บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
4.24
+0.04 (+0.95%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=21376 out_tok=3534 at=2026-07-25T16:37:52 -->
# GGC กำไรสุทธิ Q3/65 หายวูบ 71% เหลือ 70 ล้านบาท รับผล Stock Loss
## รายได้รวมโต 16% แต่สต็อกขาดทุนฉุดกำไร ขณะที่ 9 เดือนแรกกำไรพุ่ง 134%
บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 5,761 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กลับมีกำไรสุทธิเพียง 70 ล้านบาท ลดลงถึง 71% หรือ 174 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้ผลกระทบจาก Stock Loss & NRV จำนวน 441 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2565 ยังคงเติบโตโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิ 979 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 134% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ GGC ในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ผลกระทบจาก Stock Loss & NRV จำนวน 441 ล้านบาท** ซึ่งหักล้างผลกำไรจากการดำเนินงานปกติ แม้ว่ารายได้จากการขายรวมจะเติบโต 16% YoY เป็น 5,761 ล้านบาท และ Adjusted EBITDA จะเพิ่มขึ้นถึง 127% YoY เป็น 741 ล้านบาท แต่รายการ Stock Loss & NRV นี้ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงถึง 71% YoY เหลือเพียง 70 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การรับรู้ Stock Loss & NRV เกิดขึ้นจากความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มธุรกิจเมทิลเอสเทอร์ (B100) ที่ราคาวัตถุดิบน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) และราคาผลิตภัณฑ์เมทิลเอสเทอร์มีการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในไตรมาส 3/2565 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยราคา CPO ลดลง 35% และราคาเมทิลเอสเทอร์ลดลง 31% ทำให้มูลค่าสินค้าคงคลังที่ซื้อมาในราคาที่สูงกว่าต้องถูกปรับลดมูลค่าลงตามราคาตลาด (NRV) นอกจากนี้ ในกลุ่มธุรกิจเมทิลเอสเทอร์ยังมีการรับรู้ Stock Loss & NRV จำนวน 241 ล้านบาท และในกลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์รับรู้ Stock Loss & NRV จำนวน 200 ล้านบาท ซึ่งรวมกันเป็นผลกระทบที่สำคัญต่อกำไรสุทธิ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลในเอกสาร ระบุว่าผลกระทบจาก Stock Loss & NRV เกิดจากความผันผวนของราคาน้ำมันปาล์มดิบและผลิตภัณฑ์ที่ผันผวนอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นปัจจัยที่มักเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวตามสภาวะตลาดโลก แม้ว่าแนวโน้มราคาวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ในปี 2566 คาดว่าจะปรับตัวลดลงตามแนวโน้มราคาวัตถุดิบ แต่การเกิด Stock Loss & NRV อีกครั้งจะขึ้นอยู่กับทิศทางราคาในอนาคต ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิไตรมาส 3/2565 ลดลง 71% YoY เหลือ 70 ล้านบาท** จากผลกระทบ Stock Loss & NRV จำนวน 441 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 16% YoY เป็น 5,761 ล้านบาท** โดยกลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์เติบโต 43% YoY และกลุ่มเมทิลเอสเทอร์เติบโต 2% YoY
* **Adjusted EBITDA เพิ่มขึ้น 127% YoY เป็น 741 ล้านบาท** สะท้อนการดำเนินงานที่แข็งแกร่งก่อนหักรายการพิเศษ
* **9 เดือนแรกปี 2565 กำไรสุทธิโต 134% YoY เป็น 979 ล้านบาท** จากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 39% YoY
* **กลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์มีผลประกอบการโดดเด่น** รายได้เพิ่ม 43% YoY และ Adjusted EBITDA เพิ่ม 248% YoY จากราคาขายที่สูงขึ้นและอุปทานตึงตัว
* **กลุ่มเมทิลเอสเทอร์เผชิญแรงกดดัน** แม้รายได้เพิ่มเล็กน้อย แต่ Adjusted EBITDA ลดลง 88% YoY จาก Stock Loss & NRV และอุปสงค์ในประเทศลดลงจากนโยบาย B5
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 GGC มีรายได้จากการขายรวม 5,761 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากกลุ่มธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์ที่เติบโตถึง 43% YoY จากราคาผลิตภัณฑ์เฉลี่ยที่สูงขึ้น 14% และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 8% ประกอบกับสถานการณ์อุปสงค์ที่ฟื้นตัวและอุปทานที่ตึงตัว ในขณะที่กลุ่มธุรกิจเมทิลเอสเทอร์มีรายได้เพิ่มขึ้น 2% YoY แม้ปริมาณขายจะลดลง 2% แต่ได้แรงหนุนจากราคาขายที่ปรับสูงขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม EBITDA รวมลดลง 35% YoY อยู่ที่ 300 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบ Stock Loss & NRV จำนวน 441 ล้านบาท ทำให้ Adjusted EBITDA เพิ่มขึ้น 127% YoY เป็น 741 ล้านบาท แต่เมื่อหักรายการพิเศษนี้แล้ว กำไรสุทธิกลับลดลง 71% YoY เหลือ 70 ล้านบาท
สำหรับผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 20,579 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% YoY และมีกำไรสุทธิ 979 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 134% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากทั้งสองกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด
## โอกาส
* **นโยบายภาครัฐหนุนความต้องการเมทิลเอสเทอร์ในปี 2566:** การปรับเพิ่มสัดส่วนผสมไบโอดีเซลเป็น B7 และคาดว่าจะมีการใช้ B10, B20 ในปี 2566 จะช่วยเพิ่มอุปสงค์เมทิลเอสเทอร์อย่างมีนัยสำคัญ
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์แฟตตี้แอลกอฮอล์:** การคลี่คลายของสถานการณ์ COVID-19 และการเปิดประเทศในหลายภูมิภาค หนุนความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์แฟตตี้แอลกอฮอล์ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
* **อุปทานแฟตตี้แอลกอฮอล์ตึงตัวต่อเนื่อง:** ปัญหาการผลิตของผู้ผลิตรายใหญ่และการบังคับใช้มาตรการ DMO ในอินโดนีเซีย ทำให้แนวโน้มอุปทานยังคงตึงตัว ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อราคาขาย
* **การกลับมาของอุปสงค์กลีเซอรีน:** ความต้องการใช้กลีเซอรีนในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและสุขอนามัยยังคงดีต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์:** ราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) และน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ (CPKO) ยังคงมีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ Stock Loss & NRV และอัตรากำไร
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย:** ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก, อัตราเงินเฟ้อที่สูง และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า อาจกดดันกำลังซื้อและส่งผลต่ออุปสงค์ในตลาดแฟตตี้แอลกอฮอล์และกลีเซอรีน
* **สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์:** ความขัดแย้งระหว่างประเทศจีน-ไต้หวัน และสงครามรัสเซีย-ยูเครน อาจสร้างความไม่แน่นอนและส่งผลกระทบต่อการค้าและการลงทุน
* **นโยบายรัฐบาลอินโดนีเซีย:** การบังคับใช้มาตรการ DMO สำหรับผลิตภัณฑ์โอเลโอเคมีในอดีตส่งผลกระทบต่ออุปทานแฟตตี้แอลกอฮอล์ หากมีการนำกลับมาใช้อีกครั้ง อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออก
* **การแข่งขันในตลาด:** อุปทานกลีเซอรีนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในปี 2566 ประกอบกับการแข่งขันที่สูง อาจกดดันราคาขาย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) และน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ (CPKO):** เพื่อประเมินผลกระทบต่อ Stock Loss & NRV และอัตรากำไร
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายไบโอดีเซลของไทย:** การปรับเพิ่มสัดส่วนผสมไบโอดีเซลเป็น B7, B10, B20 จะส่งผลโดยตรงต่อปริมาณการใช้เมทิลเอสเทอร์
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดจีน:** โดยเฉพาะในกลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์และกลีเซอรีน ซึ่งเป็นตลาดหลัก
* **ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย:** ต่อกำลังซื้อและปริมาณการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ของบริษัท
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**กลุ่มธุรกิจเมทิลเอสเทอร์ (B100):** ในไตรมาส 3/2565 ราคาขายเมทิลเอสเทอร์ทรงตัว YoY แต่ปริมาณขายลดลง 2% YoY เนื่องจากนโยบายรัฐลดสัดส่วนผสมไบโอดีเซลเหลือ B5 ส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นเพียง 2% YoY อย่างไรก็ตาม การรับรู้ Stock Loss & NRV จำนวน 241 ล้านบาท ทำให้ EBITDA ติดลบ 227 ล้านบาท และ Adjusted EBITDA เหลือเพียง 14 ล้านบาท อัตรากำลังการผลิตลดลงมาอยู่ที่ 56% จาก 62% ในปีก่อนหน้า สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2565 รายได้เพิ่มขึ้น 23% YoY แต่ Adjusted EBITDA เพิ่มขึ้น 41% YoY เป็น 601 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากราคาขายที่สูงขึ้นและรายได้จากกลีเซอรีนที่เพิ่มขึ้น
**กลุ่มธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์:** เป็นดาวเด่นของไตรมาสนี้ โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 43% YoY เป็น 2,326 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 14% และปริมาณขายเพิ่มขึ้น 8% YoY สอดคล้องกับอุปสงค์ที่ฟื้นตัวและอุปทานตึงตัว แม้จะมีการรับรู้ Stock Loss & NRV 200 ล้านบาท แต่ EBITDA ยังคงเติบโต 80% YoY เป็น 527 ล้านบาท และ Adjusted EBITDA พุ่งสูงขึ้น 248% YoY เป็น 727 ล้านบาท คิดเป็น Adjusted EBITDA Margin ที่ 31.3% สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2565 รายได้เติบโต 85% YoY และ Adjusted EBITDA เติบโต 329% YoY เป็น 1,402 ล้านบาท
**การใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate):** กลุ่มเมทิลเอสเทอร์อยู่ที่ 56% (YoY ลดลง 6%) และกลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์อยู่ที่ 101% (YoY ลดลง 11%) ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์มีการผลิตเต็มกำลังและอาจมีข้อจำกัดด้านอุปทาน
**ราคาวัตถุดิบ:** ราคา CPO ลดลง 2% YoY และราคา CPKO ลดลง 5% YoY ในไตรมาส 3/2565 ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและมูลค่าสินค้าคงคลัง
**อัตราแลกเปลี่ยน:** เอกสารไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการโดยตรง แต่มีรายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 17 ล้านบาทในไตรมาส 3/2565
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 13,359 ล้านบาท ลดลง 158 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 286 ล้านบาท จากการลดลงของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ แม้เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นจะเพิ่มขึ้น 909 ล้านบาท สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 128 ล้านบาท โดยมีเงินฝากที่มีข้อจำกัดในการใช้เพิ่มขึ้น 503 ล้านบาท จากคำสั่งบังคับคดี
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,024 ล้านบาท ลดลง 523 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 โดยหลักจากเจ้าหนี้การค้าที่ลดลง 738 ล้านบาท แม้เงินกู้ยืมระยะยาวจะเพิ่มขึ้น 199 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 10,335 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 365 ล้านบาท จากกำไรสะสม 9 เดือนแรก 979 ล้านบาท หักลบด้วยการจ่ายเงินปันผล 614 ล้านบาท
งบกระแสเงินสด 9 เดือนแรกปี 2565 แสดงให้เห็นกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 1,515 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ขณะที่กิจกรรมลงทุนใช้ไป 563 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงินใช้ไป 524 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ 439 ล้านบาท สิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 มีเงินสดรวม 1,950 ล้านบาท (ไม่รวมเงินลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียน) อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.3 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง
## สรุปท้าย
GGC เผชิญกับผลกระทบจาก Stock Loss & NRV ในไตรมาส 3/2565 ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตและกลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์จะทำผลงานได้โดดเด่น อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานหลักยังคงแข็งแกร่ง สะท้อนจาก Adjusted EBITDA ที่เติบโตสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การคาดการณ์แนวโน้มอุปสงค์เมทิลเอสเทอร์ที่สดใสขึ้นในปี 2566 จากนโยบายภาครัฐ และการฟื้นตัวของอุปสงค์แฟตตี้แอลกอฮอล์ เป็นปัจจัยบวกที่ต้องจับตา ขณะที่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาโภคภัณฑ์และภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นประเด็นที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GGC ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
4,700.73
ล้านบาท
↓ 53% YoY
กำไรขั้นต้น
173.96
ล้านบาท
↓ 70.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
3.70
%
กำไรสุทธิ
75.47
ล้านบาท
↓ 21.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.61
%
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,701
↓ -53%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
174
↓ -70.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
75
↓ -21.4%
YoY
D/E Ratio
0.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GGC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
-7.50
ROA (%)
-6.96
Book Value/หุ้น
8.61
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GGC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+356
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-334
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GGC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
356.32
-242.95%
|
-249.26
-65.08%
|
-713.79
-307.56%
|
343.90
-123.02%
|
-1,493.66
-481.34%
|
391.69
-23.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-333.77
-158.85%
|
567.15
-144.22%
|
-1,282.43
+97.92%
|
-647.95
+883.68%
|
-65.87
-56.74%
|
-152.27
+6.12%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
46.16
-110.80%
|
-427.47
-161.41%
|
696.05
+299.52%
|
174.22
-55.63%
|
392.67
-148.67%
|
-806.79
+43.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
64.23
-165.45%
|
-98.13
-92.69%
|
-1,341.66
+764.69%
|
-155.16
-87.08%
|
-1,200.60
+111.25%
|
-568.33
-259.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,056.67
-2.77%
|
1,086.73
-21.46%
|
1,383.60
-8.43%
|
1,511.05
-13.28%
|
1,742.49
-24.59%
|
2,310.82
-3.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,429.33
+35.27%
|
1,056.67
-2.77%
|
1,086.73
-21.46%
|
1,383.60
-8.43%
|
1,511.05
-13.28%
|
1,742.49
-24.59%
|