF (Product to Feed) อยู่ที่ 3.29 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นอย่างมาก 2.75 เหรียญสหรัฐฯ (QoQ) จาก 0.54 เหรียญสหรัฐฯ โดยได้แรงหนุนจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ PP และกลุ่มอะโรเมติกส์ Accounting PTF อยู่ที่ 1.28 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล พลิกจากขาดทุน 1.83 เหรียญสหรัฐฯ ในไตรมาสก่อนหน้า
**ธุรกิจสาธารณูปโภค:** รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 32% (QoQ) และ 44% (YoY) จากปริมาณขายไฟฟ้าและไอน้ำที่เพิ่มขึ้น และราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น อัตราการใช้กำลังการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 61% และไอน้ำ 60%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 IRPC มีสินทรัพย์รวม 198,810 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.3% จากสิ้นปี 2565 โดยมีลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 14% และสินค้าคงเหลือลดลง 1% หนี้สินรวมอยู่ที่ 118,832 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% โดยมีเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 10% และหนี้สินหมุนเวียนอื่นลดลง 17% เงินกู้ยืมระยะยาวสุทธิลดลงเล็กน้อย 0.5% ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 79,978 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 301 ล้านบาท จากกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.84 เท่า ลดลงเล็กน้อยจาก 0.86 เท่า ในไตรมาสก่อนหน้า กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 3,620 ล้านบาท ลดลงจาก 7,029 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 1,921 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงิน 1,515 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดคงเหลือสิ้นงวดอยู่ที่ 3,414 ล้านบาท
## สรุปท้าย
IRPC แสดงผลประกอบการที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 1/2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้จากการกลับมาผลิตเต็มกำลังหลังซ่อมบำรุงใหญ่ และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะ Market GIM ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าแนวโน้มในระยะสั้นจะยังคงเผชิญความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกและความผันผวนของราคา Commodity แต่การบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น และการฟื้นตัวของอุปสงค์ในบางภาคส่วน เป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตาสำหรับผลประกอบการในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ IRPC ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
74,261.70
ล้านบาท
↓ 6.1% YoY
กำไรขั้นต้น
1,613.39
ล้านบาท
↓ 150.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
2.17
%
กำไรสุทธิ
-1,125.33
ล้านบาท
↓ 67.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.52
%
D/E Ratio
1.63
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
74,262
↓ -6.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,613
↓ -150.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,125
↓ -67.1%
YoY
D/E Ratio
1.63
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — IRPC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.63
ROE (%)
-7.12
ROA (%)
-2.22
Book Value/หุ้น
3.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — IRPC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+24,863
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,112
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — IRPC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
24,863.39
-1,922.40%
|
-1,364.32
-85.31%
|
-9,287.75
-378.66%
|
3,332.99
-70.10%
|
11,148.75
+166.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
1,112.09
-69.64%
|
3,662.62
-395.84%
|
-1,238.04
-1,211.35%
|
111.40
-102.88%
|
-3,871.31
+241.48%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
-16,037.37
+616.09%
|
-2,239.59
-177.57%
|
2,887.00
-185.69%
|
-3,369.20
+130.39%
|
-1,462.37
-52.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
9,938.12
+335.69%
|
2,280.99
-129.86%
|
-7,638.80
-10,256.63%
|
75.21
-98.71%
|
5,815.06
-17,657.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
6,220.33
+92.55%
|
3,230.45
-71.25%
|
11,236.03
+26.94%
|
8,851.19
+191.53%
|
3,036.13
+29.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
9,923.96
+59.54%
|
6,220.33
+92.55%
|
3,230.45
-71.25%
|
11,236.03
+26.94%
|
8,851.19
+191.53%
|