บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
MAI ·
7.80
0.05 (0.64%)
สรุปสั้น
กำไรปรับตัวลดลงสาเหตุหลักเกิดจาก รายได้รวม รายได้รวมจากธุรกิจหลักปี 2564 เท่ากับ 2,679.35 ล้านบาท ลดลง 6.3% เปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และ ภัยธรรมชาติ ตลอดจนการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ส่งผลต่อกําลังซื้อของ ผู้ใช้บริการระดับกลางและล่างลดลง โดยเป็นการลดลงของเติมเงินโทรศัพท์ และ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในส่วนของ การให้บริการโอนเงินฝากเงิน และ ดอกเบี้ยรับจากธุรกิจปล่อยสินเชื่อ
ในขณะที่ กําไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 1.0% สาเหตุหลักมาจากควบคุมต้นทุน บริการที่ดี และมีบริการที่ได้รับความนิยม เช่น บริการฝาก-โอนเงิน และ บริการเติมเงินเข้า E-Wallet ยังมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นบริการที่มีอัตรา กําไรที่ดี รวมถึงบริษัทยังคงสามารถใช้งานตู้ที่ตัดค่าเสื่อมราคาครบอายุแล้ว ให้บริการลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3914 out_tok=2180 at=2026-07-25T14:59:38 -->
# THRE กำไร Q3/2566 พุ่ง 355% รับผลประกันภัยต่อ-ลงทุนสดใส
## ผลประกันภัยต่อ-ลงทุนโตต่อเนื่อง หนุนกำไร THRE ไตรมาส 3/2566 พุ่งแรง ขณะที่รายได้บริการใกล้เคียงปีก่อน
บริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ THRE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 56 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 355% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากผลการรับประกันภัยต่อที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และรายได้จากการลงทุนที่เติบโตโดดเด่น ขณะที่ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2566 มีกำไรสุทธิ 132 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 159% จากปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ (ประกันภัยต่อ)
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ THRE ในไตรมาส 3/2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของผลการรับประกันภัยต่อ** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรจากการรับประกันภัยต่อที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับ **การเติบโตของรายได้จากการลงทุน** ที่ปรับกลยุทธ์การลงทุนให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ผลการรับประกันภัยต่อ:** เบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิในไตรมาส 3/2566 เติบโตถึง 32% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีการขยายตัวทั้งในส่วนของ Personal line และ Commercial line ส่งผลให้มีกำไรจากการรับประกันภัยต่อ 39 ล้านบาท และมี Combined ratio ที่ 96.9% ซึ่งดีขึ้นอย่างมากถึง 167% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2565 สาเหตุหลักมาจากกลยุทธ์การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์หลัง COVID-19 และสภาวะตลาดประกันภัยต่อโดยรวมที่ยังอยู่ในช่วง Hard Market ซึ่งทำให้บริษัทสามารถขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศได้มากขึ้น
2. **รายได้จากการลงทุน:** บริษัทมีรายได้จากการลงทุนสุทธิ 14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56% เมื่อเทียบกับปีก่อน การปรับพอร์ตการลงทุนโดยเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในเงินฝากและพันธบัตรให้มีสัดส่วนมากกว่า 70% เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายรับจากดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนลดลง
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของผลการรับประกันภัยต่อ เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าสภาวะ Hard Market ที่อัตราเบี้ยประกันภัยต่อรับสูงขึ้น คาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผลการดำเนินงานของบริษัทในอนาคตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์หลัง COVID-19 และพร้อมที่จะกลับไปลงทุนในจังหวะที่เหมาะสมสำหรับตลาดทุน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 เติบโต 355% YoY** แตะ 56 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรก ปี 2566 เติบโต 159% YoY** แตะ 132 ล้านบาท
* **เบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิ Q3/2566 เติบโต 32% YoY**
* **กำไรจากการรับประกันภัยต่อ Q3/2566 เพิ่มขึ้น 167% YoY** ด้วย Combined ratio 96.9%
* **รายได้จากการลงทุน Q3/2566 เพิ่มขึ้น 56% YoY** จากการปรับพอร์ตเน้นเงินฝากและพันธบัตร
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลการดำเนินงานรอบ 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 132 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 159% จากปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิจากไตรมาส 3/2566 จำนวน 56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 355% จากไตรมาส 3/2565 และใกล้เคียงกับไตรมาส 2/2566 ที่มีกำไรสุทธิ 65 ล้านบาท
ในส่วนของผลการรับประกันภัยต่อ เบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิในไตรมาส 3/2566 เพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับปีก่อน และใกล้เคียงกับไตรมาส 2/2566 โดยมีการขยายตัวทั้งในส่วนของ Personal line และ Commercial line มีกำไรจากการรับประกันภัยต่อ 39 ล้านบาท Combined ratio 96.9% ซึ่งดีขึ้น 167% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2565
รายได้จากการลงทุนสุทธิในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการปรับพอร์ตการลงทุนเพิ่มน้ำหนักในเงินฝากและพันธบัตร ส่วนรายได้จากการให้บริการสุทธิอยู่ที่ 17 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 89% จากไตรมาส 2/2566 เนื่องจากไตรมาสก่อนมีค่าใช้จ่ายครั้งเดียวจากการปรับโครงสร้างการบริหารงาน
สำหรับผลการดำเนินงานรอบ 9 เดือน เบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิเพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน โดยเป็นผลมาจากการปรับกลยุทธ์และสภาวะ Hard Market กำไรจากการรับประกันภัยต่ออยู่ที่ 73 ล้านบาท (Combined ratio 97.2%) ปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อนที่ขาดทุน 355 ล้านบาท รายได้จากการลงทุนสุทธิ 40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน รายได้จากการให้บริการสุทธิ 43 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน
## โอกาส
* **สภาวะ Hard Market ในตลาดประกันภัยต่อ:** อัตราเบี้ยประกันภัยต่อรับที่สูงขึ้นต่อเนื่อง เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้และกำไรในระยะยาว
* **การขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ:** กลยุทธ์การปรับตัวหลัง COVID-19 และการขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้
* **การเติบโตของบริการใหม่ด้วยเทคโนโลยี AI:** การนำ AI มาใช้ในการให้บริการสินไหมทดแทนสำหรับรถยนต์ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างโอกาสในการเติบโตของรายได้จากการให้บริการ
* **การปรับพอร์ตการลงทุน:** การเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในเงินฝากและพันธบัตร ช่วยสร้างรายได้ดอกเบี้ยที่มั่นคงและลดความผันผวนจากตลาดทุน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดทุน:** แม้จะปรับพอร์ตลดความเสี่ยง แต่การลงทุนในตลาดทุนยังคงมีความผันผวน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากการลงทุนได้
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมประกันภัย:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่อการกำหนดเบี้ยประกันภัยและการบริหารต้นทุน
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันภัย อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของเบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการ Combined ratio ให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
* ผลตอบแทนจากการลงทุนในสภาวะตลาดที่มีความผันผวน
* ความคืบหน้าและการเติบโตของบริการใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี AI
* การขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในฐานะผู้ให้บริการประกันภัยต่อ THRE มีการบริหารจัดการที่เน้นการสร้างกำไรจากการรับประกันภัยเป็นหลัก โดยมี Combined ratio เป็นตัวชี้วัดสำคัญ ซึ่งในไตรมาส 3/2566 บริษัทสามารถบริหารจัดการให้อยู่ในระดับ 96.9% ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีและปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน การเติบโตของเบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิทั้งในส่วน Personal และ Commercial line สะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันและการขยายฐานลูกค้า
นอกจากนี้ การบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนที่เน้นความมั่นคงของรายได้ดอกเบี้ยจากการลงทุนในเงินฝากและพันธบัตร เป็นการกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอ แม้ว่ารายได้จากการให้บริการจะใกล้เคียงกับปีก่อน แต่การเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวหลังการปรับโครงสร้างและการเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสาร MD&A ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
THRE โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3/2566 เติบโตโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงขึ้น 355% จากการบริหารจัดการผลการรับประกันภัยต่อที่มีประสิทธิภาพภายใต้สภาวะ Hard Market และการปรับกลยุทธ์การลงทุนที่เน้นความมั่นคงของรายได้ดอกเบี้ย ซึ่งปัจจัยบวกเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะส่งผลดีต่อผลประกอบการอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดทุนและการแข่งขันยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FSMART ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
657.81
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
379.74
ล้านบาท
↑ 536.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
57.73
%
กำไรสุทธิ
138.81
ล้านบาท
↑ 15.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
21.10
%
D/E Ratio
1.12
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
658
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
380
↑ + 536.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
139
↑ + 15.2%
YoY
D/E Ratio
1.12
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FSMART
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.12
ROE (%)
38.68
ROA (%)
21.65
Book Value/หุ้น
2.49
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FSMART
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+9
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+54
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FSMART
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
8.56
-102.23%
|
-383.62
-14.09%
|
-446.54
-427.14%
|
136.50
-86.70%
|
1,026.26
-2.82%
|
1,056.02
+9.09%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
53.86
+34.01%
|
40.19
-58.88%
|
97.73
-214.38%
|
-85.44
-44.96%
|
-155.23
+134.63%
|
-66.16
-72.66%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-68.63
-132.00%
|
214.48
-36.10%
|
335.65
-492.80%
|
-85.45
-90.94%
|
-943.52
+23.57%
|
-763.57
-5.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-232.92
+80.66%
|
-128.93
+878.22%
|
-13.18
-61.66%
|
-34.38
-52.57%
|
-72.48
-132.03%
|
226.28
-389.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
264.69
-2.43%
|
271.28
-3.73%
|
281.80
-22.59%
|
364.03
-16.60%
|
436.51
+107.63%
|
210.23
-27.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
392.11
+44.32%
|
271.69
-1.66%
|
276.28
-6.57%
|
295.71
-18.77%
|
364.03
-16.60%
|
436.51
+107.63%
|