บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
2.36
+0.10 (+4.42%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=29667 out_tok=2681 at=2026-07-25T06:37:02 -->
# IRPC พลิกขาดทุนหนัก Q2/66 สวนทางตลาด รับแรงกดดันส่วนต่างปิโตรเลียมหดตัว
## กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่งเหว 2,246 ล้านบาท จากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมดิ่งตามน้ำมันดิบ ขณะที่ต้นทุนยังทรงตัว
บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 2,246 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 3,833 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่ยังทรงตัว ส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นจากการผลิต (Market GIM) ที่หดตัวลงอย่างมาก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ IRPC ในไตรมาส 2/2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การหดตัวของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม (Product Spreads)** โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิง เช่น น้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของธุรกิจโรงกลั่น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) ลดลงถึง 66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จาก 20.15 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เหลือเพียง 6.81 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล นอกจากนี้ ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี โดยเฉพาะกลุ่มโพลีโอเลฟินส์ (PP) และกลุ่มสไตรีนิกส์ (ABS, PS) ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การหดตัวของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยประการแรก **ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลง** จากความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ประกอบกับวิกฤตธนาคารในสหรัฐฯ และยุโรป ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกลดลง ประการที่สอง **อุปทานผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้น** โดยเฉพาะจากจีนที่เริ่มกลับมาผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์มากขึ้น กดดันราคาขายให้ต่ำลง ในขณะที่ความต้องการใช้ในจีนเองก็ฟื้นตัวช้ากว่าคาดการณ์ สำหรับกลุ่มปิโตรเคมี ปัจจัยกดดันมาจากกำลังการผลิตใหม่ที่ทยอยเข้าสู่ตลาด ประกอบกับความต้องการสินค้าปลายทางที่ชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ผู้ผลิตต้องลดราคาเพื่อระบายสต็อก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากแนวโน้มที่ฝ่ายจัดการระบุในเอกสาร **มีโอกาสที่ปัจจัยกดดันส่วนต่างราคาจะยังคงอยู่** โดยคาดการณ์ว่าในไตรมาส 3/2566 ความต้องการผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีจะยังทรงตัว เนื่องจากจีนยังคงฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป และมีความเสี่ยงเงินฝืด ขณะที่ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากมาตรการลดกำลังการผลิตของ OPEC+ แต่ก็ยังถูกกดดันจากกำลังการผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน ปัจจัยเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์อาจยังไม่ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้น ทำให้ผลประกอบการของ IRPC ยังคงเผชิญกับความท้าทาย
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 2,246 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 3,833 ล้านบาทใน Q2/65 เนื่องจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ลดลงอย่างมาก
* **Market GIM หดตัว 66% YoY:** เหลือ 6.81 USD/bbl จาก 20.15 USD/bbl รับผลกระทบจากส่วนต่างราคาดีเซลและเบนซินที่ลดลง
* **รายได้จากการขายสุทธิลดลง 29% YoY:** อยู่ที่ 70,755 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง แม้ปริมาณขายจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
* **EBITDA ลดลง 99% YoY:** เหลือเพียง 110 ล้านบาท สะท้อนผลกระทบจากกำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างรุนแรง
* **การออกหุ้นกู้ 12,000 ล้านบาท:** เพื่อเสริมสภาพคล่องและรองรับการลงทุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
IRPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 2,246 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 3,833 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายสุทธิลดลง 29% มาอยู่ที่ 70,755 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงตามราคาน้ำมันดิบ ขณะที่ปริมาณขายรวมเพิ่มขึ้น 6% กำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 66% มาอยู่ที่ 6.81 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ EBITDA ลดลงถึง 99% เหลือเพียง 110 ล้านบาท
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 1,945 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 5,334 ล้านบาท รายได้จากการขายสุทธิลดลง 17% มาอยู่ที่ 146,515 ล้านบาท Market GIM ลดลง 33% มาอยู่ที่ 9.28 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในจีน:** หากเศรษฐกิจจีนฟื้นตัวได้ดีกว่าคาดการณ์ จะช่วยหนุนความต้องการผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและน้ำมันสำเร็จรูป
* **การบริหารต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและการบริหารสต็อกอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยลดผลกระทบจากส่วนต่างราคาที่ผันผวน
* **โครงการลงทุน:** การเดินหน้าโครงการ Ultra Clean Fuel (UCF) และการซ่อมบำรุงโรงกลั่น (Major Turnaround) จะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตและคุณภาพผลิตภัณฑ์ในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์:** ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยกดดันราคาสินค้าโภคภัณฑ์
* **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ต่ำ:** การแข่งขันที่สูงขึ้นจากกำลังการผลิตใหม่ และอุปสงค์ที่อ่อนแอ อาจกดดันส่วนต่างราคาให้ต่ำต่อเนื่อง
* **กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม:** การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและการดำเนินงาน
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลให้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนของเงินกู้สกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาน้ำมันดิบและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในไตรมาส 3/2566
* การฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดจีนและภูมิภาคเอเชีย
* ความคืบหน้าของโครงการ Ultra Clean Fuel (UCF)
* ผลกระทบจากมาตรการลดกำลังการผลิตของ OPEC+
* การบริหารจัดการสต็อกน้ำมันและผลิตภัณฑ์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ธุรกิจโรงกลั่น:** ปริมาณการกลั่นน้ำมันดิบในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 194,000 บาร์เรลต่อวัน คิดเป็นอัตราการใช้กำลังการผลิต 90% ซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน แต่ลดลง 2% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมกับวัตถุดิบ (Crude Premium) ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลที่ลดลง 42% QoQ และ 66% YoY ขณะที่ส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซินลดลง 11% QoQ และ 53% YoY ส่วนต่างราคาน้ำมันเตาปรับตัวดีขึ้น 47% QoQ แต่ลดลง 172% YoY
**ธุรกิจปิโตรเคมี:** อัตราการใช้กำลังการผลิตกลุ่มโอเลฟินส์อยู่ที่ 78% เพิ่มขึ้น 24% QoQ จากการกลับมาผลิตปกติหลังซ่อมบำรุง แต่ลดลง 9% YoY ส่วนกลุ่มอะโรเมติกส์และสไตรีนิกส์อยู่ที่ 77% ทรงตัว QoQ แต่ลดลง 19% YoY รายได้จากการขายกลุ่มปิโตรเคมีเพิ่มขึ้น 8% QoQ จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น แต่ลดลง 32% YoY จากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กลุ่มโพลีโอเลฟินส์ (PP) ลดลง 9% QoQ และ 12% YoY ขณะที่ส่วนต่างราคาโทลูอีนและมิกซ์ไซลีนปรับเพิ่มขึ้น แต่ส่วนต่างราคา ABS และ PS ปรับลดลง
**ธุรกิจสาธารณูปโภค:** อัตราการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 68% เพิ่มขึ้น 7% QoQ และ 2% YoY รายได้จากการขายกลุ่มสาธารณูปโภคลดลง 9% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 12% YoY ส่วนใหญ่มาจากราคาขายเฉลี่ยไฟฟ้าที่ปรับตัวลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 190,003 ล้านบาท ลดลง 4% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย สินค้าคงเหลือลดลง 11% หนี้สินรวม 112,908 ล้านบาท ลดลง 5% จากสิ้นปี 2565 โดยเจ้าหนี้การค้าลดลงจากการซื้อน้ำมันดิบลดลง แต่เงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้น 13% จากการออกหุ้นกู้ใหม่ 12,000 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 3% จากผลขาดทุนสุทธิและเงินปันผลจ่าย งบกระแสเงินสดแสดงให้เห็นว่ามีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 5,828 ล้านบาท แต่ถูกใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 5,495 ล้านบาท โดยเฉพาะโครงการ UCF และ Major Turnaround อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.91 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.84 เท่า
## สรุปท้าย
IRPC เผชิญกับผลประกอบการที่น่าผิดหวังในไตรมาส 2/2566 โดยมีปัจจัยหลักมาจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ลดลงอย่างรุนแรงตามทิศทางราคาน้ำมันดิบและอุปสงค์ที่อ่อนแอ แม้ว่าบริษัทฯ จะมีการบริหารจัดการต้นทุนและปริมาณการผลิตที่ดี แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากภาวะตลาดที่ผันผวนได้ การออกหุ้นกู้ใหม่ช่วยเสริมสภาพคล่อง แต่ก็ส่งผลให้หนี้สินเพิ่มขึ้น นักลงทุนต้องจับตาแนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์และทิศทางเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสในการฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ IRPC ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
74,261.70
ล้านบาท
↓ 6.1% YoY
กำไรขั้นต้น
1,613.39
ล้านบาท
↓ 150.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
2.17
%
กำไรสุทธิ
-1,125.33
ล้านบาท
↓ 67.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.52
%
D/E Ratio
1.63
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
74,262
↓ -6.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,613
↓ -150.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,125
↓ -67.1%
YoY
D/E Ratio
1.63
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — IRPC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.63
ROE (%)
-7.12
ROA (%)
-2.22
Book Value/หุ้น
3.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — IRPC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+24,863
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,112
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — IRPC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
24,863.39
-1,922.40%
|
-1,364.32
-85.31%
|
-9,287.75
-378.66%
|
3,332.99
-70.10%
|
11,148.75
+166.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
1,112.09
-69.64%
|
3,662.62
-395.84%
|
-1,238.04
-1,211.35%
|
111.40
-102.88%
|
-3,871.31
+241.48%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
-16,037.37
+616.09%
|
-2,239.59
-177.57%
|
2,887.00
-185.69%
|
-3,369.20
+130.39%
|
-1,462.37
-52.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
9,938.12
+335.69%
|
2,280.99
-129.86%
|
-7,638.80
-10,256.63%
|
75.21
-98.71%
|
5,815.06
-17,657.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
6,220.33
+92.55%
|
3,230.45
-71.25%
|
11,236.03
+26.94%
|
8,851.19
+191.53%
|
3,036.13
+29.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
9,923.96
+59.54%
|
6,220.33
+92.55%
|
3,230.45
-71.25%
|
11,236.03
+26.94%
|
8,851.19
+191.53%
|