บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
4.24
+0.04 (+0.95%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=17082 out_tok=2838 at=2026-07-25T05:41:50 -->
# GGC Q2/66 กำไรสุทธิหด 92% รายได้วูบตามราคาวัตถุดิบ-อุปสงค์ซบเซา
## รายได้-กำไรกลุ่มเมทิลเอสเทอร์-แฟตตี้แอลกอฮอล์ปรับตัวลงแรง รับผลกระทบราคาวัตถุดิบดิ่ง-อุปสงค์ชะลอตัว
บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขายรวม 744 ล้านบาท ลดลง 37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิ 47 ล้านบาท ลดลง 92% โดยได้รับผลกระทบหลักจากราคาผลิตภัณฑ์ทั้งกลุ่มเมทิลเอสเทอร์และแฟตตี้แอลกอฮอล์ที่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับราคาวัตถุดิบที่ลดลง และอุปสงค์ในตลาดที่ชะลอตัวลงจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ GGC ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การปรับตัวลดลงอย่างมากของราคาผลิตภัณฑ์ทั้งกลุ่มเมทิลเอสเทอร์และกลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) แม้ว่าปริมาณการขายในบางกลุ่มจะปรับตัวดีขึ้น แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากราคาที่ลดลงได้
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **กลุ่มเมทิลเอสเทอร์:** ราคาเมทิลเอสเทอร์ปรับลดลง 39% YoY มาอยู่ที่ 40.07 บาท/กก. ตามราคาน้ำมันปาล์มดิบที่ลดลง 41% YoY เนื่องจากปริมาณน้ำมันปาล์มดิบคงคลังในประเทศเพิ่มขึ้น ประกอบกับการปรับสูตรคำนวณราคาเมทิลเอสเทอร์รูปแบบใหม่ ทำให้ราคาผลิตภัณฑ์ต่ำลง แม้ปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้น 31% YoY จากการฟื้นตัวของการเดินทางและการท่องเที่ยว รวมถึงการคงอัตราการผสมไบโอดีเซลที่ 7% แต่รายได้รวมของกลุ่มนี้ลดลง 26% YoY และ GPM ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **กลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์:** ราคาผลิตภัณฑ์แฟตตี้แอลกอฮอล์เฉลี่ยปรับลดลง 40% YoY ตามราคาน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบที่ลดลง 57% YoY เนื่องจากอุปสงค์ภายในประเทศและปริมาณการส่งออกของมาเลเซียลดลง ประกอบกับการที่ผู้ผลิตหันไปใช้น้ำมันมะพร้าวทดแทนเนื่องจากส่วนต่างราคาที่แคบลง นอกจากนี้ ปริมาณการขายยังลดลง 12% YoY จากเศรษฐกิจจีนที่ยังไม่ฟื้นตัว และมาตรการภาษีนำเข้าของอินเดียที่ส่งผลให้กำลังซื้ออ่อนแอลง ส่งผลให้รายได้กลุ่มนี้ลดลง 56% YoY และ GPM หดตัวลง
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น แต่ต้องติดตามปัจจัยมหภาค** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าแนวโน้มราคาผลิตภัณฑ์ทั้งสองกลุ่มในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 มีแนวโน้มทรงตัวตามราคาวัตถุดิบที่คาดว่าจะทรงตัวเช่นกัน สำหรับกลุ่มเมทิลเอสเทอร์ ความต้องการคาดว่าจะทรงตัว แต่สำหรับกลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์ คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากแรงหนุนการกลับมาสต็อกสินค้าของผู้ซื้อ และการเตรียมการผลิตสำหรับเทศกาลปลายปี อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย ความไม่แน่นอนของสงครามรัสเซีย-ยูเครน และความผันผวนของค่าเงิน ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/66 หดตัว 92% YoY:** อยู่ที่ 47 ล้านบาท จาก 578 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **รายได้จากการขาย Q2/66 ลดลง 37% YoY:** อยู่ที่ 744 ล้านบาท จาก 1,181 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **กลุ่มเมทิลเอสเทอร์:** รายได้ลดลง 26% YoY แม้ปริมาณขายเพิ่ม 31% YoY เนื่องจากราคาขายลดลง 39% YoY
* **กลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์:** รายได้ลดลง 56% YoY และปริมาณขายลดลง 12% YoY เนื่องจากราคาผลิตภัณฑ์ลดลง 40% YoY และอุปสงค์ชะลอตัว
* **ราคาวัตถุดิบหลักปรับลดลง:** ราคาน้ำมันปาล์มดิบลดลง 41% YoY และราคาน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบลดลง 57% YoY
* **แนวโน้มครึ่งปีหลัง:** คาดการณ์ราคาผลิตภัณฑ์ทรงตัวตามวัตถุดิบ โดยกลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์คาดความต้องการดีขึ้นเล็กน้อย
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 744 ล้านบาท ลดลง 37% เมื่อเทียบกับ 1,181 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2565 และมีกำไรสุทธิ 47 ล้านบาท ลดลง 92% เมื่อเทียบกับ 578 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2565 สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 1,396 ล้านบาท ลดลง 44% เมื่อเทียบกับ 2,496 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 52 ล้านบาท ลดลง 95% เมื่อเทียบกับ 1,050 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการเดินทางและการท่องเที่ยว:** ส่งผลดีต่อความต้องการใช้เมทิลเอสเทอร์ในภาคขนส่ง
* **การคงอัตราการผสมไบโอดีเซล:** นโยบายภาครัฐที่คงอัตราการผสมไบโอดีเซลไว้ที่ 7% ช่วยสนับสนุนปริมาณการใช้เมทิลเอสเทอร์
* **ฤดูกาลท่องเที่ยวและเทศกาลปลายปี:** คาดว่าจะหนุนความต้องการใช้แฟตตี้แอลกอฮอล์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสุขอนามัยส่วนบุคคลในช่วงครึ่งหลังของปี
* **การกลับมาสต็อกสินค้าของผู้ซื้อ:** คาดว่าผู้ซื้อจะกลับมาจัดซื้อสินค้าเพื่อเพิ่มปริมาณสินค้าคงคลังในช่วงครึ่งหลังของปี
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบยังคงมีความผันผวนตามปัจจัยอุปทานและอุปสงค์
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย:** ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ
* **ความไม่แน่นอนของสงครามรัสเซีย-ยูเครน:** ยังคงส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในตลาดโลก
* **มาตรการทางการค้าของประเทศคู่ค้า:** เช่น ภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้นของอินเดีย อาจส่งผลต่อการส่งออก
* **การแข่งขันในตลาด:** การขยายกำลังการผลิตของผู้ผลิตรายเดิมและการเข้ามาของผู้ผลิตรายใหม่ อาจกดดันราคาผลิตภัณฑ์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะราคาน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ
* **สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและจีน:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนและผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย
* **นโยบายภาครัฐ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายการผสมไบโอดีเซล หรือมาตรการสนับสนุนอื่นๆ
* **มาตรการทางการค้าของประเทศอินเดีย:** ผลกระทบต่อการส่งออกแฟตตี้แอลกอฮอล์
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่กล่าวถึงการคาดการณ์ว่าอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) ของอุตสาหกรรมเมทิลเอสเทอร์เฉลี่ยจะทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 50% ในครึ่งหลังของปี 2566
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของทั้งสองกลุ่มธุรกิจปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2/66 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยกลุ่มเมทิลเอสเทอร์ GPM อยู่ที่ 5.9% ลดลงจาก 10.7% ใน Q2/65 และกลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์ GPM อยู่ที่ 8.9% ลดลงจาก 15.1% ใน Q2/65
* **การส่งออก:** การส่งออกเป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์ที่ได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ในตลาดจีนที่ชะลอตัว และมาตรการภาษีของอินเดีย
* **ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึงปัจจัยอ่อนไหวจากค่าเงินที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นในฝั่งเอเชีย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออก
* **สินค้าคงคลัง:** ปริมาณน้ำมันปาล์มดิบคงคลังในประเทศเพิ่มขึ้น ส่งผลกดดันราคาเมทิลเอสเทอร์ และปริมาณสต็อกน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบในมาเลเซียเพิ่มขึ้น ส่งผลกดดันราคาแฟตตี้แอลกอฮอล์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 13,056 ล้านบาท ลดลง 577 ล้านบาทจากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นลดลง และลูกหนี้การค้าลดลงตามราคาวัตถุดิบที่ลดลง หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,938 ล้านบาท ลดลง 368 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากเจ้าหนี้การค้าลดลงตามราคาวัตถุดิบ และภาษีเงินได้นิติบุคคลค้างจ่ายลดลง ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 10,118 ล้านบาท ลดลง 209 ล้านบาท จากผลกำไรสุทธิ 47 ล้านบาท และการจ่ายเงินปันผล 256 ล้านบาท
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 1,097 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 384 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยจากการบริหารจัดการลูกหนี้ เจ้าหนี้ และสินค้าคงคลังที่ดีขึ้น
## สรุปท้าย
GGC เผชิญกับผลประกอบการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2 ปี 2566 โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาผลิตภัณฑ์ทั้งกลุ่มเมทิลเอสเทอร์และแฟตตี้แอลกอฮอล์ที่ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงตามราคาวัตถุดิบที่อ่อนตัวลง และอุปสงค์ที่ชะลอตัวจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค แม้ว่าปริมาณการขายในบางส่วนจะฟื้นตัว แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากราคาที่ลดลงได้ ทำให้ GPM และกำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมาก ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าแนวโน้มราคาผลิตภัณฑ์จะทรงตัวในช่วงครึ่งหลังของปี โดยมีความหวังจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในกลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์ แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกและความผันผวนของราคาวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GGC ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
4,700.73
ล้านบาท
↓ 53% YoY
กำไรขั้นต้น
173.96
ล้านบาท
↓ 70.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
3.70
%
กำไรสุทธิ
75.47
ล้านบาท
↓ 21.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.61
%
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,701
↓ -53%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
174
↓ -70.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
75
↓ -21.4%
YoY
D/E Ratio
0.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GGC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
-7.50
ROA (%)
-6.96
Book Value/หุ้น
8.61
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GGC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+356
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-334
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GGC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
356.32
-242.95%
|
-249.26
-65.08%
|
-713.79
-307.56%
|
343.90
-123.02%
|
-1,493.66
-481.34%
|
391.69
-23.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-333.77
-158.85%
|
567.15
-144.22%
|
-1,282.43
+97.92%
|
-647.95
+883.68%
|
-65.87
-56.74%
|
-152.27
+6.12%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
46.16
-110.80%
|
-427.47
-161.41%
|
696.05
+299.52%
|
174.22
-55.63%
|
392.67
-148.67%
|
-806.79
+43.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
64.23
-165.45%
|
-98.13
-92.69%
|
-1,341.66
+764.69%
|
-155.16
-87.08%
|
-1,200.60
+111.25%
|
-568.33
-259.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,056.67
-2.77%
|
1,086.73
-21.46%
|
1,383.60
-8.43%
|
1,511.05
-13.28%
|
1,742.49
-24.59%
|
2,310.82
-3.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,429.33
+35.27%
|
1,056.67
-2.77%
|
1,086.73
-21.46%
|
1,383.60
-8.43%
|
1,511.05
-13.28%
|
1,742.49
-24.59%
|