บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
4.24
+0.04 (+0.95%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=19598 out_tok=3945 at=2026-07-25T17:28:54 -->
# GGC กำไรสุทธิ Q3/64 พุ่ง 146% รับอานิสงส์ราคาผลิตภัณฑ์พุ่งแรง
## รายได้-กำไรโตเด่นจากกลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์ ขณะเมทิลเอสเทอร์เผชิญแรงกดดันปริมาณขาย
บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้จากการขายรวม 4,986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 244 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 146% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวขึ้นของราคาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์เป็นหลัก แม้ว่ากลุ่มเมทิลเอสเทอร์จะเผชิญกับความท้าทายด้านปริมาณการขายก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ GGC ในไตรมาส 3/2564 คือ **การปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์** ซึ่งส่งผลให้รายได้และกำไรของกลุ่มนี้เติบโตอย่างโดดเด่น แม้ว่ากลุ่มเมทิลเอสเทอร์จะเผชิญกับแรงกดดันจากปริมาณการขายที่ลดลง แต่ผลประกอบการโดยรวมของบริษัทยังคงเติบโตได้ดี โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 146% YoY เป็น 244 ล้านบาท และรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 30% YoY เป็น 4,986 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**กลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์:** การเพิ่มขึ้นของราคาผลิตภัณฑ์แฟตตี้แอลกอฮอล์เฉลี่ยถึง 50% YoY เป็นผลมาจากราคาวัตถุดิบหลัก คือ น้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ (CPKO) ที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 75% YoY สาเหตุหลักมาจากสต็อกน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบในตลาดต่างประเทศที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (ลดลง 33% YoY) เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากสถานการณ์ COVID-19 ทำให้ผู้ซื้อหลักเกิดความกังวลเรื่องอุปทานและเร่งกักตุนสินค้า ประกอบกับอุปทานในตลาดโดยรวมมีแนวโน้มลดลงจากผู้ผลิตบางรายหยุดดำเนินการ ทำให้ราคาผลิตภัณฑ์แฟตตี้แอลกอฮอล์ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก แม้ว่าจะมีปัญหาด้านการขนส่งระหว่างประเทศและสถานการณ์ COVID-19 แต่ความต้องการโดยรวมยังคงปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากสัญญาณเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวและการกักตุนสินค้าก่อนช่วงวันหยุดยาวในจีน ส่งผลให้รายได้ของกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นถึง 71% YoY และ Adjusted EBITDA เพิ่มขึ้น 143% YoY
**กลุ่มเมทิลเอสเทอร์:** แม้ว่าราคาขายเมทิลเอสเทอร์จะปรับตัวสูงขึ้น 56% YoY ตามราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ที่เพิ่มขึ้น 73% YoY จากสต็อกที่ลดลง แต่ปริมาณการขายกลับลดลงถึง 29% YoY ปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์ COVID-19 ระลอก 4 ที่รุนแรง ทำให้ภาครัฐขยายเวลา พ.ร.ก. ฉุกเฉินและจำกัดการเดินทาง ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันดีเซลลดลง ประกอบกับนโยบายผลักดัน B10 ยังไม่ได้รับการตอบรับมากนัก และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากผู้ผลิตรายใหม่ ทำให้รายได้ของกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นเพียง 16% YoY แต่ Adjusted EBITDA กลับลดลงถึง 48% YoY
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในกลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์ แต่มีความไม่แน่นอนในกลุ่มเมทิลเอสเทอร์**
สำหรับกลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์ ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าราคาวัตถุดิบ CPKO ในปี 2565 มีแนวโน้มต่ำกว่าปี 2564 เนื่องจากคาดว่าผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากขึ้นจากการคลี่คลายปัญหาแรงงานในมาเลเซีย อย่างไรก็ตาม ความต้องการแฟตตี้แอลกอฮอล์คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นจากสถานการณ์ COVID-19 ที่คลี่คลาย การฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก และการตระหนักถึงสุขอนามัยที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่อุปทานโดยรวมมีแนวโน้มลดลงจากการที่ผู้ผลิตรายใหญ่ในซาอุดีอาระเบียเปลี่ยนสายการผลิต ทำให้ราคาเฉลี่ยโดยรวมของแฟตตี้แอลกอฮอล์ในปี 2565 คาดว่าจะแข็งค่าขึ้นจากปีก่อนหน้า
ส่วนกลุ่มเมทิลเอสเทอร์ คาดว่าความต้องการจะปรับตัวดีขึ้นในปี 2565 จากการผลักดันให้ใช้ B10 มากขึ้น และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจากการขยายกำลังผลิตของผู้ผลิตรายเดิมและผู้ผลิตรายใหม่ ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาเมทิลเอสเทอร์มีแนวโน้มปรับตัวลดลงในปี 2565
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/64 พุ่ง 146% YoY:** GGC รายงานกำไรสุทธิ 244 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 99 ล้านบาทใน Q3/63
* **รายได้จากการขายโต 30% YoY:** อยู่ที่ 4,986 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของราคาผลิตภัณฑ์ในทุกกลุ่ม
* **กลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์เด่น:** รายได้เพิ่ม 71% YoY จากราคาผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้น 50% YoY และปริมาณขายเพิ่ม 8% YoY
* **กลุ่มเมทิลเอสเทอร์เผชิญแรงกดดัน:** ปริมาณขายลดลง 29% YoY จากผลกระทบ COVID-19 และการแข่งขัน แม้ราคาขายเพิ่ม 56% YoY
* **สต็อกสินค้ามีผลต่อกำไร:** รับรู้ Stock Gain & NRV จำนวน 132 ล้านบาทใน Q3/64 เทียบกับ Stock Loss & NRV -68 ล้านบาทใน Q3/63
* **แนวโน้มปี 2565:** คาดการณ์ราคาปาล์มดิบจะลดลง แต่ความต้องการเมทิลเอสเทอร์และแฟตตี้แอลกอฮอล์จะดีขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 GGC มีรายได้จากการขายรวม 4,986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2563 ที่ 3,849 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาขายผลิตภัณฑ์ในทั้งสองกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มแฟตตี้แอลกอฮอล์ที่ราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 50% YoY ขณะที่ปริมาณการขายโดยรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 4% YoY เป็น 100,872 ตัน (เมทิลเอสเทอร์ 75,228 ตัน, แฟตตี้แอลกอฮอล์ 25,644 ตัน)
EBITDA รวมเพิ่มขึ้น 89% YoY เป็น 459 ล้านบาท โดยมี Stock Gain & NRV จำนวน 132 ล้านบาท ส่งผลให้ Adjusted EBITDA เพิ่มขึ้น 5% YoY เป็น 327 ล้านบาท
กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 244 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 146% YoY จาก 99 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิต่อรายได้จากการขายอยู่ที่ 4.9% เพิ่มขึ้นจาก 2.6% ในปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 14,762 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% YoY และมีกำไรสุทธิ 418 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 6 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** คาดการณ์ว่าสถานการณ์ COVID-19 จะคลี่คลายในปี 2565 จากการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกฟื้นตัว กระตุ้นความต้องการใช้พลังงานและผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์
* **นโยบายสนับสนุนไบโอดีเซล:** การผลักดันให้ใช้ B10 เป็นน้ำมันดีเซลเกรดหลักของประเทศ และการกลับมาจำหน่ายดีเซล 3 ชนิด (B10, B7, B20) จะช่วยกระตุ้นความต้องการใช้เมทิลเอสเทอร์
* **ความต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย:** การตระหนักถึงความสะอาดและสุขอนามัยที่เพิ่มขึ้น หนุนความต้องการใช้แฟตตี้แอลกอฮอล์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
* **การปลูกปาล์มทดแทน:** คาดว่าผลผลิตปาล์มในปี 2565 จะมากกว่าปี 2564 จากการปลูกทดแทนและฝนที่กระจายตัวดีขึ้น อาจส่งผลให้ราคาปาล์มดิบปรับลดลง
* **การลงทุนใน Refined Glycerin:** การลงทุนในโรงงานผลิต Refined Glycerin แห่งที่ 2 จะช่วยเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์พลอย
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาปาล์มดิบและน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบมีความผันผวนสูง ขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านฤดูกาล สภาพอากาศ และอุปสงค์-อุปทานในตลาดโลก
* **การแข่งขันในตลาดเมทิลเอสเทอร์:** การขยายกำลังผลิตของผู้ผลิตรายเดิมและผู้ผลิตรายใหม่ อาจส่งผลให้ราคาเมทิลเอสเทอร์ปรับตัวลดลง
* **สถานการณ์ COVID-19:** การแพร่ระบาดระลอกใหม่ หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทาง การขนส่ง และความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์
* **นโยบายภาครัฐ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายเกี่ยวกับสัดส่วนผสมไบโอดีเซล หรือมาตรการสนับสนุนการส่งออก อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ
* **ปัญหาการขนส่งระหว่างประเทศ:** ปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนและค่าระวางเรือที่สูงขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยกดดันการส่งออก
* **การควบคุมมลภาวะและพลังงานในจีน:** นโยบาย Dual Control Policy ของรัฐบาลจีน อาจส่งผลกระทบต่ออุปทานการผลิตแฟตตี้แอลกอฮอล์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางราคาปาล์มดิบ (CPO) และน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ (CPKO):** ปัจจัยสำคัญต่อต้นทุนและราคาขายของทั้งสองกลุ่มธุรกิจ
* **ปริมาณการขายเมทิลเอสเทอร์:** การตอบรับนโยบาย B10 และการแข่งขันในตลาด
* **การฟื้นตัวของอุปทานแฟตตี้แอลกอฮอล์:** ผลกระทบจากการกลับมาผลิตของผู้ผลิตที่เคยหยุดดำเนินการ
* **นโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับพลังงานชีวภาพ:** การปรับสัดส่วนผสมไบโอดีเซล หรือมาตรการสนับสนุนอื่นๆ
* **การบริหารจัดการสต็อกสินค้า:** ผลกระทบจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์
* **การลงทุนในโรงงาน Refined Glycerin:** ความคืบหน้าและผลตอบรับจากการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**กลุ่มธุรกิจเมทิลเอสเทอร์ (B100):**
* **อัตรากำลังการผลิต:** ลดลงจาก 80% ใน Q3/63 เป็น 62% ใน Q3/64 และ 9M/64 อยู่ที่ 64% จาก 80% ใน 9M/63 สะท้อนถึงปริมาณการขายที่ลดลง
* **ปริมาณการขาย:** ลดลง 29% YoY ใน Q3/64 และลดลง 21% YoY ใน 9M/64 เป็นผลจากสถานการณ์ COVID-19 และการแข่งขัน
* **ราคาขาย:** เพิ่มขึ้น 56% YoY ใน Q3/64 และ 32% YoY ใน 9M/64 ตามราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ที่สูงขึ้น 73% YoY ใน Q3/64 และ 40% YoY ใน 9M/64
* **รายได้จากการขาย:** เพิ่มขึ้น 16% YoY ใน Q3/64 และ 6% YoY ใน 9M/64 แม้ปริมาณขายลดลง แต่ได้แรงหนุนจากราคาขายที่สูงขึ้น
* **Adjusted EBITDA:** ลดลง 48% YoY ใน Q3/64 และ 42% YoY ใน 9M/64 สะท้อนถึงแรงกดดันจากปริมาณขายที่ลดลงและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
**กลุ่มธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์:**
* **อัตรากำลังการผลิต:** เพิ่มขึ้นจาก 96% ใน Q3/63 เป็น 112% ใน Q3/64 และ 9M/64 อยู่ที่ 84% จาก 96% ใน 9M/63 (มีการ Shut down เพื่อเปลี่ยน Catalyst ใน Q3/63 และปัญหาการผลิตใน Q1/64)
* **ปริมาณการขาย:** เพิ่มขึ้น 8% YoY ใน Q3/64 แต่ลดลง 7% YoY ใน 9M/64
* **ราคาขาย:** ผลิตภัณฑ์แฟตตี้แอลกอฮอล์เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 50% YoY ใน Q3/64 และ 49% YoY ใน 9M/64 ตามราคาวัตถุดิบ CPKO ที่เพิ่มขึ้น 75% YoY ใน Q3/64 และ 70% YoY ใน 9M/64
* **รายได้จากการขาย:** เพิ่มขึ้น 71% YoY ใน Q3/64 และ 39% YoY ใน 9M/64 จากราคาขายที่สูงขึ้น
* **Adjusted EBITDA:** เพิ่มขึ้น 143% YoY ใน Q3/64 และ 304% YoY ใน 9M/64 จากการเพิ่มขึ้นของราคาขายและปริมาณขายที่ฟื้นตัว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 13,014 ล้านบาท ลดลง 225 ล้านบาทจากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของสินค้าคงเหลือ และอาคารและอุปกรณ์ ขณะที่เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นเพิ่มขึ้น 161 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,961 ล้านบาท ลดลง 285 ล้านบาท จากสิ้นปี 2563 โดยหลักมาจากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 10,053 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60 ล้านบาท จากสิ้นปี 2563 เป็นผลจากกำไรสุทธิ 418 ล้านบาท หักด้วยเงินปันผลจ่าย 358 ล้านบาท
งบกระแสเงินสดสำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2564 กิจกรรมดำเนินงานมีเงินสดสุทธิ 1,208 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 357 ล้านบาทในปีก่อน กิจกรรมลงทุนมีเงินสดใช้ไป 131 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงินมีเงินสดใช้ไป 735 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ 362 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.3 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง
## สรุปท้าย
GGC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 146% YoY เป็น 244 ล้านบาท และรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 30% YoY เป็น 4,986 ล้านบาท หัวใจสำคัญคือการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากราคาวัตถุดิบและราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ากลุ่มเมทิลเอสเทอร์จะเผชิญความท้าทายด้านปริมาณการขายจากสถานการณ์ COVID-19 และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายที่ปรับตัวขึ้นช่วยชดเชยผลกระทบได้บางส่วน แนวโน้มปี 2565 คาดว่าความต้องการผลิตภัณฑ์ทั้งสองกลุ่มจะฟื้นตัว แต่การแข่งขันในตลาดเมทิลเอสเทอร์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการความผันผวนของราคาวัตถุดิบและนโยบายภาครัฐ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GGC ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
4,700.73
ล้านบาท
↓ 53% YoY
กำไรขั้นต้น
173.96
ล้านบาท
↓ 70.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
3.70
%
กำไรสุทธิ
75.47
ล้านบาท
↓ 21.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.61
%
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,701
↓ -53%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
174
↓ -70.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
75
↓ -21.4%
YoY
D/E Ratio
0.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GGC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
-7.50
ROA (%)
-6.96
Book Value/หุ้น
8.61
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GGC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+356
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-334
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GGC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
356.32
-242.95%
|
-249.26
-65.08%
|
-713.79
-307.56%
|
343.90
-123.02%
|
-1,493.66
-481.34%
|
391.69
-23.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-333.77
-158.85%
|
567.15
-144.22%
|
-1,282.43
+97.92%
|
-647.95
+883.68%
|
-65.87
-56.74%
|
-152.27
+6.12%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
46.16
-110.80%
|
-427.47
-161.41%
|
696.05
+299.52%
|
174.22
-55.63%
|
392.67
-148.67%
|
-806.79
+43.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
64.23
-165.45%
|
-98.13
-92.69%
|
-1,341.66
+764.69%
|
-155.16
-87.08%
|
-1,200.60
+111.25%
|
-568.33
-259.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,056.67
-2.77%
|
1,086.73
-21.46%
|
1,383.60
-8.43%
|
1,511.05
-13.28%
|
1,742.49
-24.59%
|
2,310.82
-3.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,429.33
+35.27%
|
1,056.67
-2.77%
|
1,086.73
-21.46%
|
1,383.60
-8.43%
|
1,511.05
-13.28%
|
1,742.49
-24.59%
|