บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
4.24
+0.04 (+0.95%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=25596 out_tok=3043 at=2026-07-25T15:08:21 -->
# GGC กำไรสุทธิปี 65 พุ่ง 189% รับธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์โตแรง
## รายได้รวมโต 20% แต่กำไรสุทธิหลังรายการพิเศษพุ่งแรง 189% จากปัจจัยหนุนธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์และรายการภาษีพิเศษ
บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 25,084 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีกำไรสุทธิหลังรวมรายการพิเศษอยู่ที่ 953 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 189% ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์ และการบันทึกรายการพิเศษจากสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิหลังรายการพิเศษของ GGC ในปี 2565 ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 189% มาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) การเติบโตอย่างโดดเด่นของธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์ ที่มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นถึง 55% และ 2) การบันทึกรายการพิเศษจากสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีจำนวน 104 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิหลังรายการพิเศษอยู่ที่ 953 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 330 ล้านบาทในปี 2564
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์** เติบโตได้ดีเนื่องจากปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 13% ซึ่งเป็นผลมาจากการหยุดดำเนินการผลิตที่สั้นลงในปี 2565 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ประกอบกับการที่บริษัทฯ สามารถปรับเพิ่มสัดส่วนการขายไปยังประเทศอื่นๆ เช่น อินเดีย อเมริกาใต้ และแอฟริกา เพื่อชดเชยปริมาณการขายในจีนที่ลดลง นอกจากนี้ ราคาสินค้าแฟตตี้แอลกอฮอล์จากธรรมชาติยังปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ (CPKO) เนื่องจากกำลังการผลิตที่ปรับลดลงจากการขาดแคลนแรงงานในมาเลเซียและมาตรการ Domestic Market Obligation (DMO) ของอินโดนีเซีย ส่งผลให้รายได้จากการขายของธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นถึง 55%
**รายการพิเศษ** เกิดจากการตั้งสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้จากการปรับโครงสร้างในกลุ่มบริษัทฯ โดยการรับโอนกิจการทั้งหมดของบริษัท ไทยแฟตตี้แอลกอฮอล์ส จำกัด (TFA) ซึ่งมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นมา
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์:** แนวโน้มปี 2566 คาดว่าความต้องการจะทรงตัวถึงปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายและการยกเลิกมาตรการปิดประเทศ อย่างไรก็ตาม สภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจถดถอย ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า และความขัดแย้งระหว่างประเทศรัสเซีย-ยูเครน อาจส่งผลต่อกำลังซื้อและทำให้ความต้องการไม่คึกคักมากนัก ด้านอุปทานมีแนวโน้มดีขึ้นจากการที่ผู้ผลิตรายใหญ่กลับมาผลิตตามปกติ และอินโดนีเซียไม่มีแผนกลับมาใช้มาตรการ DMO สำหรับโอลิโอเคมีอีกครั้ง ทำให้ราคาแฟตตี้แอลกอฮอล์มีแนวโน้มอ่อนค่าลงตามราคาวัตถุดิบและภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้น **มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง แต่ต้องจับตาปัจจัยลบทางเศรษฐกิจโลก**
**รายการพิเศษ:** การบันทึกรายการพิเศษนี้เป็นรายการครั้งเดียวจากการปรับโครงสร้าง จึง **มีลักษณะเป็นครั้งคราว** ไม่ใช่ปัจจัยที่จะส่งผลต่อเนื่องในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายปี 2565 เติบโต 20%** แตะ 25,084 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิหลังรายการพิเศษปี 2565 พุ่ง 189%** แตะ 953 ล้านบาท (0.93 บาท/หุ้น) จาก 330 ล้านบาท (0.32 บาท/หุ้น) ในปีก่อน
* **ธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์ทำรายได้โต 55%** จากปริมาณขายเพิ่มขึ้นและราคาที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจเมทิลเอสเทอร์รายได้โต 7%** แม้ปริมาณขายลดลง 9% เนื่องจากราคาสินค้าปรับสูงขึ้น
* **ไตรมาส 4/2565 ขาดทุนสุทธิ 26 ล้านบาท** พลิกจากกำไร 356 ล้านบาทในปีก่อนหน้า เนื่องจากราคาขายเมทิลเอสเทอร์ลดลงและมี Stock Loss
* **อัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) อุตสาหกรรมเมทิลเอสเทอร์ปี 2565 อยู่ที่ 57%** ลดลงจาก 64% ในปีก่อน
* **อัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) อุตสาหกรรมแฟตตี้แอลกอฮอล์ปี 2565 อยู่ที่ 96%** เพิ่มขึ้นจาก 81% ในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 GGC มีรายได้จากการขายรวม 25,084 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนจากธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์ที่รายได้เติบโตถึง 55% และธุรกิจเมทิลเอสเทอร์ที่รายได้เติบโต 7% แม้ปริมาณขายจะลดลงก็ตาม ขณะที่กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 849 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมรายการพิเศษในปี 2565 ซึ่งเป็นการตั้งสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี 104 ล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิหลังรายการพิเศษอยู่ที่ 953 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 189% จากปีก่อนหน้า
ในส่วนของไตรมาส 4/2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 4,504 ล้านบาท ลดลง 27% YoY และ 22% QoQ โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 26 ล้านบาท พลิกจากกำไร 356 ล้านบาทในไตรมาส 4/2564 และกำไร 70 ล้านบาทในไตรมาส 3/2565 ซึ่งเป็นผลมาจากราคาขายเมทิลเอสเทอร์ที่ปรับลดลงตามราคาน้ำมันปาล์มดิบ และการรับรู้ Stock Loss & NRV
## โอกาส
* **นโยบายภาครัฐหนุนการใช้ไบโอดีเซล:** คาดการณ์ปี 2566 จะมีการปรับเพิ่มสัดส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็วเป็น 3 ชนิด (B7, B10, B20) ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 เป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยเพิ่มความต้องการใช้เมทิลเอสเทอร์
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** ส่งผลดีต่อการบริโภคน้ำมันดีเซลโดยรวม และต่อเนื่องไปยังความต้องการเมทิลเอสเทอร์
* **การกลับมาผลิตตามปกติของอุตสาหกรรมแฟตตี้แอลกอฮอล์:** การยกเลิกมาตรการ DMO ของอินโดนีเซีย และการกลับมาผลิตของผู้ผลิตรายใหญ่ จะช่วยเพิ่มอุปทานและอาจส่งผลดีต่อการแข่งขัน
* **ความต้องการใช้กลีเซอรีนที่ต่อเนื่อง:** โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและสุขอนามัย
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ:** เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อต้นทุนและราคาขายของทั้งธุรกิจเมทิลเอสเทอร์และแฟตตี้แอลกอฮอล์
* **นโยบายภาครัฐที่เปลี่ยนแปลง:** การปรับลดอัตราการผสมไบโอดีเซลในอดีตส่งผลกระทบต่อปริมาณขายเมทิลเอสเทอร์
* **สถานการณ์เศรษฐกิจโลกถดถอย:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้าในตลาดแฟตตี้แอลกอฮอล์และกลีเซอรีน
* **ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์:** สงครามรัสเซีย-ยูเครน และความขัดแย้งระหว่างจีน-ไต้หวัน อาจส่งผลกระทบต่ออุปทานและราคาวัตถุดิบ
* **การแข่งขันในตลาดที่สูงขึ้น:** โดยเฉพาะในตลาดแฟตตี้แอลกอฮอล์ จากอุปทานที่ปรับตัวดีขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายการผสมไบโอดีเซล:** โดยเฉพาะการปรับจาก B7 เป็น B7, B10, B20 ในปี 2566
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** น้ำมันปาล์มดิบ (CPO) และน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ (CPKO)
* **สถานการณ์เศรษฐกิจโลก:** ผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้า
* **การกลับมาของอุปทานในตลาดแฟตตี้แอลกอฮอล์:** และผลต่อการแข่งขันด้านราคา
* **อัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) ของธุรกิจเมทิลเอสเทอร์:** ในปี 2566
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **เมทิลเอสเทอร์ (B100):** ปี 2565 ปริมาณขายลดลง 9% แต่รายได้เพิ่ม 7% เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น 13% ตามราคา CPO แม้จะมีการปรับสูตรคำนวณราคา B100 ใหม่ที่ทำให้ราคาลดลงก็ตาม อัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 57% ลดลงจาก 64% ในปีก่อนหน้า ไตรมาส 4/2565 มีผลขาดทุน EBITDA -207 ล้านบาท และ Adjusted EBITDA -221 ล้านบาท เนื่องจากราคาขายลดลงและมี Stock Loss
* **แฟตตี้แอลกอฮอล์:** ปี 2565 ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 13% และรายได้เพิ่มขึ้น 55% เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น 25% ตามราคา CPKO และอุปทานที่ตึงตัว อัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 96% เพิ่มขึ้นจาก 81% ในปีก่อนหน้า ไตรมาส 4/2565 มี EBITDA 264 ล้านบาท และ Adjusted EBITDA 343 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 137% YoY จาก Stock Loss ที่ลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 GGC มีสินทรัพย์รวม 13,633 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 116 ล้านบาท โดยมีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นเพิ่มขึ้น 943 ล้านบาท แต่ลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือลดลงตามราคาวัตถุดิบที่ลดลง หนี้สินรวมลดลง 241 ล้านบาท โดยเจ้าหนี้การค้าลดลงมากที่สุด ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 357 ล้านบาท เป็น 10,327 ล้านบาท จากกำไรสุทธิและกำไรเบ็ดเสร็จอื่น หักด้วยเงินปันผลจ่าย กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสุทธิเป็นบวก 1,747 ล้านบาท แต่มีกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 1,292 ล้านบาท ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 127 ล้านบาท
## สรุปท้าย
GGC ปิดปี 2565 ด้วยผลประกอบการที่โดดเด่น โดยเฉพาะกำไรสุทธิหลังรายการพิเศษที่เติบโตถึง 189% เป็นผลจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากราคาวัตถุดิบและอุปทานที่ตึงตัว แม้ธุรกิจเมทิลเอสเทอร์จะเผชิญแรงกดดันจากนโยบายภาครัฐและราคาวัตถุดิบที่ผันผวน แต่การบริหารจัดการ Stock Loss และการปรับสูตรราคาใหม่ช่วยลดผลกระทบลง สำหรับปี 2566 คาดว่าความต้องการเมทิลเอสเทอร์จะฟื้นตัวจากนโยบายไบโอดีเซลที่เข้มข้นขึ้น ขณะที่ธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์อาจเผชิญแรงกดดันจากราคาที่อ่อนตัวลงและอุปทานที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ดี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรับมือกับความท้าทายและคว้าโอกาสในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GGC ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
4,700.73
ล้านบาท
↓ 53% YoY
กำไรขั้นต้น
173.96
ล้านบาท
↓ 70.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
3.70
%
กำไรสุทธิ
75.47
ล้านบาท
↓ 21.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.61
%
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,701
↓ -53%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
174
↓ -70.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
75
↓ -21.4%
YoY
D/E Ratio
0.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GGC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
-7.50
ROA (%)
-6.96
Book Value/หุ้น
8.61
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GGC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+356
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-334
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GGC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
356.32
-242.95%
|
-249.26
-65.08%
|
-713.79
-307.56%
|
343.90
-123.02%
|
-1,493.66
-481.34%
|
391.69
-23.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-333.77
-158.85%
|
567.15
-144.22%
|
-1,282.43
+97.92%
|
-647.95
+883.68%
|
-65.87
-56.74%
|
-152.27
+6.12%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
46.16
-110.80%
|
-427.47
-161.41%
|
696.05
+299.52%
|
174.22
-55.63%
|
392.67
-148.67%
|
-806.79
+43.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
64.23
-165.45%
|
-98.13
-92.69%
|
-1,341.66
+764.69%
|
-155.16
-87.08%
|
-1,200.60
+111.25%
|
-568.33
-259.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,056.67
-2.77%
|
1,086.73
-21.46%
|
1,383.60
-8.43%
|
1,511.05
-13.28%
|
1,742.49
-24.59%
|
2,310.82
-3.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,429.33
+35.27%
|
1,056.67
-2.77%
|
1,086.73
-21.46%
|
1,383.60
-8.43%
|
1,511.05
-13.28%
|
1,742.49
-24.59%
|