บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
4.24
+0.04 (+0.95%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=20991 out_tok=3762 at=2026-07-25T16:46:03 -->
# GGC Q2/2565 กำไรสุทธิพุ่ง 428% รับอานิสงส์ราคาผลิตภัณฑ์พุ่งแรง
## รายได้-กำไรโตเด่นจากราคาขายเมทิลเอสเทอร์และแฟตตี้แอลกอฮอล์ที่สูงขึ้น สวนทางปริมาณขายที่ลดลง
บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 7,503 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 422 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 428% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาขายผลิตภัณฑ์ทั้งกลุ่มเมทิลเอสเทอร์และแฟตตี้แอลกอฮอล์ แม้ว่าปริมาณการขายจะลดลงก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ GGC ในไตรมาส 2/2565 คือ **การปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาขายผลิตภัณฑ์ทั้งกลุ่มเมทิลเอสเทอร์ (B100) และกลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้ว่าปริมาณการขายโดยรวมจะลดลงก็ตาม โดยกลุ่มเมทิลเอสเทอร์มีรายได้เพิ่มขึ้น 51% YoY และกลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 67% YoY ปัจจัยนี้ส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทฯ เติบโตถึง 428% YoY มาอยู่ที่ 422 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**กลุ่มเมทิลเอสเทอร์ (B100):** ราคาขาย B100 ปรับสูงขึ้น 54% YoY ตามราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ที่พุ่งสูงขึ้น 61% YoY สาเหตุหลักมาจากอุปสงค์ตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นจากการคลี่คลายของ COVID-19 ในสหรัฐฯ และยุโรป ขณะที่อุปทานลดลงจากการจำกัดการส่งออกน้ำมันปาล์มของอินโดนีเซีย (DMO) เพื่อรักษาระดับราคาในประเทศ แม้ปริมาณขาย B100 จะลดลง 9% YoY เนื่องจากนโยบายลดการผสมไบโอดีเซลเหลือ B5 แต่รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์พลอยได้คือกลีเซอรีนบริสุทธิ์ที่เพิ่มขึ้นช่วยชดเชยได้บางส่วน
**กลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์:** ราคาขายแฟตตี้แอลกอฮอล์เฉลี่ยปรับสูงขึ้น 57% YoY ตามราคาน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ (CPKO) ที่เพิ่มขึ้น 47% YoY ปัจจัยมาจากอุปสงค์โลกที่ฟื้นตัว ขณะที่อุปทานลดลงจากมาตรการ DMO ของอินโดนีเซีย และปัญหาขาดแคลนแรงงานในมาเลเซีย แม้ปริมาณขายแฟตตี้แอลกอฮอล์จะลดลงเล็กน้อย 3% YoY แต่ราคาขายที่สูงขึ้นมากทำให้รายได้รวมของกลุ่มนี้เติบโตถึง 67% YoY
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น แต่ต้องจับตาปัจจัยกดดันในระยะยาว**
สำหรับกลุ่มเมทิลเอสเทอร์ ฝ่ายจัดการคาดว่าแนวโน้มตลาดในช่วงครึ่งหลังปี 2565 จะทรงตัว โดยความต้องการใช้ดีเซลอาจกลับมาดีขึ้นในไตรมาส 4/2565 จากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น แต่คาดว่านโยบาย B5 จะยังคงอยู่ตลอดปี 2565 เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน
สำหรับกลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์ คาดว่าอุปทานจะดีขึ้นหลังยกเลิก DMO และผู้ผลิตกลับมาผลิตปกติ แต่ความต้องการใช้จะถูกกดดันจากกำลังซื้อที่หดตัวของจีน (จาก COVID-19 และนโยบายประหยัดพลังงาน) รวมถึงภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยและต้นทุนขนส่งที่สูง ทำให้คาดว่าความต้องการใช้แฟตตี้แอลกอฮอล์ในครึ่งหลังปี 2565 มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับครึ่งแรกปี 2565
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 428% YoY:** GGC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2565 ที่ 422 ล้านบาท (0.41 บาท/หุ้น) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 80 ล้านบาท (0.08 บาท/หุ้น) ในปีก่อน
* **รายได้จากการขายเติบโต 56% YoY:** รายได้รวมอยู่ที่ 7,503 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนหลักจากราคาขายผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้นในทั้งสองกลุ่มธุรกิจ
* **Adjusted EBITDA พุ่ง 228% YoY:** อยู่ที่ 796 ล้านบาท สะท้อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งจากการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขาย
* **กลุ่มเมทิลเอสเทอร์ (B100) รายได้โต 51% YoY:** แม้ปริมาณขายลดลง 9% แต่ราคาขายที่สูงขึ้น 54% ตาม CPO และรายได้กลีเซอรีนที่เพิ่มขึ้น ช่วยหนุนรายได้รวม
* **กลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์รายได้โต 67% YoY:** ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 57% ตาม CPKO แม้ปริมาณขายลดลง 3%
* **Stock Loss & NRV กระทบ:** บริษัทฯ รับรู้ผลกระทบจาก Stock Loss & NRV จำนวน 133 ล้านบาทในไตรมาสนี้
* **แนวโน้มครึ่งปีหลัง:** คาดตลาดเมทิลเอสเทอร์ทรงตัว ส่วนแฟตตี้แอลกอฮอล์เผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์ที่ลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
GGC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2565 ที่โดดเด่น โดยมีรายได้จากการขาย 7,503 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56% YoY และ 3% QoQ ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 663 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 203% YoY และ Adjusted EBITDA เพิ่มขึ้นถึง 228% YoY เป็น 796 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 422 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 428% YoY อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2565 กำไรสุทธิปรับลดลง 13% QoQ เนื่องจากผลกระทบจาก Stock Loss & NRV ที่เพิ่มขึ้น
สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกปี 2565 (1H/2565) บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 14,819 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52% YoY และมีกำไรสุทธิ 909 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 422% YoY
## โอกาส
* **ราคาผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้น:** การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) และน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ (CPKO) เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยหนุนราคาขายและรายได้ของทั้งสองกลุ่มธุรกิจ
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** การคลี่คลายของสถานการณ์ COVID-19 ในสหรัฐฯ และยุโรป หนุนอุปสงค์ในตลาดโลก
* **รายได้จากผลิตภัณฑ์พลอยได้:** การเติบโตของรายได้จากกลีเซอรีนบริสุทธิ์ในกลุ่มเมทิลเอสเทอร์ช่วยเสริมรายได้
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายและบริหารจัดการสต็อกอย่างมีประสิทธิภาพช่วยหนุน Adjusted EBITDA
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคา CPO และ CPKO มีความผันผวนสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนและอัตรากำไร
* **นโยบายภาครัฐ:** การปรับลดอัตราการผสมไบโอดีเซล (B5) ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณการขายเมทิลเอสเทอร์
* **อุปสงค์ที่ลดลงในตลาดจีน:** มาตรการ Lockdown และนโยบายประหยัดพลังงานในจีน กดดันอุปสงค์แฟตตี้แอลกอฮอล์
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยและเงินเฟ้อ:** เป็นปัจจัยกดดันกำลังซื้อและความระมัดระวังในการซื้อของผู้บริโภคทั่วโลก
* **การแข่งขันในตลาด:** การขยายกำลังการผลิตของผู้ผลิตรายเดิมและรายใหม่ในตลาดเมทิลเอสเทอร์
* **Stock Loss & NRV:** ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากการตีมูลค่าสินค้าคงเหลือ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคา CPO และ CPKO:** ความผันผวนของราคาวัตถุดิบจะเป็นปัจจัยสำคัญต่ออัตรากำไร
* **นโยบายการผสมไบโอดีเซลของไทย:** การคงนโยบาย B5 หรือการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
* **สถานการณ์ COVID-19 และเศรษฐกิจจีน:** ผลกระทบต่ออุปสงค์แฟตตี้แอลกอฮอล์
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อ:** ผลกระทบต่อกำลังซื้อโดยรวม
* **การบริหารจัดการสต็อก:** การจัดการ Stock Loss & NRV ในช่วงที่ราคาผันผวน
* **การกลับมาผลิตเต็มกำลังของผู้ผลิตรายอื่น:** ผลกระทบต่ออุปทานในตลาดแฟตตี้แอลกอฮอล์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**กลุ่มธุรกิจเมทิลเอสเทอร์ (B100):**
* **Utilization Rate:** ลดลงจาก 62% ใน Q2/2564 เป็น 55% ใน Q2/2565 และ 57% ใน Q1/2565 สะท้อนปริมาณการผลิตที่ลดลงตามปริมาณขาย
* **ปริมาณการขาย:** ลดลง 9% YoY และ 6% QoQ เป็น 69,565 ตันใน Q2/2565
* **ราคาขาย:** เพิ่มขึ้น 54% YoY และ 5% QoQ เป็น 65.81 บาท/กก.
* **วัตถุดิบ (CPO):** ราคาเพิ่มขึ้น 61% YoY และ 4% QoQ เป็น 54.30 บาท/กก.
* **GPM (Product to Feed Margin):** แม้ราคาขายจะสูงขึ้น แต่ต้นทุนวัตถุดิบก็สูงขึ้นเช่นกัน ทำให้ GPM ของกลุ่มนี้อยู่ที่ 20% ใน Q2/2565 เทียบกับ 16% ใน Q2/2564 และ 15% ใน Q1/2565
* **Stock Gain/(Loss) & NRV:** มี Stock Gain 23 ล้านบาทใน Q2/2565 เทียบกับ Stock Loss 41 ล้านบาทใน Q2/2564 และ Stock Gain 59 ล้านบาทใน Q1/2565
* **Adjusted EBITDA Margin:** อยู่ที่ 4.4% ใน Q2/2565 เพิ่มขึ้นจาก 2.6% ใน Q2/2564 แต่ลดลงจาก 7.4% ใน Q1/2565
**กลุ่มธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์:**
* **Utilization Rate:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 89% ใน Q2/2564 เป็น 99% ใน Q2/2565 และ 106% ใน Q1/2565 (อาจมีการผลิตเกินกำลังเพื่อรองรับอุปสงค์)
* **ปริมาณการขาย:** ลดลงเล็กน้อย 3% YoY แต่เพิ่มขึ้น 4% QoQ เป็น 24,653 ตันใน Q2/2565
* **ราคาขายเฉลี่ย:** เพิ่มขึ้น 57% YoY และ 2% QoQ เป็น 2,969 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน
* **วัตถุดิบ (CPKO):** ราคาเพิ่มขึ้น 47% YoY แต่ลดลง 11% QoQ เป็น 1,958 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน
* **Market P2F:** เพิ่มขึ้น 112% YoY และ 142% QoQ เป็น 580 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน
* **Stock Gain/(Loss) & NRV:** มี Stock Loss 156 ล้านบาทใน Q2/2565 เทียบกับ Stock Gain 17 ล้านบาทใน Q2/2564 และ Stock Gain 187 ล้านบาทใน Q1/2565
* **Adjusted EBITDA Margin:** อยู่ที่ 22.3% ใน Q2/2565 เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 10.3% ใน Q2/2564 และ 4.1% ใน Q1/2565
**การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่กล่าวถึงสถานการณ์ตลาดโลกและนโยบายของประเทศคู่ค้า (อินโดนีเซีย, มาเลเซีย) ซึ่งส่งผลต่อราคาและอุปทานในตลาดโลก
**ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรงในส่วนของผลการดำเนินงานกลุ่มธุรกิจ แต่มีรายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 29 ล้านบาทใน Q2/2565
**สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 154 ล้านบาทใน Q2/2565 เมื่อเทียบกับปลายปี 2564 เนื่องจากราคาวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ที่ปรับสูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 มิ.ย. 2565 อยู่ที่ 13,967 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 450 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากลูกหนี้การค้าและสินค้าคงคลังที่มูลค่าสูงขึ้น
* **หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 3,446 ล้านบาท ลดลง 101 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 โดยเจ้าหนี้การค้าลดลง แต่เงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 551 ล้านบาท เป็น 10,521 ล้านบาท จากผลกำไรสะสม
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio):** อยู่ที่ 0.3 เท่า คงที่จากปีก่อน
* **กระแสเงินสดดำเนินงาน:** 1H/2565 มีกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 222 ล้านบาท ลดลงจาก 802 ล้านบาทใน 1H/2564
* **กระแสเงินสดลงทุน:** ใช้ไป 112 ล้านบาทใน 1H/2565
* **กระแสเงินสดจัดหาเงิน:** ใช้ไป 231 ล้านบาทใน 1H/2565 ส่วนใหญ่จากการจ่ายเงินปันผล
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** ลดลงสุทธิ 120 ล้านบาทใน 1H/2565 เหลือ 1,391 ล้านบาท
## สรุปท้าย
GGC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/2565 แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 428% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากราคาขายผลิตภัณฑ์เมทิลเอสเทอร์และแฟตตี้แอลกอฮอล์ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามราคาวัตถุดิบในตลาดโลก แม้ปริมาณขายจะลดลงก็ตาม อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ นโยบายภาครัฐ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา ขณะที่แนวโน้มครึ่งปีหลังคาดว่าตลาดเมทิลเอสเทอร์จะทรงตัว แต่กลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์อาจเผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์ที่ลดลง ซึ่งต้องติดตามการบริหารจัดการสต็อกและต้นทุนอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GGC ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
4,700.73
ล้านบาท
↓ 53% YoY
กำไรขั้นต้น
173.96
ล้านบาท
↓ 70.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
3.70
%
กำไรสุทธิ
75.47
ล้านบาท
↓ 21.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.61
%
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,701
↓ -53%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
174
↓ -70.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
75
↓ -21.4%
YoY
D/E Ratio
0.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GGC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
-7.50
ROA (%)
-6.96
Book Value/หุ้น
8.61
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GGC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+356
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-334
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GGC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
356.32
-242.95%
|
-249.26
-65.08%
|
-713.79
-307.56%
|
343.90
-123.02%
|
-1,493.66
-481.34%
|
391.69
-23.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-333.77
-158.85%
|
567.15
-144.22%
|
-1,282.43
+97.92%
|
-647.95
+883.68%
|
-65.87
-56.74%
|
-152.27
+6.12%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
46.16
-110.80%
|
-427.47
-161.41%
|
696.05
+299.52%
|
174.22
-55.63%
|
392.67
-148.67%
|
-806.79
+43.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
64.23
-165.45%
|
-98.13
-92.69%
|
-1,341.66
+764.69%
|
-155.16
-87.08%
|
-1,200.60
+111.25%
|
-568.33
-259.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,056.67
-2.77%
|
1,086.73
-21.46%
|
1,383.60
-8.43%
|
1,511.05
-13.28%
|
1,742.49
-24.59%
|
2,310.82
-3.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,429.33
+35.27%
|
1,056.67
-2.77%
|
1,086.73
-21.46%
|
1,383.60
-8.43%
|
1,511.05
-13.28%
|
1,742.49
-24.59%
|