IRPC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
IRPC
บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
2.94
0.06 (2.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=31319 out_tok=3335 at=2026-07-25T18:36:29 --> # IRPC พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/65 สู่ระดับ 2,549 ล้านบาท รับแรงกดดันราคาผลิตภัณฑ์ดิ่ง ## รายได้-กำไรทรุดหนักตามราคาพลังงานโลก ดันขาดทุนสต็อกน้ำมันพุ่งสูง ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยกดดันจากเศรษฐกิจถดถอย-นโยบายจีน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 2,549 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 2,155 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมีที่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับขาดทุนจากสต็อกน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นจากการผลิตทั้งในส่วนของน้ำมันและปิโตรเคมี ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรและผลประกอบการของ IRPC ในไตรมาส 3/2565 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 2,549 ล้านบาท มาจาก **การลดลงอย่างรุนแรงของกำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM)** ซึ่งหดตัวถึง 65% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ 43% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจาก **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง** โดยเฉพาะน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล ประกอบกับ **การขาดทุนจากสต็อกน้ำมันสุทธิที่สูงถึง 4,020 ล้านบาท** ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันสำคัญที่ทำให้กำไรขั้นต้นทางบัญชี (Accounting GIM) ลดลงอย่างมาก ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การลดลงของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์เกิดจากหลายปัจจัยประดังเข้ามาประการแรกคือ **ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก** จากอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลายประเทศ ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีชะลอตัวลง ประการที่สองคือ **นโยบาย Zero-COVID ของประเทศจีน** ที่ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันในจีนโดยตรง นอกจากนี้ การที่ผู้ผลิตในตะวันออกกลางจัดสรรการขายมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทดแทนการขายไปยังจีน ยิ่งกดดันราคาในภูมิภาคให้ต่ำลง สำหรับกลุ่มปิโตรเคมีนั้น ความต้องการผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะกลุ่มโอเลฟินส์และสไตรีนิกส์ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยเศรษฐกิจและนโยบายจีน รวมถึงปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ที่กระทบต่ออุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนต้นทุน Crude Premium ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดัน Margin ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** จากแนวโน้มที่ฝ่ายจัดการคาดการณ์ในไตรมาส 4/2565 ว่าราคาน้ำมันดิบจะทรงตัวในระดับสูงจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลและมาตรการคว่ำบาตรพลังงานของยุโรป รวมถึงการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปกฯ อย่างไรก็ตาม ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอยและนโยบายจีนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนกลุ่มปิโตรเคมี คาดว่าความต้องการจะฟื้นตัวขึ้นในไตรมาส 4/2565 จากการคลายล็อกดาวน์และเข้าสู่ช่วงเทศกาล แต่การแข่งขันด้านราคายังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา ## Highlight สำคัญ * **ขาดทุนสุทธิ 2,549 ล้านบาท** ในไตรมาส 3/2565 พลิกจากกำไร 2,155 ล้านบาทในไตรมาส 3/2564 * **รายได้จากการขายสุทธิ 87,312 ล้านบาท** ลดลง 12% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 41% YoY * **Market GIM ลดลง 65% QoQ และ 43% YoY** เหลือ 7.05 USD/bbl จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ลดลง * **ขาดทุนจากสต็อกน้ำมันสุทธิ 4,020 ล้านบาท** เทียบกับกำไร 2,328 ล้านบาทในปีก่อน * **EBITDA ติดลบ 2,798 ล้านบาท** เทียบกับ EBITDA 6,190 ล้านบาทในปีก่อน ## ภาพรวมผลประกอบการ ผลการดำเนินงานรวมในไตรมาส 3/2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสุทธิ 87,312 ล้านบาท ลดลง 12% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยลดลง 8% ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลง และปริมาณขายลดลง 4% อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2564 รายได้จากการขายสุทธิเพิ่มขึ้น 41% จากราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 44% แม้ปริมาณขายจะลดลง 3% กำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) อยู่ที่ 7.05 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 20.15 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในไตรมาสก่อน และ 12.40 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง โดยเฉพาะน้ำมันเบนซินและดีเซล ประกอบกับต้นทุน Crude Premium ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ขาดทุนจากสต็อกน้ำมันสุทธิรวม 4,020 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการผลิตทางบัญชี (Accounting GIM) ลดลงอย่างมากจาก 18.07 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในไตรมาสก่อน เหลือเพียง 0.73 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ทำให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 2,549 ล้านบาท สำหรับงวด 9 เดือนปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสุทธิ 263,314 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 57% ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม Market GIM ลดลง 17% เหลือ 11.50 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เนื่องจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง และต้นทุน Crude Premium เพิ่มขึ้น แม้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันดีเซลและเบนซินจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนปี 2565 อยู่ที่ 2,785 ล้านบาท ลดลง 77% จากปีก่อน ## โอกาส * **แนวโน้มราคาน้ำมันดิบคาดทรงตัวสูงในไตรมาส 4/2565:** จากความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล มาตรการคว่ำบาตรยุโรปต่อรัสเซีย และการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปกฯ * **คาดการณ์การฟื้นตัวของความต้องการปิโตรเคมีในไตรมาส 4/2565:** จากการคลายล็อกดาวน์ทั่วโลก การเข้าสู่ช่วงเทศกาล และความต้องการจากกลุ่มธุรกิจ New S-Curve เช่น EV Car และ Robotics * **การเลื่อนการผลิตใหม่และการลดกำลังการผลิตของผู้ผลิต:** ช่วยผ่อนคลายความกังวลต่อภาวะอุปทานล้นตลาดในกลุ่มปิโตรเคมี ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี:** จากปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง * **ความกังวลภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก:** ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภค * **นโยบาย Zero-COVID ของจีน:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันความต้องการใช้น้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีในตลาดสำคัญ * **ต้นทุน Crude Premium ที่ปรับตัวสูงขึ้น:** กดดันส่วนต่างราคาการกลั่น * **การอ่อนค่าของเงินบาท:** ส่งผลกระทบต่อขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนของเงินกู้สกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ทิศทางราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมี:** โดยเฉพาะส่วนต่างราคา (Spread) และกำไรขั้นต้น (GIM/PTF) ในไตรมาส 4/2565 * **การบริหารจัดการสต็อกน้ำมัน:** เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมัน * **สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและนโยบายจีน:** ที่จะส่งผลต่ออุปสงค์โดยรวม * **การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย:** และผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงิน * **ความคืบหน้าของโครงการลงทุน:** โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจใหม่ (New S-Curve) ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) **กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียม:** ปริมาณน้ำมันดิบนำเข้ากลั่นในไตรมาส 3/2565 อยู่ที่ 17.40 ล้านบาร์เรล หรือ 189,000 บาร์เรลต่อวัน คิดเป็นอัตราการใช้กำลังการผลิต 88% ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าเนื่องจากการปรับแผนการผลิตให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด รายได้จากการขายสุทธิกลุ่มปิโตรเลียมอยู่ที่ 68,345 ล้านบาท ลดลง 12% QoQ จากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง 9% และปริมาณขายที่ลดลง 3% ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิงกับน้ำมันดิบดูไบปรับตัวลดลงในหลายรายการ เช่น Naphtha Spread, ULG95 Spread ขณะที่ Gas Oil Spread ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน Market GRM อยู่ที่ 3,355 ล้านบาท หรือ 5.27 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า **กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมี:** อัตราการใช้กำลังการผลิตกลุ่มโอเลฟินส์อยู่ที่ 92% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน แต่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่กลุ่มอะโรเมติกส์และสไตรีนิกส์อยู่ที่ 85% ลดลงทั้ง QoQ และ YoY รายได้จากการขายสุทธิกลุ่มปิโตรเคมีอยู่ที่ 17,863 ล้านบาท ลดลง 12% QoQ และ 8% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงและปริมาณขายที่ลดลง ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีกับวัตถุดิบส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง เช่น HDPE, PP, ABS, PS Spread ซึ่งเป็นผลจากความกังวลเศรษฐกิจถดถอยและนโยบาย Zero-COVID ของจีน Market PTF อยู่ที่ 697 ล้านบาท หรือ 1.10 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและปีก่อน **กลุ่มธุรกิจสาธารณูปโภค:** มีรายได้จากการขาย 1,104 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% QoQ และ 33% YoY โดยส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากราคาขายเฉลี่ยไฟฟ้าและไอน้ำที่สูงขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 203,083 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากสิ้นปี 2564 โดยมีลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 11% และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 44% จากราคาที่ปรับสูงขึ้น สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นลดลง 17% ส่วนสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลงเล็กน้อย หนี้สินรวม 116,254 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากสิ้นปี 2564 โดยมีเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 30% และเงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นกู้ใหม่ ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 86,829 ล้านบาท ลดลง 1% จากสิ้นปี 2564 เนื่องจากมีการจ่ายเงินปันผลมากกว่ากำไรสุทธิที่บันทึกได้ งบกระแสเงินสดสำหรับ 9 เดือนแรกปี 2565 แสดงให้เห็นว่าบริษัทฯ มีกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 2,951 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือและลูกหนี้อื่น ขณะที่ EBITDA ยังคงเป็นบวกที่ 11,823 ล้านบาท กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 4,604 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการซื้อสินทรัพย์ถาวร กระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 650 ล้านบาท จากการรับเงินจากการออกหุ้นกู้ แต่มีการจ่ายคืนเงินกู้ยืมและเงินปันผล ทำให้เงินสดคงเหลือ ณ สิ้นงวดอยู่ที่ 4,331 ล้านบาท ลดลงจาก 12,620 ล้านบาท ณ สิ้นปีก่อน ## สรุปท้าย IRPC เผชิญกับผลประกอบการที่อ่อนแอในไตรมาส 3/2565 โดยพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 2,549 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากภาวะตลาดน้ำมันและปิโตรเคมีที่ถดถอยอย่างรุนแรงจากความกังวลเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกและนโยบาย Zero-COVID ของจีน ซึ่งกดดันส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์อย่างหนัก และทำให้เกิดการขาดทุนจากสต็อกน้ำมันจำนวนมาก แม้แนวโน้มในไตรมาส 4/2565 จะมีสัญญาณบวกจากราคาพลังงานที่คาดว่าจะทรงตัวสูงขึ้นและความต้องการปิโตรเคมีที่อาจฟื้นตัว แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ IRPC ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
74,261.70 ล้านบาท
↓ 6.1% YoY
กำไรขั้นต้น
1,613.39 ล้านบาท
↓ 150.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
2.17 %
กำไรสุทธิ
-1,125.33 ล้านบาท
↓ 67.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.52 %
D/E Ratio
1.63
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
74,262
↓ -6.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,613
↓ -150.1% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,125
↓ -67.1% YoY
D/E Ratio
1.63

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — IRPC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม — —
74,261.70
-6.12%
79,102.03
+37.30%
57,611.19
-21.02%
72,944.99
+56.22%
46,692.93
-19.59%
กำไรขั้นต้น — —
1,613.39
+150.08%
-3,221.32
+54.70%
-7,110.66
-245.43%
4,889.38
-63.41%
13,361.22
+1,072.82%
ค่าใช้จ่ายรวม — —
2,076.86
+22.18%
1,699.82
-6.99%
1,827.64
-18.68%
2,247.36
-2.61%
2,307.50
+17.06%
กำไรสุทธิ — —
-1,125.33
+67.06%
-3,416.69
+52.20%
-7,148.64
-425.80%
2,194.20
+36.44%
1,608.14
+413.38%
กำไรต่อหุ้น — —
-0.06
+67.07%
-0.17
+52.29%
-0.35
-427.10%
0.11
+35.44%
0.08
+416.00%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ — —
364.84
+111.80%
172.26
-57.05%
401.08
0.00
0.00
ROE(%) — —
-7.12
-89.36%
-3.76
+28.11%
-5.23
-129.40%
17.79
+329.55%
-7.75
-8.85%
ROA(%) — —
-2.22
-170.73%
-0.82
+56.15%
-1.87
-118.28%
10.23
+410.94%
-3.29
-48.20%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น — —
1.63
+6.54%
1.53
+2.68%
1.49
+27.35%
1.17
-9.30%
1.29
-20.86%
P/E — —
5.68
5.68
-54.16%
12.39
+119.68%
5.64
0.00
P/BV — —
0.35
-32.69%
0.52
-26.76%
0.71
-22.83%
0.92
-10.68%
1.03
+15.73%
BV — —
3.48
-10.54%
3.89
-8.25%
4.24
+1.92%
4.16
+14.60%
3.63
-12.53%
YIELD(%) — —
2.44
-29.68%
3.47
-52.34%
7.28
+366.67%
1.56
-42.01%
2.69
-47.87%
ราคาหุ้น — —
1.23
-39.11%
2.02
-33.11%
3.02
-21.35%
3.84
+3.23%
3.72
+1.09%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) — —
2.17
+153.32%
-4.07
+67.02%
-12.34
-284.18%
6.70
-76.59%
28.62
+1,307.59%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) — —
2.80
+30.23%
2.15
-32.18%
3.17
+2.92%
3.08
-37.65%
4.94
+45.72%
อัตรากำไรสุทธิ(%) — —
-1.52
+64.81%
-4.32
+65.19%
-12.41
-512.29%
3.01
-12.50%
3.44
+490.91%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.63
ROE (%)
-7.12
ROA (%)
-2.22
Book Value/หุ้น
3.75

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — IRPC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน — —
56,999.21
-7.59%
61,682.79
-13.03%
70,920.22
+5.69%
67,200.19
+54.94%
43,370.97
-0.63%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน — —
127,555.98
-2.61%
130,978.37
+2.92%
127,266.54
+3.14%
123,291.66
-5.25%
130,119.58
-3.04%
รวมสินทรัพย์ — —
184,555.19
-4.21%
192,661.15
-2.79%
198,186.76
+4.04%
190,491.86
+9.80%
173,490.55
-2.45%
รวมหนี้สินหมุนเวียน — —
53,843.95
-8.65%
58,943.76
-5.01%
62,055.85
+30.53%
47,542.62
+7.91%
44,058.55
-3.61%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน — —
60,602.70
+5.22%
57,595.66
+2.02%
56,453.13
+2.20%
55,236.95
+2.74%
53,766.07
+10.31%
รวมหนี้สิน — —
114,446.65
-1.80%
116,539.42
-1.66%
118,508.98
+15.30%
102,779.57
+5.07%
97,824.63
+3.57%
รวมส่วนของเจ้าของ — —
70,108.54
-7.90%
76,121.73
-4.46%
79,677.78
-9.16%
87,712.29
+15.92%
75,665.93
-9.28%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น — —
-7.12
-3.76
-5.23
17.79
-7.75
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ — —
-2.22
-0.82
-1.87
10.23
-3.29
อัตราส่วนสภาพคล่อง — —
1.06
1.05
1.14
1.41
0.98
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว — —
0.45
0.40
0.32
0.59
0.46
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย — —
18.26
0.00
0.00
20.08
24.28
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย — —
35.64
0.00
0.00
43.78
49.33
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า — —
37.71
0.00
0.00
45.06
57.22
วงจรเงินสด — —
16.20
0.00
0.00
18.81
16.39
D/E — —
1.63
1.53
1.49
1.17
1.29
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+24,863
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,112
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — IRPC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน — —
24,863.39
-1,922.40%
-1,364.32
-85.31%
-9,287.75
-378.66%
3,332.99
-70.10%
11,148.75
+166.75%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน — —
1,112.09
-69.64%
3,662.62
-395.84%
-1,238.04
-1,211.35%
111.40
-102.88%
-3,871.31
+241.48%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน — —
-16,037.37
+616.09%
-2,239.59
-177.57%
2,887.00
-185.69%
-3,369.20
+130.39%
-1,462.37
-52.50%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) — —
9,938.12
+335.69%
2,280.99
-129.86%
-7,638.80
-10,256.63%
75.21
-98.71%
5,815.06
-17,657.55%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด — —
6,220.33
+92.55%
3,230.45
-71.25%
11,236.03
+26.94%
8,851.19
+191.53%
3,036.13
+29.88%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด — —
9,923.96
+59.54%
6,220.33
+92.55%
3,230.45
-71.25%
11,236.03
+26.94%
8,851.19
+191.53%