บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.59
0.01 (0.63%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5705 out_tok=2816 at=2026-07-27T09:38:28 -->
# FPI กำไร Q2/64 พุ่ง 1336% รับอานิสงส์ค่าขนส่ง-เศรษฐกิจฟื้น
## รายได้โต 49% จากดีลค่าขนส่งล่วงหน้า ขณะที่ต้นทุนบริหารจัดการได้ดี หนุนกำไรสุทธิพุ่งแรง
บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ FPI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกฟื้นอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิ 61.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 1,335.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรเพียง 4.3 ล้านบาท การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการที่สูงถึง 62.4% ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ FPI ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายและบริการ** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เติบโตกว่า 13 เท่าตัว โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจาก **การทำสัญญาค่าขนส่งล่วงหน้าในราคาพิเศษ** และ **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก** ที่กระตุ้นยอดขายในต่างประเทศ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ดีลค่าขนส่งล่วงหน้า:** บริษัทฯ สามารถทำสัญญาค่าขนส่งสำหรับทวีปอเมริกาใต้ล่วงหน้าได้ในราคา $5,600 ต่อตู้ จนถึงสิ้นปี 2564 ซึ่งต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบันที่ $11,000 ต่อตู้ ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยยอดขายในส่วนนี้เพิ่มขึ้นจาก 37 ล้านบาท เป็น 89 ล้านบาท
* **เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดของ COVID-19 ทั่วโลกส่งผลให้เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ส่งผลให้ยอดขายในต่างประเทศเพิ่มขึ้นใน 4 โซนหลัก ได้แก่ เอเชียและตะวันออกกลาง (+116 ล้านบาท), อเมริกาใต้ (+52 ล้านบาท), แอฟริกา (+16 ล้านบาท) และยุโรป (+15 ล้านบาท)
* **การบริหารต้นทุน:** แม้ราคาวัตถุดิบทั่วโลกจะปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนขายได้ดี โดยการขึ้นราคาสินค้ากับลูกค้าได้ 5-10% และการทำสัญญาซื้อวัตถุดิบหลัก (เม็ดพลาสติก, เคมีภัณฑ์, สี) และสินค้าซื้อมาขายไปล่วงหน้าเป็นเวลา 6-12 เดือน ทำให้หลีกเลี่ยงผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้ นอกจากนี้ ประสิทธิภาพการผลิตที่เพิ่มขึ้นและการลดลงของของเสียในการผลิตยังช่วยลดต้นทุนลงอีกด้วย
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายลดลง เนื่องจากมูลค่าสุทธิของสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้นจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น และผลกำไรจากส่วนต่างค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** สัญญาค่าขนส่งล่วงหน้าในราคาพิเศษนี้จะส่งผลดีต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2564 อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกและการบริหารจัดการต้นทุนที่ทำได้ดีในปัจจุบัน เป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าสถานการณ์จะยังคงเอื้ออำนวยเช่นนี้ต่อไปหรือไม่ โดยเฉพาะผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ที่อาจกลับมาอีกครั้ง และความผันผวนของราคาวัตถุดิบในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 1,335.9%:** ไตรมาส 2/64 มีกำไรสุทธิ 61.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 4.3 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมโต 49.3%:** อยู่ที่ 551.4 ล้านบาท จาก 369.4 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 62.4%
* **ดีลค่าขนส่งอเมริกาใต้หนุนยอดขาย:** สัญญาค่าขนส่งล่วงหน้าในราคาพิเศษทำให้ลูกค้าซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ยอดขายต่างประเทศฟื้นตัว:** ยอดขายใน 4 โซนหลัก (เอเชีย/ตะวันออกกลาง, อเมริกาใต้, แอฟริกา, ยุโรป) เติบโตดี
* **ต้นทุนขายบริหารจัดการได้ดี:** แม้ราคาวัตถุดิบสูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถขึ้นราคาสินค้าและทำสัญญาซื้อวัตถุดิบ/สินค้าล่วงหน้าได้
* **หนี้สินรวมลดลง 172.8 ล้านบาท:** ใช้เงินจากการขายหุ้นในบริษัท เซฟ เอเนอร์จี้ โฮลดิ้งส์ มาจ่ายคืนหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงในอินเดีย
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 551.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.3% เมื่อเทียบกับ 369.4 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2563 โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 540.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.4% จาก 332.9 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากการทำสัญญาค่าขนส่งล่วงหน้าในราคาพิเศษสำหรับทวีปอเมริกาใต้ และการฟื้นตัวของยอดขายในต่างประเทศในโซนหลักต่างๆ
ต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 405.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.9% แต่คิดเป็นสัดส่วน 73.5% ของรายได้รวม ลดลงจาก 74.7% ในปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้นจากการขึ้นราคาสินค้า การทำสัญญาซื้อวัตถุดิบและสินค้าล่วงหน้า รวมถึงประสิทธิภาพการผลิตที่เพิ่มขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 65.9 ล้านบาท ลดลง 19.5% เมื่อเทียบกับ 81.9 ล้านบาทในปีก่อน ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อยอดขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 22.2% เหลือ 11.9%
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 1,335.9% มาอยู่ที่ 61.2 ล้านบาท จาก 4.3 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ส่งเสริมยอดขายในตลาดต่างประเทศ
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** ความสามารถในการทำสัญญาซื้อวัตถุดิบและสินค้าล่วงหน้า รวมถึงการขึ้นราคาสินค้า ช่วยลดผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่ผันผวน
* **การลดภาระดอกเบี้ย:** การนำเงินจากการขายหุ้นมาจ่ายคืนหนี้สินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง ช่วยลดค่าใช้จ่ายทางการเงินในอนาคต
* **การขยายตลาด:** การเติบโตของยอดขายใน 4 โซนหลักบ่งชี้ถึงโอกาสในการขยายฐานลูกค้าในตลาดเหล่านั้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันจะบริหารจัดการได้ดี แต่ราคาวัตถุดิบในระยะยาวยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **การระบาดของ COVID-19:** การระบาดระลอกใหม่ในประเทศต่างๆ อาจส่งผลกระทบต่อการผลิต การขนส่ง และกำลังซื้อของลูกค้า
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
* **ยอดขายของบริษัทลูกในอินเดีย:** ยังคงได้รับผลกระทบจากการระบาด ทำให้ยอดขายยังน้อยกว่าที่คาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาค่าขนส่ง:** การสิ้นสุดสัญญาค่าขนส่งราคาพิเศษในสิ้นปี 2564 จะส่งผลต่อต้นทุนและราคาขายในอนาคตอย่างไร
* **สถานการณ์การระบาดของ COVID-19:** ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อของลูกค้าในตลาดหลัก
* **ราคาวัตถุดิบในตลาดโลก:** แนวโน้มราคาเม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ และสี ที่เป็นวัตถุดิบหลัก
* **การฟื้นตัวของยอดขายบริษัทลูกในอินเดีย:** ความสามารถในการกลับมาเพิ่มคำสั่งซื้อและยอดขาย
* **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต:** ประสิทธิภาพการผลิตและการควบคุมของเสีย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ว่าโรงงานมีการเดินเครื่องจักรเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** การที่ลูกค้าซื้อสินค้ามากขึ้นจากดีลค่าขนส่งล่วงหน้า และยอดขายในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงการมีคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่งในไตรมาสนี้
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงราคาวัตถุดิบทั่วโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการได้ด้วยการขึ้นราคาสินค้าและทำสัญญาซื้อล่วงหน้า
* **GPM (Gross Profit Margin):** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 46.9% แต่รายได้เพิ่มขึ้น 62.4% ทำให้สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ลดลงจาก 74.7% เหลือ 73.5% ซึ่งสะท้อนถึง GPM ที่ดีขึ้น
* **การส่งออก:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของรายได้ในไตรมาสนี้ โดยเฉพาะใน 4 โซนหลัก
* **ค่าเงิน:** มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและการเปลี่ยนแปลงในมูลค่าตราสารอนุพันธ์ในไตรมาสนี้ แต่โดยรวมยังคงมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการดำเนินงาน
* **สินค้าคงคลัง:** มูลค่าสุทธิของสินค้าคงคลังมีผลต่างในทางบวก 8.5 ล้านบาท จากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,775.4 ล้านบาท ลดลง 107.2 ล้านบาทจากสิ้นปี 2563 โดยเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงเนื่องจากการนำเงินจากการขายหุ้นมาจ่ายคืนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยสูงในอินเดีย
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,109.4 ล้านบาท ลดลง 172.8 ล้านบาทจากสิ้นปี 2563 โดยเงินกู้ยืมระยะยาวลดลงจากการนำเงินไปชำระหนี้
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 65.6 ล้านบาท มาอยู่ที่ 1,666.0 ล้านบาท จากผลกำไรสะสมจากการดำเนินงานหักด้วยเงินปันผลจ่าย
## สรุปท้าย
FPI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 สุดแข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 1,335.9% จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการที่ได้แรงหนุนจากดีลค่าขนส่งล่วงหน้าในราคาพิเศษและเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบและความผันผวนของเศรษฐกิจโลกยังคงมีอยู่ แต่แนวโน้มการเติบโตของยอดขายในตลาดต่างประเทศและการบริหารต้นทุนที่ทำได้ดี เป็นปัจจัยที่น่าจับตาต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปีนี้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FPI ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
780.16
ล้านบาท
↑ 11.3% YoY
กำไรขั้นต้น
194.32
ล้านบาท
↑ 13.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
24.91
%
กำไรสุทธิ
38.61
ล้านบาท
↓ 64.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.95
%
D/E Ratio
0.73
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
780
↑ + 11.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
194
↑ + 13.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
39
↓ -64.6%
YoY
D/E Ratio
0.73
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FPI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.73
ROE (%)
11.19
ROA (%)
9.45
Book Value/หุ้น
1.75
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FPI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-407
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FPI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-407.44
+89.08%
|
-215.49
+58.22%
|
-136.20
-640.05%
|
25.22
-122.67%
|
-111.27
-135.21%
|
315.98
+194.15%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-103.60
-33.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-86.38
-150.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
126.67
+4.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
184.89
+110.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
311.56
+68.51%
|