บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
4.24
+0.04 (+0.95%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15623 out_tok=3026 at=2026-07-25T17:19:58 -->
# GGC Q1/2565 กำไรโต 418% รับอานิสงส์ราคาผลิตภัณฑ์พุ่งแรง
## รายได้-กำไรพุ่งแรง YoY จากราคาขายเมทิลเอสเทอร์และแฟตตี้แอลกอฮอล์ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 7,316 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 487 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 418% โดยปัจจัยหลักมาจากราคาขายผลิตภัณฑ์ทั้งกลุ่มเมทิลเอสเทอร์และแฟตตี้แอลกอฮอล์ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งส่งผลดีต่ออัตรากำไรของบริษัทฯ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ GGC ในไตรมาส 1/2565 คือ **การปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาขายผลิตภัณฑ์ทั้งกลุ่มเมทิลเอสเทอร์ (B100) และกลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 47% YoY เป็น 7,316 ล้านบาท และกำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นถึง 418% YoY เป็น 487 ล้านบาท (0.48 บาท/หุ้น) โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก Stock Gain & NRV จำนวน 246 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **กลุ่มเมทิลเอสเทอร์ (B100):** ราคาขาย B100 เพิ่มขึ้น 30% YoY ตามราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ที่สูงขึ้น 38% YoY สาเหตุหลักมาจากความต้องการนำเข้าน้ำมันปาล์มของจีนและอินเดียเพื่อทดแทนน้ำมันเมล็ดดอกทานตะวันที่ได้รับผลกระทบจากสงครามยูเครน-รัสเซีย ทำให้โรงสกัดในไทยหันมาส่งออกมากขึ้น ส่งผลให้ราคาในประเทศแข็งค่าขึ้น แม้ปริมาณขายจะลดลง 19% YoY เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันดีเซลลดลงจากสถานการณ์โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน และนโยบายภาครัฐที่ปรับลดสัดส่วนผสมไบโอดีเซล อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์กลีเซอรีนบริสุทธิ์ที่เพิ่มขึ้นช่วยหนุนรายได้รวมของกลุ่มนี้ให้เติบโต 18% YoY
* **กลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์:** ราคาผลิตภัณฑ์เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 65% YoY ตามราคาน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ (CPKO) ที่สูงขึ้น 78% YoY ปัจจัยหลักมาจากมาตรการจำกัดการส่งออกน้ำมันปาล์มของอินโดนีเซียเพื่อควบคุมราคาในประเทศ และสงครามยูเครน-รัสเซียที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันพืชเกษตรทั่วโลกสูงขึ้น ประกอบกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 77% YoY เนื่องจากในปีก่อนหน้ามีการหยุดซ่อมบำรุงหน่วยการผลิต ทำให้รายได้รวมของกลุ่มนี้เติบโตถึง 218% YoY
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น แต่ต้องติดตามปัจจัยเสี่ยง**
* **กลุ่มเมทิลเอสเทอร์:** แนวโน้มครึ่งแรกปี 2565 คาดว่าความต้องการใช้เมทิลเอสเทอร์โดยรวมจะยังคงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากนโยบาย B5 ที่ขยายเวลาถึงมิถุนายน 2565 และการยกเลิกมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและความต้องการใช้น้ำมันดีเซล
* **กลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์:** แนวโน้มครึ่งแรกปี 2565 คาดว่าจะทรงตัวถึงปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย จากความกังวลด้านอุปทานที่ตึงตัวจากการหยุดซ่อมบำรุงของผู้ผลิตรายใหญ่ และมาตรการ DMO ของอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม ความต้องการอาจลดลงหากจีนยังคงมาตรการ Lockdown ต่อไป
โดยรวมแล้ว ปัจจัยบวกจากราคาผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้นมีแนวโน้มจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะสั้น แต่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลก นโยบายภาครัฐ และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายรวม 7,316 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% YoY**
* **กำไรสุทธิ 487 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 418% YoY**
* **Adjusted EBITDA 466 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 155% YoY**
* **ราคาขายเมทิลเอสเทอร์ (B100) เพิ่มขึ้น 30% YoY** ตามราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ที่สูงขึ้น 38% YoY
* **ราคาขายแฟตตี้แอลกอฮอล์เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 65% YoY** ตามราคาน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ (CPKO) ที่สูงขึ้น 78% YoY
* **ปริมาณขายเมทิลเอสเทอร์ลดลง 19% YoY** จากความต้องการใช้น้ำมันดีเซลที่ลดลง
* **ปริมาณขายแฟตตี้แอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น 77% YoY** จากการกลับมาผลิตเต็มกำลังหลังซ่อมบำรุง
* **Stock Gain & NRV จำนวน 246 ล้านบาท**
## ภาพรวมผลประกอบการ
GGC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ที่โดดเด่น โดยมีรายได้จากการขายรวม 7,316 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 ที่ทำได้ 4,968 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2564 ที่ทำได้ 6,161 ล้านบาท EBITDA อยู่ที่ 712 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 185% YoY และ Adjusted EBITDA อยู่ที่ 466 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 155% YoY อัตรากำไร EBITDA อยู่ที่ 9.7% เพิ่มขึ้นจาก 5.0% ในปีก่อนหน้า กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 487 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 418% YoY จาก 94 ล้านบาทในปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 37% QoQ จาก 356 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า
## โอกาส
* **ราคาวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่ง:** สถานการณ์สงครามยูเครน-รัสเซีย และมาตรการจำกัดการส่งออกของอินโดนีเซีย ยังคงเป็นปัจจัยหนุนราคาวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ในกลุ่มปาล์มน้ำมันและอนุพันธ์
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในบางกลุ่ม:** แม้ความต้องการใช้เมทิลเอสเทอร์จะลดลง แต่ความต้องการผลิตภัณฑ์กลีเซอรีนบริสุทธิ์ในกลุ่มทำความสะอาดปรับตัวเพิ่มขึ้น
* **การกลับมาผลิตเต็มกำลัง:** การกลับมาผลิตเต็มกำลังในกลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์หลังการซ่อมบำรุง ช่วยเพิ่มปริมาณการขายและรายได้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและสินค้าโภคภัณฑ์:** สงครามและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์อาจส่งผลกระทบต่อราคาวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง
* **นโยบายภาครัฐ:** การปรับลดสัดส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซล และการยกเลิกมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซล อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้เมทิลเอสเทอร์และต้นทุนการขนส่ง
* **สถานการณ์โควิด-19:** การแพร่ระบาดของสายพันธุ์ใหม่ๆ และมาตรการ Lockdown ในบางประเทศ โดยเฉพาะจีน อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการผลิตภัณฑ์
* **การขนส่ง:** ปัญหาการขาดแคลนตู้ขนส่งสินค้าและค่าระวางที่สูงยังคงเป็นความท้าทาย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคา CPO และ CPKO:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลักจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อ GPM
* **นโยบายพลังงานของภาครัฐ:** การปรับเปลี่ยนสัดส่วนผสมไบโอดีเซล และการบริหารจัดการราคาน้ำมันดีเซล
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** โดยเฉพาะมาตรการ Lockdown ในจีนและประเทศเศรษฐกิจหลัก
* **การส่งออก:** ปริมาณและราคาการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังตลาดต่างประเทศ
* **ผลกระทบจากคดีความ:** การรับรู้ผลกระทบจากคำสั่งบังคับคดีความตามคำร้องขอของเจ้าหนี้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** อัตราการใช้กำลังการผลิตกลุ่มเมทิลเอสเทอร์อยู่ที่ 57% ลดลงจาก 69% ในปีก่อนหน้า ขณะที่กลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์อยู่ที่ 106% เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 53% ในปีก่อนหน้า
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงปริมาณการขายที่ปรับลดลงในกลุ่มเมทิลเอสเทอร์ และเพิ่มขึ้นในกลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคา CPO เพิ่มขึ้น 38% YoY และราคา CPKO เพิ่มขึ้น 78% YoY
* **GPM (Gross Profit Margin):** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของราคาขายผลิตภัณฑ์ที่สูงกว่าราคาวัตถุดิบ สะท้อนถึง GPM ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเมทิลเอสเทอร์ที่ Adjusted EBITDA Margin เพิ่มขึ้นจาก 5.3% เป็น 7.4% YoY และกลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์ที่กลับมาเป็นบวกที่ 4.1% จาก -5.8% ในปีก่อนหน้า
* **การส่งออก:** โรงสกัดในไทยหันมาส่งออก CPO เป็นจำนวนมาก เนื่องจากราคาตลาดต่างประเทศสูงกว่าราคาในประเทศ
* **ค่าเงิน:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 22 ล้านบาทในไตรมาสนี้ เทียบกับขาดทุน 5 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **สินค้าคงคลัง:** มูลค่าสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 234 ล้านบาท เนื่องจากราคาวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 31 มี.ค. 2565 อยู่ที่ 13,998 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 481 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 โดยมีเงินฝากที่มีข้อจำกัดในการใช้เพิ่มขึ้น 411 ล้านบาท จากคำสั่งบังคับคดีความ
* **หนี้สินรวม:** ณ 31 มี.ค. 2565 อยู่ที่ 3,541 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 6 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 31 มี.ค. 2565 อยู่ที่ 10,457 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 487 ล้านบาท จากผลกำไรสุทธิของไตรมาส
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E):** อยู่ที่ 0.3 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ
* **กระแสเงินสด:** ไตรมาส 1/2565 มีกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานสุทธิ 334 ล้านบาท ลดลงจาก 599 ล้านบาทที่ได้มาในปีก่อนหน้า เนื่องจากมีการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ
## สรุปท้าย
GGC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1/2565 สุดแข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตกว่า 4 เท่าตัว โดยมีหัวใจสำคัญมาจากราคาขายผลิตภัณฑ์ทั้งกลุ่มเมทิลเอสเทอร์และแฟตตี้แอลกอฮอล์ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากปัจจัยภายนอก เช่น สงครามยูเครน-รัสเซีย และมาตรการจำกัดการส่งออกของอินโดนีเซีย แม้ว่าปริมาณขายในกลุ่มเมทิลเอสเทอร์จะลดลง แต่การเพิ่มขึ้นของราคาขายและรายได้จากกลีเซอรีน รวมถึงการกลับมาผลิตเต็มกำลังในกลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์ ช่วยหนุนผลประกอบการโดยรวมให้โดดเด่น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบ นโยบายภาครัฐ และสถานการณ์โควิด-19 ที่อาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มผลประกอบการในระยะถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GGC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
4,700.73
ล้านบาท
↓ 53% YoY
กำไรขั้นต้น
173.96
ล้านบาท
↓ 70.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
3.70
%
กำไรสุทธิ
75.47
ล้านบาท
↓ 21.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.61
%
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,701
↓ -53%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
174
↓ -70.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
75
↓ -21.4%
YoY
D/E Ratio
0.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GGC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
-7.50
ROA (%)
-6.96
Book Value/หุ้น
8.61
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GGC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+356
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-334
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GGC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
356.32
-242.95%
|
-249.26
-65.08%
|
-713.79
-307.56%
|
343.90
-123.02%
|
-1,493.66
-481.34%
|
391.69
-23.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-333.77
-158.85%
|
567.15
-144.22%
|
-1,282.43
+97.92%
|
-647.95
+883.68%
|
-65.87
-56.74%
|
-152.27
+6.12%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
46.16
-110.80%
|
-427.47
-161.41%
|
696.05
+299.52%
|
174.22
-55.63%
|
392.67
-148.67%
|
-806.79
+43.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
64.23
-165.45%
|
-98.13
-92.69%
|
-1,341.66
+764.69%
|
-155.16
-87.08%
|
-1,200.60
+111.25%
|
-568.33
-259.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,056.67
-2.77%
|
1,086.73
-21.46%
|
1,383.60
-8.43%
|
1,511.05
-13.28%
|
1,742.49
-24.59%
|
2,310.82
-3.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,429.33
+35.27%
|
1,056.67
-2.77%
|
1,086.73
-21.46%
|
1,383.60
-8.43%
|
1,511.05
-13.28%
|
1,742.49
-24.59%
|