บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
2.36
+0.10 (+4.42%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=31047 out_tok=3054 at=2026-07-27T10:10:18 -->
IRPC พลิกกำไรสุทธิ 4,574 ล้านบาทใน Q2/64 รับแรงหนุนราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมีพุ่งสูง
**ราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมีฟื้นตัวแรง หนุนส่วนต่างกำไรขั้นต้น (GIM) พุ่งสูง เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ IRPC ในไตรมาส 2/2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 4,574 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 411 ล้านบาทในปีก่อน**
บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 4,574 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 411 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ส่วนต่างกำไรขั้นต้น (GIM) ขยายตัวได้ดี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ IRPC ในไตรมาส 2/2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 4,574 ล้านบาท มาจาก **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมี (GIM)** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 และสงครามราคาน้ำมัน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียม:** ราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์ปรับเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 85 ตามราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ประกอบกับการที่โรงกลั่นน้ำมันมีอัตราการกลั่นเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เป็น 194,000 บาร์เรลต่อวัน และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมกับวัตถุดิบหลายรายการปรับตัวดีขึ้น เช่น ULG95 Spread เพิ่มขึ้น 281% และ 500SN Spread เพิ่มขึ้น 179% โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การฟื้นตัวของราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันเบนซิน (ULG95) ได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูขับขี่ และเหตุการณ์ท่อส่งน้ำมัน Colonial Pipeline ที่กระทบการขนส่งในสหรัฐฯ รวมถึงส่วนต่างราคาน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน (500SN) ที่เพิ่มขึ้นจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงงานผลิตน้ำมันหล่อลื่นในภูมิภาคเอเชีย
* **กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมี:** ราคาขายของผลิตภัณฑ์ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 67 จากสถานการณ์ราคาตลาดที่ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์กลุ่มสไตรีนิกส์ เช่น ABS Spread เพิ่มขึ้น 110% และ PS Spread เพิ่มขึ้น 68% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากอุปทานที่ตึงตัวและความต้องการที่แข็งแกร่งจากอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ แม้จะเผชิญปัญหาขาดแคลนชิปและปัญหาท่าเรือแออัด
* **ปัจจัยบวกเพิ่มเติม:** บริษัทฯ มีกำไรจากสต๊อกน้ำมันสุทธิเพิ่มขึ้น 3,418 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2563 ซึ่งช่วยเสริมผลประกอบการให้ดีขึ้นอย่างมาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยเสี่ยง**
จากแนวโน้มภาวะตลาดที่ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาส 3/2564 จากปริมาณการผลิตของกลุ่มโอเปกและพันธมิตรที่อาจไม่เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับสถานการณ์ COVID-19 ที่เริ่มคลี่คลายในบางภูมิภาค และการกระจายวัคซีนที่มากขึ้น ทำให้คาดว่าส่วนต่างกำไรขั้นต้น (GIM) ยังมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงได้
อย่างไรก็ตาม ตลาดปิโตรเคมีทั่วโลกยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะการกลายพันธุ์ของเชื้อที่รุนแรงขึ้นในบางภูมิภาค รวมถึงการมีกำลังการผลิตใหม่ที่จะทยอยเข้าสู่ตลาด ซึ่งอาจกดดันส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ได้ ดังนั้น นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาด, การบริหารจัดการกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปก, และการเข้าสู่ตลาดของกำลังการผลิตใหม่ๆ อย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก 4,574 ล้านบาท:** เติบโตอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับขาดทุนสุทธิ 411 ล้านบาทใน Q2/2563
* **รายได้จากการขายสุทธิพุ่ง 87% YoY:** แตะ 56,858 ล้านบาท จากราคาขายที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ
* **Market GIM ขยายตัว 87% YoY:** อยู่ที่ 15.68 USD/bbl สะท้อนส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวดีขึ้น
* **EBITDA เติบโต 491% YoY:** อยู่ที่ 8,895 ล้านบาท บ่งชี้ถึงความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง
* **การลงทุนในธุรกิจ Non-woven Fabric:** IRPC ร่วมลงทุนในบริษัท อินโนโพลีเมด จำกัด เพื่อผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไม่ถักไม่ทอและวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์
## ภาพรวมผลประกอบการ
IRPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2564 ที่โดดเด่น โดยมีรายได้จากการขายสุทธิ 56,858 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 85% ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น และปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 2% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) เพิ่มขึ้น 87% เป็น 15.68 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล กำไรขั้นต้นทางบัญชี (Accounting GIM) เพิ่มขึ้น 157% เป็น 21.98 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล EBITDA เติบโตถึง 491% เป็น 8,895 ล้านบาท และพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 4,574 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 411 ล้านบาทในปีก่อน
เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2564 รายได้จากการขายสุทธิเพิ่มขึ้น 18% จากราคาขายที่สูงขึ้น 16% และปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 2% Market GIM เพิ่มขึ้น 15% เป็น 15.68 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ Accounting GIM เพิ่มขึ้น 2% เป็น 21.98 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล EBITDA เพิ่มขึ้น 1% เป็น 8,895 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิลดลง 18% เป็น 4,574 ล้านบาท เนื่องจากมีผลขาดทุนจากการบริหารความเสี่ยงน้ำมันที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจำนวน 1,076 ล้านบาท เทียบกับไตรมาสก่อนที่มีกำไร
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสุทธิ 105,246 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% YoY และพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 10,155 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 9,316 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **ราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง:** ปัจจัยสนับสนุนจากกลุ่มโอเปกและพันธมิตรที่ยังคงควบคุมกำลังการผลิต และความต้องการที่ฟื้นตัวจากการคลี่คลายของสถานการณ์ COVID-19
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** ส่งผลดีต่อความต้องการผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** การร่วมลงทุนในบริษัท อินโนโพลีเมด จำกัด เพื่อขยายสู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์ผ้าไม่ถักไม่ทอและวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ เป็นการกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสในการเติบโตในระยะยาว
* **การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต:** บริษัทฯ ยังคงดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตและปรับปรุงกระบวนการทำงานทั่วทั้งองค์กรอย่างต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์:** ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19 และการกลายพันธุ์ของเชื้อ อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี
* **การเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ในตลาดปิโตรเคมี:** อาจส่งผลให้เกิดภาวะอุปทานส่วนเกิน (Oversupply) และกดดันส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลให้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินกู้สกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ
* **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและสิ่งแวดล้อม:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมพลังงานและปิโตรเคมี อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม:** โดยเฉพาะการบริหารจัดการกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปกและพันธมิตร
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 และการกลายพันธุ์ของเชื้อ:** ผลกระทบต่อความต้องการผลิตภัณฑ์และการดำเนินงานของลูกค้า
* **การเข้าสู่ตลาดของกำลังการผลิตปิโตรเคมีใหม่:** โดยเฉพาะจากประเทศจีนและมาเลเซีย
* **ผลการดำเนินงานของบริษัท อินโนโพลีเมด จำกัด:** หลังจากการร่วมลงทุน
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ปริมาณการกลั่น:** โรงกลั่นน้ำมันมีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 90% เพิ่มขึ้น 4% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากหน่วยผลิต ADU 1 กลับมาดำเนินการตามปกติหลังการซ่อมบำรุง
* **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม:** Market GRM อยู่ที่ 7.16 USD/bbl เพิ่มขึ้น 1.96 USD/bbl จากไตรมาสก่อน โดยหลักจากน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล และน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานที่ปรับตัวดีขึ้น
* **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี:** Market PTF อยู่ที่ 7.35 USD/bbl เพิ่มขึ้น 0.30 USD/bbl จากไตรมาสก่อน เนื่องจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอะโรเมติกส์และสไตรีนิกส์
* **การลงทุนในโครงการ:** มีการลงทุนในบริษัท อินโนโพลีเมด จำกัด เพื่อผลิตผ้าไม่ถักไม่ทอและวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** 186,789 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 โดยมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 51% และลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 45% ตามราคาขายที่ปรับสูงขึ้น
* **หนี้สินรวม:** 102,126 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 โดยมีเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 12% และเงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้น 1,640 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้ใหม่
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 84,663 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากกำไรสุทธิสะสม
* **กระแสเงินสด:** กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงาน 4,716 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยมี EBITDA เป็นปัจจัยหลัก แม้ว่าจะมีสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
IRPC โชว์ผลงานไตรมาส 2/2564 สุดแข็งแกร่ง พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 4,574 ล้านบาท จากแรงหนุนของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ส่วนต่างกำไรขั้นต้น (GIM) ขยายตัวได้ดี แม้จะเผชิญความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันและสถานการณ์ COVID-19 แต่แนวโน้มตลาดที่ยังคงสนับสนุน และการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ ในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ IRPC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
74,261.70
ล้านบาท
↓ 6.1% YoY
กำไรขั้นต้น
1,613.39
ล้านบาท
↓ 150.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
2.17
%
กำไรสุทธิ
-1,125.33
ล้านบาท
↓ 67.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.52
%
D/E Ratio
1.63
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
74,262
↓ -6.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,613
↓ -150.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,125
↓ -67.1%
YoY
D/E Ratio
1.63
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — IRPC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.63
ROE (%)
-7.12
ROA (%)
-2.22
Book Value/หุ้น
3.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — IRPC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+24,863
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,112
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — IRPC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
24,863.39
-1,922.40%
|
-1,364.32
-85.31%
|
-9,287.75
-378.66%
|
3,332.99
-70.10%
|
11,148.75
+166.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
1,112.09
-69.64%
|
3,662.62
-395.84%
|
-1,238.04
-1,211.35%
|
111.40
-102.88%
|
-3,871.31
+241.48%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
-16,037.37
+616.09%
|
-2,239.59
-177.57%
|
2,887.00
-185.69%
|
-3,369.20
+130.39%
|
-1,462.37
-52.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
9,938.12
+335.69%
|
2,280.99
-129.86%
|
-7,638.80
-10,256.63%
|
75.21
-98.71%
|
5,815.06
-17,657.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
6,220.33
+92.55%
|
3,230.45
-71.25%
|
11,236.03
+26.94%
|
8,851.19
+191.53%
|
3,036.13
+29.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
9,923.96
+59.54%
|
6,220.33
+92.55%
|
3,230.45
-71.25%
|
11,236.03
+26.94%
|
8,851.19
+191.53%
|