บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
MAI ·
7.80
0.05 (0.64%)
สรุปสั้น
กำไรปรับตัวลดลงสาเหตุหลักเกิดจาก รายได้รวม รายได้รวมจากธุรกิจหลักปี 2564 เท่ากับ 2,679.35 ล้านบาท ลดลง 6.3% เปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และ ภัยธรรมชาติ ตลอดจนการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ส่งผลต่อกําลังซื้อของ ผู้ใช้บริการระดับกลางและล่างลดลง โดยเป็นการลดลงของเติมเงินโทรศัพท์ และ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในส่วนของ การให้บริการโอนเงินฝากเงิน และ ดอกเบี้ยรับจากธุรกิจปล่อยสินเชื่อ
ในขณะที่ กําไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 1.0% สาเหตุหลักมาจากควบคุมต้นทุน บริการที่ดี และมีบริการที่ได้รับความนิยม เช่น บริการฝาก-โอนเงิน และ บริการเติมเงินเข้า E-Wallet ยังมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นบริการที่มีอัตรา กําไรที่ดี รวมถึงบริษัทยังคงสามารถใช้งานตู้ที่ตัดค่าเสื่อมราคาครบอายุแล้ว ให้บริการลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11514 out_tok=3030 at=2026-07-25T16:13:56 -->
FSMART กำไรสุทธิปี 2564 หดตัว 13.8% รับรายได้หลักวูบ แต่ GPM ทรงตัว
รายได้รวมลดลง 6.3% จากโควิด-19 และกำลังซื้อชะลอตัว ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการขยายบริการทางการเงินและเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติเป็นโอกาสในอนาคต
บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ FSMART รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวม 2,679.35 ล้านบาท ลดลง 6.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 400.06 ล้านบาท หดตัว 13.8% โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการให้บริการเติมเงินโทรศัพท์และรับชำระเงินออนไลน์ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทได้มีการขยายบริการทางการเงินและธุรกิจเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ "เต่าบิน" เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ FSMART ในปี 2564 ลดลง 13.8% มาจาก **รายได้จากการให้บริการเติมเงินโทรศัพท์ระบบเติมเงินล่วงหน้าและรับชำระเงินออนไลน์อื่นๆ (Commission) ที่หดตัวถึง 20.7%** ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) โดยรวมจะทรงตัวอยู่ที่ 20.3% แต่การลดลงของรายได้ในส่วนนี้ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวม
สาเหตุหลักที่ทำให้รายได้ส่วนนี้ลดลงมาจากหลายปัจจัย ได้แก่ การแข่งขันที่รุนแรงของผู้ให้บริการมือถือในกลุ่ม Prepaid ที่เน้นการแข่งขันด้านราคาแพ็คเกจอินเทอร์เน็ตและผลักดันผู้บริโภคไปสู่ระบบ Postpaid มากขึ้น ประกอบกับมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐในช่วงโควิด-19 ที่ส่งผลให้การใช้บริการชำระบิลลดลง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปใช้ช่องทางอื่นในการเติมเงินมากขึ้น นอกจากนี้ สถานการณ์โควิด-19 ยังส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง และมาตรการล็อคดาวน์ทำให้คนหันไปใช้บริการอินเทอร์เน็ตที่บ้านมากขึ้น ซึ่งกระทบต่อการเติมเงินผ่านตู้บุญเติม
สำหรับโอกาสในการต่อเนื่องนั้น **มีแนวโน้มที่จะเป็นลักษณะครั้งคราวและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด** แม้ว่าบริษัทจะพยายามชดเชยด้วยบริการเติมเงินเข้า E-Wallet ที่เติบโตสูงถึง 47.7% และบริการฝาก-โอนเงินที่เพิ่มขึ้น 14.4% แต่การฟื้นตัวของรายได้หลักจากบริการเติมเงินโทรศัพท์ยังคงเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคและโครงสร้างตลาดโทรศัพท์มือถือที่เปลี่ยนไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2564 อยู่ที่ 2,679.35 ล้านบาท ลดลง 6.3% YoY** จากผลกระทบโควิด-19 และกำลังซื้อที่ชะลอตัว
* **กำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 400.06 ล้านบาท ลดลง 13.8% YoY** โดยหากไม่รวมรายการค่าใช้จ่ายครั้งเดียว (สำรองค่าเผื่อการด้อยค่าสินทรัพย์ 7 ล้านบาท และผลขาดทุนจากการด้อยค่าบริษัทย่อย 11 ล้านบาท) จะมีกำไรสุทธิ 418 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปี 2564 อยู่ที่ 20.3% เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.0%** จากการควบคุมต้นทุนบริการที่ดี และการเติบโตของบริการที่มีกำไรดี เช่น E-Wallet และการฝาก-โอนเงิน
* **จำนวนรายการฝาก-โอนเงินผ่านตู้บุญเติมเพิ่มขึ้น 14.4% YoY** สะท้อนความสะดวกในการใช้บริการทางการเงินผ่านตู้บุญเติม
* **ธุรกิจคาเฟ่อัตโนมัติ "เต่าบิน" ขยายจุดบริการเป็น 546 จุด** และมียอดขายเฉลี่ย 48,477 บาทต่อตู้ต่อเดือน
* **บริษัทมีแผนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องในปี 2565** โดยตั้งเป้าเพิ่มยอดใช้บริการผ่านระบบบุญเติม 10-15% และธุรกิจตัวแทนธนาคารเติบโต 15-20%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวมจากการให้บริการ 2,679.35 ล้านบาท ลดลง 6.3% เมื่อเทียบกับปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการให้บริการเติมเงินโทรศัพท์ระบบเติมเงินล่วงหน้าและรับชำระเงินออนไลน์อื่นๆ ที่ลดลง 20.7% เป็นผลจากการแข่งขันด้านราคาแพ็คเกจอินเทอร์เน็ตและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม รายได้จากการให้บริการผ่านเครื่องรับชำระเงินอัตโนมัติ (Service Charge) ปรับเพิ่มขึ้น 1.7% จากการใช้บริการฝาก-โอนเงินและเติมเงินเข้า E-Wallet ที่เพิ่มขึ้น
ต้นทุนการบริการลดลง 7.4% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารเพิ่มขึ้น 6.7% ส่วนหนึ่งจากการส่งเสริมการตลาดและสำรองค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือตัวแทนและพนักงานในช่วงโควิด-19 รวมถึงรายการพิเศษในไตรมาส 4/2564 ที่มีค่าใช้จ่ายสำรองค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์และผลขาดทุนจากการด้อยค่าบริษัทย่อยรวม 18 ล้านบาท
อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 20.3% เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.0% จากการควบคุมต้นทุนที่ดีและการเติบโตของบริการที่มีกำไรสูง อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 400.06 ล้านบาท ลดลง 13.8% จากปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากรายได้ที่ลดลง และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้นจากการครบกำหนดการใช้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีจากการลงทุนเพิ่มตู้ในปี 2559
## โอกาส
* **การขยายบริการทางการเงินครบวงจร:** บริษัทมุ่งมั่นผลักดันให้ตู้บุญเติมเป็น "ธนาคารชุมชน" โดยเพิ่มบริการฝาก-โอน-ถอนเงินสด, e-KYC, และการเป็นตัวแทนธนาคาร/Non-bank เพิ่มเติม รวมถึงการขยายตู้ Mini ATM Mini ATM บุญเติม 10,000 ตู้ภายใน 2 ปี
* **ธุรกิจเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ "เต่าบิน":** มีแผนขยายจุดบริการเป็น 20,000 จุดทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายยอดขาย 50 แก้วต่อตู้ต่อวัน
* **บริการสินเชื่อ:** ตั้งเป้าให้สินเชื่อในปี 2565 จำนวน 1,000 ล้านบาท ผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น สินเชื่อผ่อนชำระสินค้า และสินเชื่อจำนำทะเบียน
* **ธุรกิจสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Net):** เป็น New S Curve ที่จะสร้างผลกำไรในระยะยาว
* **การขยายช่องทางออนไลน์:** พัฒนาระบบแอปพลิเคชันเพื่อให้บริการลูกค้าองค์กรครบวงจร และร่วมใช้ระบบสิทธิประโยชน์แก่คู่ค้า
## ความเสี่ยง
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การลดลงของตลาด Prepaid และการเปลี่ยนไปใช้ Postpaid รวมถึงการใช้ช่องทางอื่นในการเติมเงิน ส่งผลกระทบต่อรายได้หลัก
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อลดลง:** ส่งผลกระทบต่อการใช้บริการต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง-น้อย
* **การแข่งขันในธุรกิจเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ:** แม้เต่าบินจะได้รับการตอบรับที่ดี แต่การแข่งขันในตลาดนี้มีแนวโน้มสูงขึ้น
* **ความเสี่ยงด้านเครดิต:** ในธุรกิจสินเชื่อ แม้จะมีการบริหารความเสี่ยง แต่ยังคงมีความเสี่ยงจาก NPL ที่อาจเพิ่มขึ้น
* **ความผันผวนของต้นทุน:** ต้นทุนการดำเนินงาน เช่น ค่าเช่าพื้นที่ หรือค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา อาจมีการเปลี่ยนแปลง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การฟื้นตัวของรายได้จากบริการเติมเงินโทรศัพท์:** จะสามารถชดเชยการลดลงจากปัจจัยลบได้หรือไม่
* **ความสำเร็จในการขยายบริการทางการเงิน:** การเพิ่มจำนวนธุรกรรมและฐานลูกค้าใหม่ผ่านตู้บุญเติมและ Mini ATM
* **การเติบโตของธุรกิจ "เต่าบิน":** การขยายจุดบริการและการสร้างยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมาย
* **การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน:** โดยเฉพาะดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **การขยายตัวของธุรกิจสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Net):** ศักยภาพในการสร้างรายได้ใหม่ในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้และปริมาณธุรกรรม:** แม้รายได้รวมจะลดลง แต่บริการฝาก-โอนเงินผ่านตู้บุญเติมยังคงเติบโต 14.4% สะท้อนความต้องการใช้บริการทางการเงินพื้นฐานที่ยังคงมีอยู่สูง บริการเติมเงินเข้า E-Wallet เติบโตโดดเด่นถึง 47.7% ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น
**จำนวนสาขา/Capacity:** บริษัทมีจำนวนตู้บุญเติม 129,907 ตู้ ซึ่งถือเป็นเครือข่ายที่แข็งแกร่ง การขยายตู้ Mini ATM Mini ATM บุญเติม 10,000 ตู้ภายใน 2 ปี และคาเฟ่อัตโนมัติ "เต่าบิน" 20,000 จุดภายใน 3 ปี จะเป็นการเพิ่ม Capacity และช่องทางการให้บริการอย่างมีนัยสำคัญ
**อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ทรงตัวที่ 20.3% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ดี โดยได้แรงหนุนจากบริการที่มีกำไรดีอย่าง E-Wallet และการฝาก-โอนเงิน การบริหารต้นทุนการบริการทำได้ดี แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารเพิ่มขึ้นจากกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและรายการพิเศษ
**ต้นทุนแรงงาน/ค่าเช่า:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดต้นทุนแรงงานและค่าเช่าแยกต่างหาก แต่ค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารที่เพิ่มขึ้น 6.7% อาจสะท้อนถึงต้นทุนเหล่านี้บางส่วน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการตลาด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 2,937.20 ล้านบาท ลดลง 15.0% จากปีก่อนหน้า โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 11.4% และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 18.0%
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,809.88 ล้านบาท ลดลง 21.5% โดยหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 57.6% (หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย-หมุนเวียน) ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E ratio) ลดลงมาอยู่ที่ 1.61 เท่า จาก 2.01 เท่าในปี 2563
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,127.32 ล้านบาท ลดลง 1.9% จากการจ่ายเงินปันผล 2 ครั้งรวม 346 ล้านบาท
อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) อยู่ที่ 0.83 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.73 เท่าในปี 2563 แสดงถึงการบริหารสภาพคล่องที่แข็งแกร่งขึ้น
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในปี 2564 อยู่ที่ 1,096 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากจากปีก่อนหน้า (ไม่ได้ระบุตัวเลขปี 2563) โดยมีการนำเงินสดไปใช้ในการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (121 ล้านบาท) และจ่ายชำระหนี้สินและดอกเบี้ย (2,430 ล้านบาท) รวมถึงจ่ายเงินปันผล (422 ล้านบาท) ทำให้เงินสดสุทธิลดลง 72 ล้านบาท
## สรุปท้าย
FSMART ในปี 2564 เผชิญความท้าทายจากรายได้หลักที่ลดลง 20.7% จากปัจจัยภายนอก ทำให้กำไรสุทธิหดตัว 13.8% อย่างไรก็ตาม บริษัทได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นที่ยังคงทรงตัวได้ดี พร้อมกับการขยายบริการทางการเงินที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ อย่าง "เต่าบิน" และ EV Net ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต โดยมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นจากการลดภาระหนี้สิน และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FSMART ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
657.81
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
379.74
ล้านบาท
↑ 536.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
57.73
%
กำไรสุทธิ
138.81
ล้านบาท
↑ 15.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
21.10
%
D/E Ratio
1.12
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
658
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
380
↑ + 536.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
139
↑ + 15.2%
YoY
D/E Ratio
1.12
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FSMART
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.12
ROE (%)
38.68
ROA (%)
21.65
Book Value/หุ้น
2.49
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FSMART
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+9
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+54
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FSMART
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
8.56
-102.23%
|
-383.62
-14.09%
|
-446.54
-427.14%
|
136.50
-86.70%
|
1,026.26
-2.82%
|
1,056.02
+9.09%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
53.86
+34.01%
|
40.19
-58.88%
|
97.73
-214.38%
|
-85.44
-44.96%
|
-155.23
+134.63%
|
-66.16
-72.66%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-68.63
-132.00%
|
214.48
-36.10%
|
335.65
-492.80%
|
-85.45
-90.94%
|
-943.52
+23.57%
|
-763.57
-5.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-232.92
+80.66%
|
-128.93
+878.22%
|
-13.18
-61.66%
|
-34.38
-52.57%
|
-72.48
-132.03%
|
226.28
-389.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
264.69
-2.43%
|
271.28
-3.73%
|
281.80
-22.59%
|
364.03
-16.60%
|
436.51
+107.63%
|
210.23
-27.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
392.11
+44.32%
|
271.69
-1.66%
|
276.28
-6.57%
|
295.71
-18.77%
|
364.03
-16.60%
|
436.51
+107.63%
|