FPI
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
FPI
บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.59
0.01 (0.63%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5612 out_tok=2668 at=2026-07-25T15:05:16 --> # FPI กำไรสุทธิปี 2565 เติบโต 24.2% รับอานิสงส์ค่าเงินบาทอ่อน-ค่าระวางเรือลด ## รายได้รวมโต 25.4% สวนทางต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารพุ่งสูง บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ FPI รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 2,679.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.4% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการอ่อนค่าของเงินบาทและค่าระวางเรือที่ลดลง ส่งผลให้รายได้ในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกกลาง และอเมริกาใต้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 408.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.2% โดยมีปัจจัยกดดันจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ FPI ในปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 25.7%** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิรวมเติบโต 24.2% แม้ว่าต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้นตามยอดขาย แต่สัดส่วนต้นทุนต่อยอดขายกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้หลักมาจาก **การอ่อนค่าของค่าเงินบาทและค่าระวางเรือที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลดีต่อการส่งออกไปยังภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกกลาง และอเมริกาใต้ โดยรายได้ในโซนเอเชียและตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น 331.7 ล้านบาท และโซนอเมริกาใต้เพิ่มขึ้น 66.6 ล้านบาท ในส่วนของต้นทุนขายและบริการ แม้จะเพิ่มขึ้นตามยอดขาย แต่สัดส่วนต้นทุนต่อยอดขายลดลงจาก 75.4% ในปี 2564 เป็น 69.7% ในปี 2565 คิดเป็นการลดลง 5.7% ซึ่งเป็นผลมาจากการ **อ่อนค่าของค่าเงินบาท** ประกอบกับการที่ **ราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเล็กน้อย** และบริษัทยังคงได้รับประโยชน์จากการนำ **นโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ในการลดต้นทุนการผลิต** อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวสูงขึ้น** โดยเพิ่มขึ้น 159.0 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.5% ของยอดขาย ซึ่งสาเหตุหลักมาจาก **การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน** ในช่วงไตรมาส 4 จากการแข็งค่าของเงินบาท, **ต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น** จากผลกระทบสงครามรัสเซีย-ยูเครน และ **การตั้งสำรองเพิ่มขึ้น** ทั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญและการลดมูลค่าสินค้า ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่องในบางปัจจัย แต่ต้องจับตาปัจจัยกดดัน** การอ่อนค่าของค่าเงินบาทและค่าระวางเรือที่ลดลงเป็นปัจจัยบวกที่ส่งผลดีต่อรายได้และต้นทุน ซึ่งอาจมีผลต่อเนื่องหากแนวโน้มดังกล่าวยังคงอยู่ อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทยังคงใช้นโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนในการลดต้นทุนการผลิตก็เป็นปัจจัยสนับสนุนที่อาจดำเนินต่อไปได้ แต่ในขณะเดียวกัน ปัจจัยกดดันจากต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นและแนวโน้มการตั้งสำรองที่สูงขึ้นอาจยังคงอยู่ นอกจากนี้ การเจรจาปรับราคาขายสินค้าตามการใช้วัตถุดิบจริงกับลูกค้าของบริษัทลูกที่อินเดีย และผลขาดทุนจากการแปลงค่าเงินของบริษัทลูกที่อินเดีย เป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมปี 2565 เติบโต 25.4%** แตะ 2,679.8 ล้านบาท จาก 2,136.6 ล้านบาทในปี 2564 * **กำไรสุทธิปี 2565 เพิ่มขึ้น 24.2%** อยู่ที่ 408.6 ล้านบาท จาก 329.0 ล้านบาทในปี 2564 * **ต้นทุนขายและบริการลดลงเมื่อเทียบกับยอดขาย** จาก 75.4% เป็น 69.7% หนุนกำไรขั้นต้น * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 10.5%** เป็นสัดส่วน 10.5% ของยอดขาย * **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 15.8%** เป็น 3,719.2 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงคลัง * **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 20.9%** เป็น 1,600.2 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของหนี้ระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้า * **บริษัทลูกที่อินเดียมีรายได้เติบโต 111.4%** แต่ยังคงขาดทุนจากการปรับราคาและอัตราแลกเปลี่ยน ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,679.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 543.2 ล้านบาท หรือ 25.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 2,637.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 539.4 ล้านบาท หรือ 25.7% การเติบโตนี้มีสาเหตุหลักมาจากการอ่อนค่าของค่าเงินบาทและค่าระวางเรือที่ลดลง ส่งผลให้รายได้ในโซนเอเชีย ตะวันออกกลาง และอเมริกาใต้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้ในโซนแอฟริกาจะลดลงเล็กน้อยเนื่องจากผลกระทบจากค่าเงินที่อ่อนค่าในบางประเทศ ต้นทุนขายและบริการในปี 2565 อยู่ที่ 1,867.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 257.4 ล้านบาท แต่สัดส่วนต้นทุนต่อยอดขายลดลงจาก 75.4% เป็น 69.7% ซึ่งช่วยหนุนกำไรขั้นต้นให้สูงขึ้น สาเหตุหลักมาจากผลบวกของการอ่อนค่าของเงินบาท แม้ว่าราคาวัตถุดิบจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และบริษัทยังคงได้รับประโยชน์จากการนำนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ในการลดต้นทุนการผลิต ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 159.0 ล้านบาท คิดเป็น 10.5% ของยอดขาย สาเหตุหลักมาจากการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาส 4 จากการแข็งค่าของเงินบาท ต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น และการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นของค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญและการลดมูลค่าสินค้า ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมในปี 2565 อยู่ที่ 408.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79.6 ล้านบาท หรือ 24.2% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการอ่อนค่าของค่าเงินบาท ค่าระวางเรือที่ลดลง และการบริหารต้นทุนการผลิตอย่างต่อเนื่อง ## โอกาส * **การเติบโตของตลาดในเอเชีย ตะวันออกกลาง และอเมริกาใต้:** การอ่อนค่าของค่าเงินบาทและค่าระวางเรือที่ลดลงเป็นปัจจัยสนับสนุนการส่งออกไปยังภูมิภาคเหล่านี้ * **การบริหารต้นทุนการผลิต:** การนำนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้อย่างต่อเนื่องช่วยลดต้นทุนการผลิต * **การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลัง:** เพื่อสนับสนุนการขายในอนาคต แสดงถึงการเตรียมพร้อมรับคำสั่งซื้อ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การแข็งค่าของเงินบาทในไตรมาส 4 ส่งผลให้เกิดขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน * **ต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น:** ผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนยังคงเป็นปัจจัยกดดัน * **การตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น:** ทั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญและการลดมูลค่าสินค้า อาจส่งผลกระทบต่อกำไร * **สถานการณ์ของบริษัทลูกที่อินเดีย:** ยังคงประสบกับการขาดทุนจากการเจรจาปรับราคาและอัตราแลกเปลี่ยน ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มค่าเงินบาทและค่าระวางเรือในอนาคต * ความคืบหน้าในการเจรจาปรับราคาขายสินค้าของบริษัทลูกที่อินเดีย * ผลกระทบจากต้นทุนค่าขนส่งและวัตถุดิบที่อาจผันผวน * การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะการตั้งสำรอง * การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังและลูกหนี้การค้า สอดคล้องกับการเติบโตของยอดขายหรือไม่ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล utilization โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น * **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล order book โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังเพื่อสนับสนุนการขายในอนาคตอาจสะท้อนถึงการคาดการณ์คำสั่งซื้อ * **ราคาวัตถุดิบ:** ระบุว่าราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเล็กน้อย * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นจากการลดลงของสัดส่วนต้นทุนขายและบริการต่อยอดขาย * **การส่งออก:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก โดยเฉพาะในโซนเอเชีย ตะวันออกกลาง และอเมริกาใต้ * **ค่าเงิน:** การอ่อนค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้และการดำเนินงาน แต่การแข็งค่าในไตรมาส 4 สร้างผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน * **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้นเพื่อสนับสนุนการขายในอนาคต ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 3,719.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 587.7 ล้านบาท จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายต่างประเทศ และการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังเพื่อสนับสนุนการขายในอนาคต ขณะที่เงินสดที่เพิ่มขึ้นอยู่ในระหว่างรอชำระหนี้ระยะสั้น หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,600.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 277.7 ล้านบาท จากปีก่อน โดยหนี้สินที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการเพิ่มขึ้นของหนี้ระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้า ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,119.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 310.0 ล้านบาท จากปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรจากการดำเนินงานหักด้วยเงินปันผลที่จ่าย ## สรุปท้าย FPI สามารถสร้างการเติบโตของรายได้และกำไรสุทธิในปี 2565 ได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการอ่อนค่าของค่าเงินบาทและค่าระวางเรือที่ลดลง ซึ่งช่วยหนุนการส่งออกและลดต้นทุนการผลิต อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น และการตั้งสำรองที่สูงขึ้น ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสถานการณ์ของบริษัทลูกที่อินเดียที่ยังคงเผชิญความท้าทายในการปรับราคาและอัตราแลกเปลี่ยน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FPI ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
780.16 ล้านบาท
↑ 11.3% YoY
กำไรขั้นต้น
194.32 ล้านบาท
↑ 13.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
24.91 %
กำไรสุทธิ
38.61 ล้านบาท
↓ 64.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.95 %
D/E Ratio
0.73
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
780
↑ + 11.3% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
194
↑ + 13.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
39
↓ -64.6% YoY
D/E Ratio
0.73

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FPI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
780.16
+11.29%
701.02
+4.49%
670.87
+2.55%
654.20
+6.35%
615.15
+26.64%
485.74
-12.72%
กำไรขั้นต้น
194.32
+13.57%
171.10
-12.47%
195.48
-12.15%
222.52
+120.89%
100.74
+19.84%
84.06
-27.84%
ค่าใช้จ่ายรวม
74.37
+22.85%
60.54
-4.14%
63.15
+11.53%
56.62
+238.76%
-40.81
-198.75%
41.32
+34.57%
กำไรสุทธิ
38.61
-64.63%
109.16
+7.37%
101.67
+19.50%
85.08
-39.57%
140.78
+424.43%
26.85
-47.26%
กำไรต่อหุ้น
0.03
-63.89%
0.07
+7.46%
0.07
+19.64%
0.06
-39.78%
0.09
+416.67%
0.02
-47.06%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
24.91
+2.05%
24.41
-16.23%
29.14
-14.32%
34.01
+107.63%
16.38
-5.37%
17.31
-17.30%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
9.53
+10.30%
8.64
-8.18%
9.41
+8.66%
8.66
+230.62%
-6.63
-177.91%
8.51
+54.17%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
4.95
-68.21%
15.57
+2.77%
15.15
+16.45%
13.01
-43.16%
22.89
+313.92%
5.53
-39.56%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-85.56
-315.95%
39.62
+118.15%
-218.28
-244.24%
151.33
+1,863.75%
-8.58
-138.53%
22.27
+523.81%
ROE(%)
11.19
-4.68%
11.74
-30.94%
17.00
-18.27%
20.80
+7.55%
19.34
+62.25%
11.92
ROA(%)
9.45
-9.22%
10.41
-25.38%
13.95
-10.06%
15.51
+15.92%
13.38
+35.15%
9.90
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.73
0.73
+30.36%
0.56
-26.32%
0.76
+4.11%
0.73
+2.82%
0.71
P/E
7.10
-35.69%
11.04
+5.14%
10.50
+3.24%
10.17
-57.34%
23.84
-57.91%
56.64
+210.36%
P/BV
0.98
-22.83%
1.27
-26.16%
1.72
-25.54%
2.31
-24.76%
3.07
+119.29%
1.40
-25.13%
BV
1.68
+9.09%
1.54
+6.94%
1.44
+6.67%
1.35
+19.47%
1.13
+5.61%
1.07
YIELD(%)
4.88
-4.31%
5.10
-20.93%
6.45
+72.46%
3.74
+225.22%
1.15
-81.97%
6.38
+55.61%
ราคาหุ้น
1.64
-16.33%
1.96
-20.97%
2.48
-20.51%
3.12
-10.34%
3.48
+133.56%
1.49
-25.50%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.73
ROE (%)
11.19
ROA (%)
9.45
Book Value/หุ้น
1.75

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FPI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
2,629.89
-0.32%
2,638.39
+20.46%
2,190.27
-11.25%
2,467.86
+36.53%
1,807.57
+21.01%
1,480.45
+8.83%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
1,826.67
+17.24%
1,558.05
+14.76%
1,357.62
+8.49%
1,251.34
-5.48%
1,323.92
-4.68%
1,391.46
-0.45%
รวมสินทรัพย์
4,456.56
+6.20%
4,196.44
+18.28%
3,547.90
-4.61%
3,719.20
+18.77%
3,131.48
+8.63%
2,871.91
+4.13%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
0.00
1,472.14
+31.65%
1,118.18
-25.94%
1,509.90
+25.84%
1,199.88
+4.54%
1,144.50
+11.62%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
0.00
293.59
+97.48%
148.67
+64.57%
90.34
-26.32%
122.62
-8.77%
135.15
+15.32%
รวมหนี้สิน
0.00
1,765.73
+39.38%
1,266.85
-20.83%
1,600.24
+21.00%
1,322.50
+3.14%
1,279.65
+12.00%
รวมส่วนของเจ้าของ
0.00
2,430.71
+6.56%
0.00
0.00
0.00
1,592.26
-1.44%
D/E
0.73
0.80
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
11.19
11.74
17.00
20.80
19.34
11.92
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
9.45
10.41
13.95
15.51
13.38
9.90
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.81
1.79
1.96
1.63
1.51
1.65
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
1.31
1.27
1.32
1.14
1.07
1.10
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
175.18
178.30
0.00
0.00
154.56
144.52
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
117.26
128.01
0.00
0.00
105.00
102.82
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
54.66
58.05
0.00
0.00
78.69
78.24
วงจรเงินสด
237.78
248.26
0.00
0.00
180.87
169.09
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-407
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FPI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-407.44
+89.08%
-215.49
+58.22%
-136.20
-640.05%
25.22
-122.67%
-111.27
-135.21%
315.98
+194.15%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
-103.60
-33.89%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
-86.38
-150.56%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
126.67
+4.23%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
184.89
+110.25%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
311.56
+68.51%