FPI
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
FPI
บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.59
+0.03 (+1.92%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7017 out_tok=2688 at=2026-07-25T05:15:33 --> FPI กำไรสุทธิ Q2/66 ทรงตัวเล็กน้อย รับยอดขายอเมริกาใต้-แอฟริกาหนุน แม้ต้นทุนบริหารพุ่ง FPI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/66 รายได้รวมเติบโต 0.8% เป็น 658.2 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิทรงตัวที่ 102.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขายในทวีปอเมริกาใต้และแอฟริกา รวมถึงบริษัทลูกในอินเดียที่พลิกมีกำไรครั้งแรกในรอบ 4 ปี แต่ถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ FPI ในไตรมาส 2/2566 คือ การเติบโตของรายได้ในตลาดอเมริกาใต้และแอฟริกา รวมถึงการพลิกมีกำไรของบริษัทย่อยในอินเดีย ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นได้ **1) หัวใจคืออะไร** หัวใจหลักของผลประกอบการในไตรมาส 2/2566 คือ การเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 1.2% หรือ 7.4 ล้านบาท เป็น 650.9 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในทวีปอเมริกาใต้และแอฟริกา ประกอบกับการที่ประเทศแอลจีเรียอนุญาตให้นำเข้าสินค้าได้ รวมถึงยอดขายที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของบริษัทลูกในอินเดียที่เพิ่มขึ้นถึง 89% เป็น 123 ล้านรูปี นอกจากนี้ บริษัทย่อยในอินเดียยังสามารถสร้างกำไรได้เป็นไตรมาสแรกในรอบ 4 ปี ซึ่งช่วยสนับสนุนภาพรวมกำไรสุทธิที่ทรงตัวได้ที่ 102.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าต้นทุนขายและบริการจะลดลง 3.1% แต่ก็ถูกหักล้างด้วยค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 12.2% **2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น** การเติบโตของยอดขายในอเมริกาใต้และแอฟริกาเกิดจากการฟื้นตัวของตลาดและการอนุญาตให้นำเข้าสินค้าได้ ขณะที่บริษัทลูกในอินเดียได้รับแรงหนุนจากลูกค้ารายหลักอย่าง มารูติ ซูซูกิ และการต่อรองราคาวัตถุดิบที่ต่ำลงเนื่องจากปริมาณการผลิตที่สูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทลูกในอินเดียสามารถทำกำไรได้เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี การที่ต้นทุนขายและบริการลดลงเกิดจากการที่บริษัทมีการจัดซื้อวัตถุดิบหลัก (เม็ดพลาสติก) เป็นเงินบาท ทำให้ราคาวัตถุดิบไม่ปรับตัวสูงขึ้นตามอัตราแลกเปลี่ยน ประกอบกับการที่บริษัทลูกในอินเดียสามารถต่อรองราคาวัตถุดิบได้ต่ำลง อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นเกิดจากผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์และค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่สูงขึ้น **3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในส่วนของยอดขายในทวีปอเมริกาใต้และแอฟริกาที่คาดว่าจะเติบโตได้ต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของตลาดและการอนุญาตให้นำเข้าสินค้าได้ ส่วนบริษัทลูกในอินเดียมีศักยภาพในการเติบโตของรายได้ในระยะยาว โดยคาดว่าเมื่อผลิตครบทุกโครงการจะมีรายได้ประมาณ 400-500 ล้านรูปีต่อปี อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์และค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำไรในแต่ละไตรมาส ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม Q2/66 เติบโต 0.8%** เป็น 658.2 ล้านบาท จากการเติบโตของยอดขายในอเมริกาใต้และแอฟริกา รวมถึงบริษัทลูกในอินเดีย * **กำไรสุทธิ Q2/66 ทรงตัวที่ 102.9 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 1.1% จากปีก่อน แม้ต้นทุนขายลดลง แต่ถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น * **ต้นทุนขายและบริการลดลง 3.1%** เป็น 440.1 ล้านบาท คิดเป็น 66.9% ของยอดขาย จากการบริหารต้นทุนวัตถุดิบและการต่อรองราคา * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 12.2%** เป็น 81.3 ล้านบาท คิดเป็น 12.3% ของยอดขาย สาเหตุหลักจากผลขาดทุนตราสารอนุพันธ์และค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่สูงขึ้น * **บริษัทลูกในอินเดียพลิกมีกำไรครั้งแรกในรอบ 4 ปี** จากยอดขายที่เติบโต 89% และการบริหารต้นทุนวัตถุดิบที่ดีขึ้น * **สินทรัพย์รวมลดลง 37 ล้านบาท** เป็น 3,682 ล้านบาท จากการลดลงของเงินสด สินค้าคงคลัง และการลงทุนในสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน * **หนี้สินรวมลดลง 78 ล้านบาท** เป็น 1,522 ล้านบาท จากการลดลงของเจ้าหนี้ระยะสั้น ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวมลดลง 5.6% หรือ 65.0 ล้านบาท เป็น 1,156.5 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิลดลง 23.0% หรือ 47.5 ล้านบาท เป็น 159.4 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของยอดขายโดยรวม และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายที่เพิ่มขึ้น ในส่วนของไตรมาส 2/2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 658.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% หรือ 5.1 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 1.2% เป็น 650.9 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 102.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% หรือ 1.1 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ## โอกาส * **การเติบโตในตลาดเกิดใหม่:** การเติบโตของยอดขายในทวีปอเมริกาใต้และแอฟริกา รวมถึงการที่ประเทศแอลจีเรียอนุญาตให้นำเข้าสินค้าได้ เป็นสัญญาณที่ดีต่อการขยายตลาดในอนาคต * **ศักยภาพของบริษัทลูกในอินเดีย:** การที่บริษัทลูกในอินเดียสามารถพลิกมีกำไรได้เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี และมีแนวโน้มการเติบโตของรายได้ในระยะยาว แสดงถึงโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรที่สำคัญ * **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบหลักและการต่อรองราคาที่ต่ำลง ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์:** ผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และอาจส่งผลต่อกำไรในแต่ละไตรมาส * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ อาจเป็นสัญญาณที่ต้องจับตา * **การพึ่งพิงตลาดบางภูมิภาค:** แม้จะมีตลาดที่เติบโต แต่การลดลงของยอดขายในทวีปอื่น ๆ อาจเป็นความเสี่ยงหากตลาดหลักเกิดปัญหา ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มยอดขายในทวีปอเมริกาใต้และแอฟริกา * ผลประกอบการของบริษัทลูกในอินเดีย และการบรรลุเป้าหมายรายได้ 400-500 ล้านรูปีต่อปี * ความผันผวนของผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์และค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ * การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร * การเปลี่ยนแปลงนโยบายการนำเข้าสินค้าในประเทศแอลจีเรียและประเทศอื่น ๆ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิต (utilization) โดยตรง แต่การที่บริษัทลูกในอินเดียสามารถต่อรองราคาวัตถุดิบได้ต่ำลงเนื่องจากปริมาณการผลิตที่สูงขึ้น อาจบ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของ utilization ในบางส่วน * **Order Book:** ไม่มีการกล่าวถึง Order Book โดยตรง แต่การเติบโตของยอดขายในบางภูมิภาคและการคาดการณ์รายได้ของบริษัทลูกในอินเดีย บ่งชี้ถึงการมีคำสั่งซื้อที่รองรับ * **ราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบหลัก (เม็ดพลาสติก) มีการจัดซื้อเป็นเงินบาท ทำให้ราคาวัตถุดิบไม่เพิ่มขึ้นตามอัตราแลกเปลี่ยน ประกอบกับการที่บริษัทลูกในอินเดียสามารถต่อรองราคาวัตถุดิบได้ต่ำลง * **GPM:** อัตราส่วนต้นทุนการขายและบริการต่อยอดขายลดลง 2.6% ในไตรมาส 2/66 เป็น 66.9% ซึ่งบ่งชี้ถึงการปรับตัวดีขึ้นของ Gross Profit Margin (GPM) * **ส่งออก:** ยอดขายในทวีปอเมริกาใต้และแอฟริกาเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในแอลจีเรียที่อนุญาตให้นำเข้าสินค้าได้ * **ค่าเงิน:** การจัดซื้อวัตถุดิบเป็นเงินบาทช่วยชดเชยผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ก็มีผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์ * **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงคลังลดลง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการลดลงของสินทรัพย์รวม ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 3,682 ล้านบาท ลดลง 37 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของเงินสด สินค้าคงคลัง และการลงทุนในสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,522 ล้านบาท ลดลง 78 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 สาเหตุหลักเกิดจากการลดลงของเจ้าหนี้ระยะสั้นจากการจัดซื้อวัตถุดิบและสินค้าซื้อมาขายไป ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 40 ล้านบาท เป็น 2,159 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 โดยมีผลกำไรจากการดำเนินงาน 161 ล้านบาท และเงินปันผลจ่าย เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระแสเงินสดโดยละเอียด ## สรุปท้าย FPI ในไตรมาส 2/2566 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรักษาการเติบโตของรายได้ในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอเมริกาใต้และแอฟริกา รวมถึงการพลิกฟื้นของบริษัทลูกในอินเดีย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยประคองกำไรสุทธิให้ทรงตัวได้ แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของตราสารอนุพันธ์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ขณะที่การบริหารต้นทุนวัตถุดิบและการขยายตลาดในระยะยาวยังคงเป็นโอกาสสำคัญที่บริษัทฯ จะใช้ประโยชน์เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FPI ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
780.16 ล้านบาท
↑ 11.3% YoY
กำไรขั้นต้น
194.32 ล้านบาท
↑ 13.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
24.91 %
กำไรสุทธิ
38.61 ล้านบาท
↓ 64.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.95 %
D/E Ratio
0.73
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
780
↑ + 11.3% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
194
↑ + 13.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
39
↓ -64.6% YoY
D/E Ratio
0.73

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FPI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
780.16
+11.29%
701.02
+4.49%
670.87
+2.55%
654.20
+6.35%
615.15
+26.64%
485.74
-12.72%
กำไรขั้นต้น —
194.32
+13.57%
171.10
-12.47%
195.48
-12.15%
222.52
+120.89%
100.74
+19.84%
84.06
-27.84%
ค่าใช้จ่ายรวม —
74.37
+22.85%
60.54
-4.14%
63.15
+11.53%
56.62
+238.76%
-40.81
-198.75%
41.32
+34.57%
กำไรสุทธิ —
38.61
-64.63%
109.16
+7.37%
101.67
+19.50%
85.08
-39.57%
140.78
+424.43%
26.85
-47.26%
กำไรต่อหุ้น —
0.03
-63.89%
0.07
+7.46%
0.07
+19.64%
0.06
-39.78%
0.09
+416.67%
0.02
-47.06%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
24.91
+2.05%
24.41
-16.23%
29.14
-14.32%
34.01
+107.63%
16.38
-5.37%
17.31
-17.30%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
9.53
+10.30%
8.64
-8.18%
9.41
+8.66%
8.66
+230.62%
-6.63
-177.91%
8.51
+54.17%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
4.95
-68.21%
15.57
+2.77%
15.15
+16.45%
13.01
-43.16%
22.89
+313.92%
5.53
-39.56%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-85.56
-315.95%
39.62
+118.15%
-218.28
-244.24%
151.33
+1,863.75%
-8.58
-138.53%
22.27
+523.81%
ROE(%) —
11.19
-4.68%
11.74
-30.94%
17.00
-18.27%
20.80
+7.55%
19.34
+62.25%
11.92
ROA(%) —
9.45
-9.22%
10.41
-25.38%
13.95
-10.06%
15.51
+15.92%
13.38
+35.15%
9.90
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.73
0.73
+30.36%
0.56
-26.32%
0.76
+4.11%
0.73
+2.82%
0.71
P/E —
7.10
-35.69%
11.04
+5.14%
10.50
+3.24%
10.17
-57.34%
23.84
-57.91%
56.64
+210.36%
P/BV —
0.98
-22.83%
1.27
-26.16%
1.72
-25.54%
2.31
-24.76%
3.07
+119.29%
1.40
-25.13%
BV —
1.68
+9.09%
1.54
+6.94%
1.44
+6.67%
1.35
+19.47%
1.13
+5.61%
1.07
YIELD(%) —
4.88
-4.31%
5.10
-20.93%
6.45
+72.46%
3.74
+225.22%
1.15
-81.97%
6.38
+55.61%
ราคาหุ้น —
1.64
-16.33%
1.96
-20.97%
2.48
-20.51%
3.12
-10.34%
3.48
+133.56%
1.49
-25.50%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.73
ROE (%)
11.19
ROA (%)
9.45
Book Value/หุ้น
1.78

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FPI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
2,629.89
-0.32%
2,638.39
+20.46%
2,190.27
-11.25%
2,467.86
+36.53%
1,807.57
+21.01%
1,480.45
+8.83%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
1,826.67
+17.24%
1,558.05
+14.76%
1,357.62
+8.49%
1,251.34
-5.48%
1,323.92
-4.68%
1,391.46
-0.45%
รวมสินทรัพย์ —
4,456.56
+6.20%
4,196.44
+18.28%
3,547.90
-4.61%
3,719.20
+18.77%
3,131.48
+8.63%
2,871.91
+4.13%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
0.00
1,472.14
+31.65%
1,118.18
-25.94%
1,509.90
+25.84%
1,199.88
+4.54%
1,144.50
+11.62%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
0.00
293.59
+97.48%
148.67
+64.57%
90.34
-26.32%
122.62
-8.77%
135.15
+15.32%
รวมหนี้สิน —
0.00
1,765.73
+39.38%
1,266.85
-20.83%
1,600.24
+21.00%
1,322.50
+3.14%
1,279.65
+12.00%
รวมส่วนของเจ้าของ —
0.00
2,430.71
+6.56%
0.00
0.00
0.00
1,592.26
-1.44%
D/E — —
0.73
— — —
0.80
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
11.19
11.74
17.00
20.80
19.34
11.92
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
9.45
10.41
13.95
15.51
13.38
9.90
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.81
1.79
1.96
1.63
1.51
1.65
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.31
1.27
1.32
1.14
1.07
1.10
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
175.18
178.30
0.00
0.00
154.56
144.52
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
117.26
128.01
0.00
0.00
105.00
102.82
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
54.66
58.05
0.00
0.00
78.69
78.24
วงจรเงินสด —
237.78
248.26
0.00
0.00
180.87
169.09
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-407
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FPI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-407.44
+89.08%
-215.49
+58.22%
-136.20
-640.05%
25.22
-122.67%
-111.27
-135.21%
315.98
+194.15%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
-103.60
-33.89%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
-86.38
-150.56%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
126.67
+4.23%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
184.89
+110.25%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
311.56
+68.51%