บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
MAI ·
7.80
0.05 (0.64%)
สรุปสั้น
กำไรปรับตัวลดลงสาเหตุหลักเกิดจาก รายได้รวม รายได้รวมจากธุรกิจหลักปี 2564 เท่ากับ 2,679.35 ล้านบาท ลดลง 6.3% เปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และ ภัยธรรมชาติ ตลอดจนการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ส่งผลต่อกําลังซื้อของ ผู้ใช้บริการระดับกลางและล่างลดลง โดยเป็นการลดลงของเติมเงินโทรศัพท์ และ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในส่วนของ การให้บริการโอนเงินฝากเงิน และ ดอกเบี้ยรับจากธุรกิจปล่อยสินเชื่อ
ในขณะที่ กําไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 1.0% สาเหตุหลักมาจากควบคุมต้นทุน บริการที่ดี และมีบริการที่ได้รับความนิยม เช่น บริการฝาก-โอนเงิน และ บริการเติมเงินเข้า E-Wallet ยังมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นบริการที่มีอัตรา กําไรที่ดี รวมถึงบริษัทยังคงสามารถใช้งานตู้ที่ตัดค่าเสื่อมราคาครบอายุแล้ว ให้บริการลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10098 out_tok=2811 at=2026-07-25T16:24:35 -->
# FSMART Q1/2565 กำไรสุทธิทรงตัวเล็กน้อย รับรายได้หลักหดตัวจากกำลังซื้ออ่อนแอ
## รายได้รวมหดตัว 5.8% YoY แต่กำไรสุทธิทรงตัวได้จากคุมค่าใช้จ่าย ขณะที่ "เต่าบิน" เติบโตโดดเด่น
บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ FSMART รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม 589.23 ล้านบาท ลดลง 5.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 16.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 80.94 ล้านบาท ทรงตัวเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 27.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอลงจากสถานการณ์โควิด-19 และภาวะเงินเฟ้อที่ส่งผลต่อค่าครองชีพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการ FSMART ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **แรงกดดันจากรายได้รวมที่ลดลง 16.6% YoY** โดยเฉพาะรายได้จากการเติมเงินและรับชำระบิลที่หดตัว 7.2% และรายได้จากการให้บริการผ่านเครื่องรับชำระเงินอัตโนมัติลดลง 5.4% YoY ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิที่ลดลง 27.3% YoY อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารได้ดีขึ้น ทำให้กำไรสุทธิทรงตัวได้เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้หลักที่ลดลง** เป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกที่กระทบกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยตรง ได้แก่:
* **สถานการณ์โควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน** และการชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง-น้อย และแรงงานต่างด้าว
* **ภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงขึ้น** ส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการปรับตัวสูงขึ้น ผู้บริโภคจึงลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง
* **การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดเติมเงินโทรศัพท์มือถือ** และการลดลงของขนาดตลาด Prepaid ทำให้รายได้เฉลี่ยต่อตู้ (ARPU) ลดลง
* **การแข่งขันด้านโปรโมชันค่าโทรและแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต** จากผู้ให้บริการมือถือ
แม้รายได้หลักจะลดลง แต่ **การควบคุมค่าใช้จ่าย** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารที่ลดลง 18.1% QoQ (เนื่องจากไตรมาส 4/2564 มีค่าใช้จ่ายครั้งเดียว) และการบริหารต้นทุนการบริการที่ลดลง 4.8% QoQ ช่วยพยุงกำไรสุทธิให้ทรงตัวได้เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** สถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา แม้ฝ่ายจัดการจะตั้งเป้าหมายยอดใช้บริการผ่านระบบบุญเติมเพิ่มขึ้น 10-15% YoY และ e-Wallet เพิ่มขึ้น 20-25% YoY แต่การฟื้นตัวของกำลังซื้อของผู้บริโภคยังมีความไม่แน่นอนสูง การแข่งขันในตลาดเติมเงินและรับชำระบิลยังคงมีอยู่ ขณะที่ธุรกิจ "เต่าบิน" มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากยอดขายเฉลี่ยต่อตู้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และแผนการขยายสาขาที่ชัดเจน
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 589.23 ล้านบาท ลดลง 16.6% YoY** จากผลกระทบกำลังซื้ออ่อนแอและภาวะเงินเฟ้อ
* **กำไรสุทธิ 80.94 ล้านบาท ลดลง 27.3% YoY** แต่ทรงตัว 0.2% QoQ จากการควบคุมค่าใช้จ่าย
* **ธุรกิจ "เต่าบิน" เติบโตโดดเด่น** ยอดขายเฉลี่ยต่อตู้ต่อเดือนสูงถึง 60,159 บาท เพิ่มขึ้น 27% YoY
* **ขยายบริการทางการเงินครบวงจร** เปิดตัวถอนเงินสดผ่านตู้บุญเติม Mini ATM และรับชำระประกันสังคมมาตรา 39/40
* **ตั้งเป้าปี 2565** ยอดใช้บริการบุญเติมเพิ่ม 10-15% YoY, e-Wallet เพิ่ม 20-25% YoY, ธุรกิจสินเชื่อ 1,000 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 FSMART มีรายได้รวม 589.23 ล้านบาท ลดลง 5.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 16.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอลงจากสถานการณ์โควิด-19 และภาวะเงินเฟ้อที่ส่งผลต่อค่าครองชีพ โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง-น้อย และแรงงานต่างด้าวที่มีรายได้จำกัด รายได้จากการเติมเงินโทรศัพท์และรับชำระบิลลดลง 7.2% QoQ และรายได้จากการให้บริการผ่านเครื่องรับชำระเงินอัตโนมัติลดลง 5.4% QoQ อย่างไรก็ตาม รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 2.7% QoQ จากการขยายธุรกิจสินเชื่อ และรายได้ค่าโฆษณาเพิ่มขึ้น 2.5% QoQ
ต้นทุนการบริการลดลง 4.8% QoQ สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารลดลงถึง 18.1% QoQ เนื่องจากไตรมาส 4 ปี 2564 มีค่าใช้จ่ายครั้งเดียว ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 108.95 ล้านบาท ลดลง 9.8% QoQ และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 18.5% ลดลงจาก 19.3% ในไตรมาสก่อนหน้า กำไรสุทธิอยู่ที่ 80.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2% QoQ แต่ลดลง 27.3% YoY
## โอกาส
* **การขยายบริการทางการเงินครบวงจร:** การเปิดให้บริการถอนเงินสดผ่านตู้บุญเติม Mini ATM ร่วมกับธนาคารชั้นนำ และการรับชำระเงินสมทบประกันสังคมมาตรา 39/40 เป็นการเพิ่มความหลากหลายของบริการและสร้างรายได้เพิ่ม
* **การเติบโตของธุรกิจ "เต่าบิน":** ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค มียอดขายเฉลี่ยต่อตู้ต่อวันสูง และมีแผนขยายจุดบริการอย่างต่อเนื่อง
* **การขยายธุรกิจสินเชื่อ:** ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อ 1,000 ล้านบาทในปี 2565 โดยใช้ฐานข้อมูลลูกค้าบุญเติมที่มีอยู่กว่า 16 ล้านราย
* **การลงทุนในธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า (EV):** เตรียมพร้อมเข้าสู่ตลาดสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ "EV Net" ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่ในระยะยาว
* **การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน FVD:** เพื่อรับรู้กำไรส่วนได้ส่วนเสียจากธุรกิจคาเฟ่อัตโนมัติ "เต่าบิน" มากขึ้น
## ความเสี่ยง
* **กำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอ:** สถานการณ์โควิด-19 และภาวะเงินเฟ้อยังคงเป็นปัจจัยกดดันกำลังซื้อในระยะสั้นถึงกลาง
* **การแข่งขันที่รุนแรง:** ในธุรกิจเติมเงินโทรศัพท์มือถือและบริการรับชำระบิล อาจส่งผลต่ออัตรากำไร
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การหันไปใช้ช่องทางออนไลน์หรือแอปพลิเคชันอื่นในการทำธุรกรรมมากขึ้น
* **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจบริการทางการเงินและสินเชื่อ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มกำลังซื้อของผู้บริโภค:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อจะส่งผลโดยตรงต่อปริมาณการทำรายการ
* **การขยายตัวของธุรกิจ "เต่าบิน":** ความสามารถในการขยายสาขาและรักษามาตรฐานคุณภาพบริการ
* **ความคืบหน้าการขยายบริการทางการเงิน:** การเพิ่มจำนวนธนาคารพันธมิตรและปริมาณธุรกรรมฝาก-โอน-ถอน
* **การเติบโตของธุรกิจสินเชื่อ:** ความสามารถในการบริหารความเสี่ยงและบรรลุเป้าหมายยอดปล่อยสินเชื่อ
* **การลงทุนในธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า:** ความคืบหน้าและการสร้างรายได้จากสถานีชาร์จ EV
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้รวมจากธุรกิจหลัก:** 589.23 ล้านบาท ลดลง 16.6% YoY โดยรายได้จากการเติมเงินและรับชำระบิลลดลง 7.2% YoY และรายได้จากการให้บริการผ่านเครื่องรับชำระเงินอัตโนมัติลดลง 5.4% YoY
* **จำนวน "ตู้บุญเติม":** ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 มีจำนวน 130,045 ตู้ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากช่วงก่อนหน้า
* **จำนวน "ตู้เต่าบิน":** ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 มีจำนวน 1,058 ตู้ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **มูลค่าการทำรายการผ่าน "ตู้บุญเติม":** 9,221 ล้านบาท ลดลง 4.2% YoY
* **ยอดขายเฉลี่ยเต่าบินต่อตู้ต่อเดือน:** 60,159 บาท เพิ่มขึ้น 21.5% YoY
* **ธุรกิจสินเชื่อ:** ยอดให้สินเชื่อคงค้าง 144 ล้านบาท รายได้ดอกเบี้ย 3.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% YoY
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 3,019.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 9.4% จากเงินสดที่เพิ่มขึ้น หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,811.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.1% จากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยหมุนเวียน 49.9 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,208.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.2% จากกำไรสุทธิในไตรมาส
อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) อยู่ที่ 0.91 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.83 เท่าในไตรมาสก่อนหน้า แสดงถึงสภาพคล่องที่แข็งแกร่งขึ้น อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.50 เท่า ลดลงจาก 1.61 เท่าในไตรมาสก่อนหน้า
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 239 ล้านบาท โดยมีเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ 225 ล้านบาท
## สรุปท้าย
FSMART เผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อที่อ่อนแอและภาวะเงินเฟ้อ ส่งผลให้รายได้หลักหดตัวในไตรมาส 1 ปี 2565 อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้กำไรสุทธิทรงตัวได้เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จุดเด่นคือการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจ "เต่าบิน" และการขยายบริการทางการเงินครบวงจร รวมถึงการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า ที่จะเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตในอนาคต แต่ยังคงต้องจับตาปัจจัยภายนอกที่จะส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FSMART ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
657.81
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
379.74
ล้านบาท
↑ 536.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
57.73
%
กำไรสุทธิ
138.81
ล้านบาท
↑ 15.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
21.10
%
D/E Ratio
1.12
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
658
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
380
↑ + 536.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
139
↑ + 15.2%
YoY
D/E Ratio
1.12
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FSMART
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.12
ROE (%)
38.68
ROA (%)
21.65
Book Value/หุ้น
2.49
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FSMART
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+9
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+54
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FSMART
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
8.56
-102.23%
|
-383.62
-14.09%
|
-446.54
-427.14%
|
136.50
-86.70%
|
1,026.26
-2.82%
|
1,056.02
+9.09%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
53.86
+34.01%
|
40.19
-58.88%
|
97.73
-214.38%
|
-85.44
-44.96%
|
-155.23
+134.63%
|
-66.16
-72.66%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-68.63
-132.00%
|
214.48
-36.10%
|
335.65
-492.80%
|
-85.45
-90.94%
|
-943.52
+23.57%
|
-763.57
-5.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-232.92
+80.66%
|
-128.93
+878.22%
|
-13.18
-61.66%
|
-34.38
-52.57%
|
-72.48
-132.03%
|
226.28
-389.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
264.69
-2.43%
|
271.28
-3.73%
|
281.80
-22.59%
|
364.03
-16.60%
|
436.51
+107.63%
|
210.23
-27.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
392.11
+44.32%
|
271.69
-1.66%
|
276.28
-6.57%
|
295.71
-18.77%
|
364.03
-16.60%
|
436.51
+107.63%
|