บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
MAI ·
7.80
0.05 (0.64%)
สรุปสั้น
กำไรปรับตัวลดลงสาเหตุหลักเกิดจาก รายได้รวม รายได้รวมจากธุรกิจหลักปี 2564 เท่ากับ 2,679.35 ล้านบาท ลดลง 6.3% เปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และ ภัยธรรมชาติ ตลอดจนการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ส่งผลต่อกําลังซื้อของ ผู้ใช้บริการระดับกลางและล่างลดลง โดยเป็นการลดลงของเติมเงินโทรศัพท์ และ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในส่วนของ การให้บริการโอนเงินฝากเงิน และ ดอกเบี้ยรับจากธุรกิจปล่อยสินเชื่อ
ในขณะที่ กําไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 1.0% สาเหตุหลักมาจากควบคุมต้นทุน บริการที่ดี และมีบริการที่ได้รับความนิยม เช่น บริการฝาก-โอนเงิน และ บริการเติมเงินเข้า E-Wallet ยังมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นบริการที่มีอัตรา กําไรที่ดี รวมถึงบริษัทยังคงสามารถใช้งานตู้ที่ตัดค่าเสื่อมราคาครบอายุแล้ว ให้บริการลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12224 out_tok=3509 at=2026-07-25T15:05:38 -->
# FSMART กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 24.5% รับแรงกดดันเศรษฐกิจ-เงินเฟ้อ แต่ธุรกิจสินเชื่อ-เต่าบินโตเด่น
## รายได้รวมหดตัว 16.5% จากกำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นขยายบริการทางการเงินและธุรกิจเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติเป็นโอกาสเติบโต
บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ FSMART รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 2,238.64 ล้านบาท ลดลง 16.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคระดับกลางและล่าง รวมถึงสถานการณ์อุทกภัยที่รุนแรง อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถรักษายอดใช้บริการและฐานลูกค้าได้ต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีสัญญาณบวกจากธุรกิจสินเชื่อที่เติบโตสูง และการขยายตัวของธุรกิจเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ "เต่าบิน"
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2565 ของ FSMART ลดลง 24.5% มาจาก **รายได้รวมที่หดตัว 16.5%** โดยเฉพาะรายได้จากบริการเติมเงินโทรศัพท์และรับชำระบิลออนไลน์ที่ลดลง 27.8% และรายได้จากการให้บริการผ่านเครื่องรับชำระเงินอัตโนมัติ (Service Charge) ที่ลดลง 13.0% ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่อ่อนแอ แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 101.9% จากการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม (เต่าบิน) ที่เริ่มรับรู้ตั้งแต่กลางปี 2565 ก็ยังไม่สามารถชดเชยรายได้หลักที่ลดลงได้ทั้งหมด
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของรายได้หลักเกิดจากหลายปัจจัยประการแรกคือ **ภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น** ทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้นและกดดันกำลังซื้อของผู้บริโภคกลุ่มรายได้น้อยถึงปานกลาง ลูกค้าจึงมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ประการที่สองคือ **พฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป** โดยหันไปใช้แพ็คเกจอินเตอร์เน็ตมือถือและช่องทางอื่นมากขึ้น รวมถึงการผลักดันจากผู้ให้บริการให้ลูกค้าเปลี่ยนจากระบบเติมเงิน (Prepaid) เป็นรายเดือน (Postpaid) ส่งผลให้บริการเติมเงินมือถือลดลง นอกจากนี้ สถานการณ์อุทกภัยที่รุนแรงกว่าปกติในช่วงฤดูฝนก็ส่งผลกระทบต่อการทำรายการผ่านตู้บุญเติมเช่นกัน
ในส่วนของรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 101.9% มาจากการ **ขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ** โดยเฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคลในกลุ่มลูกค้าองค์กรที่เติบโตอย่างมากจากการให้ปล่อยสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งบริษัทมุ่งเน้นการให้สินเชื่อแก่กลุ่มลูกค้าที่มีความน่าเชื่อถือและอยู่เป็นหลักแหล่ง ทำให้การควบคุมคุณภาพสินเชื่อมีประสิทธิภาพ
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม (FVD - เต่าบิน) เริ่มรับรู้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565 หลังบริษัทเพิ่มสัดส่วนการลงทุน ทำให้มีรายได้ส่วนนี้เข้ามาเสริม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอก**
* **ธุรกิจบริการเติมเงินและรับชำระบิล:** มีแนวโน้มที่จะยังคงเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่อ่อนแอและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนเพิ่มบริการใหม่ๆ และเน้นทำเลคุณภาพเพื่อเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อตู้ (ARPU) รวมถึงแคมเปญ "บุญเติมรีวอร์ด" เพื่อรักษาฐานลูกค้า ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้
* **ธุรกิจสินเชื่อ:** มีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง โดยบริษัทตั้งเป้าให้สินเชื่อในปี 2566 จำนวน 1,000 ล้านบาท และมุ่งเน้นการให้สินเชื่อแก่กลุ่มลูกค้าที่มีความน่าเชื่อถือและอยู่เป็นหลักแหล่ง พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า
* **ธุรกิจเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (เต่าบิน):** มีโอกาสเติบโตสูง โดยบริษัทจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเต็มปีในปี 2566 และมีเป้าหมายขยายจุดบริการ 20,000 จุดทั่วประเทศภายใน 2 ปี ซึ่งจะสร้างฐานรายได้จากกลุ่มธุรกิจใหม่นี้อย่างต่อเนื่อง
* **ธุรกิจสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า (GINKA):** มีแผนขยายจุดติดตั้ง 5,000 จุดในปี 2566 ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว
โดยรวมแล้ว แม้ว่าปัจจัยกดดันจากเศรษฐกิจและกำลังซื้อจะยังคงมีอยู่ แต่การขยายบริการทางการเงิน, การเติบโตของธุรกิจเต่าบิน และการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 301.88 ล้านบาท ลดลง 24.5% YoY** จากรายได้รวมที่ลดลง 16.5% เป็น 2,238.64 ล้านบาท
* **ธุรกิจสินเชื่อเติบโตโดดเด่น** รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 101.9% จากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อส่วนบุคคล
* **ธุรกิจเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ "เต่าบิน" (FVD) มีการเติบโตสูง** จำนวนตู้เพิ่มขึ้น 805.1% และยอดขายรวมเพิ่มขึ้น 2920.0% โดยบริษัทเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรตั้งแต่กลางปี 2565
* **ต้นทุนการบริการลดลง 14.3%** สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง และการตัดค่าเสื่อมราคาตู้ที่ครบกำหนด
* **ค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารเพิ่มขึ้น 4.3%** ส่วนใหญ่มาจากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และค่าส่งเสริมการตลาด
* **เป้าหมายปี 2566** คาดการณ์ยอดใช้บริการผ่านระบบบุญเติมเพิ่มขึ้น 5-10% YoY, รับรู้ส่วนแบ่งกำไร "เต่าบิน" เต็มปี, เพิ่มตัวแทนธนาคาร 1 ราย, และตั้งเป้าให้สินเชื่อ 500-1,000 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ FSMART มีรายได้รวม 2,238.64 ล้านบาท ลดลง 16.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และสถานการณ์อุทกภัยที่รุนแรงกว่าปกติ
รายได้หลักที่ลดลง ได้แก่ รายได้ผลตอบแทนจากการให้บริการเติมเงินโทรศัพท์ระบบเติมเงินล่วงหน้าและรับชำระเงินออนไลน์อื่น ๆ (Commission) ลดลง 27.8% และรายได้จากการให้บริการผ่านเครื่องรับชำระเงินอัตโนมัติ (Service Charge) ลดลง 13.0% อย่างไรก็ตาม รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 101.9% จากการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ และรายได้ค่าโฆษณาเพิ่มขึ้น 51.8%
ต้นทุนการบริการลดลง 14.3% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารเพิ่มขึ้น 4.3% ส่วนใหญ่เกิดจากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการปล่อยสินเชื่อ และค่าส่งเสริมการตลาด
ส่งผลให้กำไรขั้นต้นปี 2565 อยู่ที่ 401.46 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 17.9% ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน กำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 301.88 ล้านบาท ลดลง 24.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การขยายบริการทางการเงินครบวงจร:** บริษัทมุ่งมั่นเป็น "ธนาคารชุมชน" โดยเพิ่มบริการฝาก-โอน-ถอนเงินสดผ่านตู้บุญเติม, e-KYC, และการเป็นตัวแทนธนาคารเพิ่มเติม รวมถึงการร่วมมือกับสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร เพื่อเพิ่มศักยภาพบริการทางการเงินให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
* **การเติบโตของธุรกิจสินเชื่อ:** ตั้งเป้าให้สินเชื่อในปี 2566 จำนวน 1,000 ล้านบาท โดยเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีความน่าเชื่อถือและอยู่เป็นหลักแหล่ง รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น Buy Now Pay Later (BNPL)
* **ธุรกิจเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ "เต่าบิน":** มีศักยภาพเติบโตสูง โดยบริษัทจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเต็มปีในปี 2566 และมีแผนขยายจุดบริการอย่างต่อเนื่อง
* **ธุรกิจสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า (GINKA):** มีแผนขยายจุดติดตั้ง 5,000 จุดในปี 2566 เพื่อตอบรับกระแสยานยนต์ไฟฟ้า
* **การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการตู้บุญเติม:** เน้นทำเลคุณภาพและเพิ่มบริการใหม่ๆ เพื่อเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อตู้ (ARPU)
* **แคมเปญ "บุญเติมรีวอร์ด":** เป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาฐานลูกค้าปัจจุบันและดึงดูดลูกค้าใหม่
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและอัตราเงินเฟ้อสูง:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันกำลังซื้อของผู้บริโภค และอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการทำรายการผ่านตู้บุญเติม
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การเปลี่ยนไปใช้บริการดิจิทัลและช่องทางอื่น อาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากบริการเติมเงินมือถือ
* **คุณภาพสินเชื่อ:** แม้บริษัทจะมีการบริหารจัดการอย่างเข้มข้น แต่การปล่อยสินเชื่อยังคงมีความเสี่ยงด้านหนี้สูญ โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน
* **การแข่งขันในธุรกิจเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ:** ตลาดเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้เล่นเดิมและผู้เล่นรายใหม่
* **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการทางการเงินและสินเชื่อ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การเติบโตของรายได้จากธุรกิจสินเชื่อ:** ติดตามการปล่อยสินเชื่อใหม่และการบริหารจัดการ NPL
* **ผลการดำเนินงานของ "เต่าบิน":** การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเต็มปี และการขยายจำนวนตู้
* **การขยายตัวของธุรกิจสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า (GINKA):** การติดตั้งจุดชาร์จตามเป้าหมาย และการสร้างรายได้
* **การเพิ่มบริการใหม่ๆ ผ่านตู้บุญเติม:** เพื่อเพิ่ม ARPU และรักษาฐานลูกค้า
* **การเพิ่มตัวแทนธนาคาร:** การบรรลุเป้าหมายการเพิ่มตัวแทนธนาคาร และการขยายบริการทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **ตู้บุญเติม:** จำนวนตู้ ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 129,918 ตู้ ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน มูลค่าการทำรายการผ่านตู้บุญเติมรวม 35,862 ล้านบาท ลดลง 5.6% YoY โดยมูลค่าเติมเงินและรับชำระบิลลดลง 0.1% ขณะที่มูลค่าโอนเงินลดลง 16.3% จำนวนรายการโอนเงินต่อเดือนเฉลี่ย 1.46 ล้านรายการ ลดลง 16.0% YoY
* **ตู้เต่าบิน:** จำนวนตู้ ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 4,942 ตู้ เพิ่มขึ้น 805.1% YoY มูลค่าขายเต่าบินรวม 1,510 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2920.0% YoY ยอดขายเฉลี่ยต่อตู้ต่อเดือนอยู่ที่ 44,574 บาท ลดลง 5.9% YoY
* **บริการตัวแทนธนาคาร:** ให้บริการกับ 8 ธนาคาร โดยมีจำนวนรายการฝาก-โอนเงินผ่านตู้บุญเติมเฉลี่ย 1.5 ล้านรายการต่อเดือน
* **ธุรกิจสินเชื่อ:** ยอดให้สินเชื่อคงค้าง 263 ล้านบาท รายได้ดอกเบี้ย 25.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88.6% YoY
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 สินทรัพย์รวมเท่ากับ 2,834.78 ล้านบาท ลดลง 3.5% จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่มาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และการใช้งานตู้ที่ครบกำหนดตัดค่าเสื่อมราคา
หนี้สินรวมเท่ากับ 1,706.83 ล้านบาท ลดลง 5.7% จากปีก่อน เนื่องจากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ธนาคาร
ส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 1,127.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.63 ล้านบาท โดยมีเงินปันผลจ่าย 301.25 ล้านบาท และผลกำไรปี 2565 จำนวน 301.88 ล้านบาท
อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current ratio) อยู่ที่ 0.84 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แสดงถึงสภาพคล่องทางการเงินที่แข็งแกร่ง
อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E ratio) อยู่ที่ 1.51 เท่า ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน จากการจ่ายคืนเงินกู้
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) อยู่ที่ 10.5% และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 26.8% ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน จากกำไรสุทธิที่ลดลง
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปี 2565 อยู่ที่ 663.96 ล้านบาท
## สรุปท้าย
FSMART ในปี 2565 เผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่อ่อนแอ ส่งผลให้รายได้หลักและกำไรสุทธิปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัว โดยการขยายธุรกิจสินเชื่อที่เติบโตโดดเด่น และการลงทุนในธุรกิจเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ "เต่าบิน" ซึ่งมีศักยภาพการเติบโตสูง รวมถึงการพัฒนาบริการทางการเงินครบวงจรเพื่อเป็น "ธนาคารชุมชน" ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้และผลกำไรในอนาคต แม้จะมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก แต่การบริหารจัดการต้นทุนที่ดีและการมุ่งเน้นบริการใหม่ๆ จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FSMART ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
657.81
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
379.74
ล้านบาท
↑ 536.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
57.73
%
กำไรสุทธิ
138.81
ล้านบาท
↑ 15.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
21.10
%
D/E Ratio
1.12
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
658
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
380
↑ + 536.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
139
↑ + 15.2%
YoY
D/E Ratio
1.12
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FSMART
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.12
ROE (%)
38.68
ROA (%)
21.65
Book Value/หุ้น
2.49
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FSMART
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+9
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+54
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FSMART
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
8.56
-102.23%
|
-383.62
-14.09%
|
-446.54
-427.14%
|
136.50
-86.70%
|
1,026.26
-2.82%
|
1,056.02
+9.09%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
53.86
+34.01%
|
40.19
-58.88%
|
97.73
-214.38%
|
-85.44
-44.96%
|
-155.23
+134.63%
|
-66.16
-72.66%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-68.63
-132.00%
|
214.48
-36.10%
|
335.65
-492.80%
|
-85.45
-90.94%
|
-943.52
+23.57%
|
-763.57
-5.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-232.92
+80.66%
|
-128.93
+878.22%
|
-13.18
-61.66%
|
-34.38
-52.57%
|
-72.48
-132.03%
|
226.28
-389.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
264.69
-2.43%
|
271.28
-3.73%
|
281.80
-22.59%
|
364.03
-16.60%
|
436.51
+107.63%
|
210.23
-27.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
392.11
+44.32%
|
271.69
-1.66%
|
276.28
-6.57%
|
295.71
-18.77%
|
364.03
-16.60%
|
436.51
+107.63%
|