IRPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 โดยมีผลกระทบเชิงบวกจากการเพิ่มขึ้นของ Market GRM และการรับรู้ Stock Gain
Market GRM เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา มาอยู่ที่ 9.04 เหรียญต่อบาร์เรล เนื่องจาก GRM ที่เพิ่มขึ้นของแก๊สออยล์และ Lubricant Oil Spread รวมถึงต้นทุน Crude Premium ที่ลดลง
EBITDA อยู่ที่ 3,029 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,806 ล้านบาทเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา โดยหลักมาจากการรับรู้ Stock Gain จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น
Net Income อยู่ที่ 340 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการบันทึก Stock Gain, กำไรจาก Unrealized Oil Hedging และกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์
IRPC มุ่งเน้นการขยายธุรกิจใหม่เพื่อการเติบโตในระยะยาว โดยปรับกลยุทธ์การลงทุนให้สอดคล้องกับความพร้อมด้านเงินทุน
บริษัทให้ความสำคัญกับ Decarbonization Pathway และตั้งเป้า Net Zero เร็วขึ้นเป็นปี 2550 โดยใช้ปีฐาน 2519
โอกาสในการสร้างความร่วมมือในด้าน Green Business กับกลุ่ม ปตท. และสร้าง Positive Net Profit จาก Carbon Credit และภาษีต่างๆ
ความเสี่ยงด้าน Supply Chain และความผันผวนของเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
การปรับเพิ่มการผลิตของ OPEC อาจส่งผลกระทบต่อราคาขายและ Stock Gain
ภาวะอุปทานล้นตลาดในกลุ่มปิโตรเคมีอาจกดดันราคาและส่วนต่างผลิตภัณฑ์
IRPC จัดตั้ง Crisis War Room เพื่อติดตามและผลักดันผลประกอบการให้เป็นไปตามแผน
บริษัทดำเนินงานตามแนวทาง 4R และ 3S Journey เพื่อสร้างความมั่นคง, เสริมความแข็งแกร่ง และเติบโตอย่างยั่งยืน
การปรับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนจาก 3C เป็น 3C+3E เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
แนวโน้มของธุรกิจปิโตรเลียมในไตรมาส 4 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเนื่องจากการทำ Autumn Refinery Maintenance และ Seasonal Winter Heating Demand
ส่วนธุรกิจปิโตรเคมีอาจเผชิญกับ Spread ที่ลดลงเนื่องจากภาวะอุปทานล้นตลาด
IRPC คาดหวังว่านโยบาย Anti-In evolution ของจีนจะช่วยลดแรงกดดันต่อส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบ
โดยสรุป IRPC มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในไตรมาส 3 ปี 2568 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจาก Market GRM และ Stock Gain ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงต้องเผชิญกับความเสี่ยงและความท้าทายจากปัจจัยภายนอกต่างๆ เช่น ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และภาวะอุปทานล้นตลาดในกลุ่มปิโตรเคมี IRPC ยังคงมุ่งเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพ, ลดต้นทุน และขยายธุรกิจใหม่เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต