บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.59
0.01 (0.63%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7017 out_tok=2688 at=2026-07-25T05:15:33 -->
FPI กำไรสุทธิ Q2/66 ทรงตัวเล็กน้อย รับยอดขายอเมริกาใต้-แอฟริกาหนุน แม้ต้นทุนบริหารพุ่ง
FPI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/66 รายได้รวมเติบโต 0.8% เป็น 658.2 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิทรงตัวที่ 102.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขายในทวีปอเมริกาใต้และแอฟริกา รวมถึงบริษัทลูกในอินเดียที่พลิกมีกำไรครั้งแรกในรอบ 4 ปี แต่ถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ FPI ในไตรมาส 2/2566 คือ การเติบโตของรายได้ในตลาดอเมริกาใต้และแอฟริกา รวมถึงการพลิกมีกำไรของบริษัทย่อยในอินเดีย ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นได้
**1) หัวใจคืออะไร**
หัวใจหลักของผลประกอบการในไตรมาส 2/2566 คือ การเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 1.2% หรือ 7.4 ล้านบาท เป็น 650.9 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในทวีปอเมริกาใต้และแอฟริกา ประกอบกับการที่ประเทศแอลจีเรียอนุญาตให้นำเข้าสินค้าได้ รวมถึงยอดขายที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของบริษัทลูกในอินเดียที่เพิ่มขึ้นถึง 89% เป็น 123 ล้านรูปี นอกจากนี้ บริษัทย่อยในอินเดียยังสามารถสร้างกำไรได้เป็นไตรมาสแรกในรอบ 4 ปี ซึ่งช่วยสนับสนุนภาพรวมกำไรสุทธิที่ทรงตัวได้ที่ 102.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าต้นทุนขายและบริการจะลดลง 3.1% แต่ก็ถูกหักล้างด้วยค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 12.2%
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
การเติบโตของยอดขายในอเมริกาใต้และแอฟริกาเกิดจากการฟื้นตัวของตลาดและการอนุญาตให้นำเข้าสินค้าได้ ขณะที่บริษัทลูกในอินเดียได้รับแรงหนุนจากลูกค้ารายหลักอย่าง มารูติ ซูซูกิ และการต่อรองราคาวัตถุดิบที่ต่ำลงเนื่องจากปริมาณการผลิตที่สูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทลูกในอินเดียสามารถทำกำไรได้เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี การที่ต้นทุนขายและบริการลดลงเกิดจากการที่บริษัทมีการจัดซื้อวัตถุดิบหลัก (เม็ดพลาสติก) เป็นเงินบาท ทำให้ราคาวัตถุดิบไม่ปรับตัวสูงขึ้นตามอัตราแลกเปลี่ยน ประกอบกับการที่บริษัทลูกในอินเดียสามารถต่อรองราคาวัตถุดิบได้ต่ำลง อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นเกิดจากผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์และค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่สูงขึ้น
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในส่วนของยอดขายในทวีปอเมริกาใต้และแอฟริกาที่คาดว่าจะเติบโตได้ต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของตลาดและการอนุญาตให้นำเข้าสินค้าได้ ส่วนบริษัทลูกในอินเดียมีศักยภาพในการเติบโตของรายได้ในระยะยาว โดยคาดว่าเมื่อผลิตครบทุกโครงการจะมีรายได้ประมาณ 400-500 ล้านรูปีต่อปี อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์และค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำไรในแต่ละไตรมาส
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/66 เติบโต 0.8%** เป็น 658.2 ล้านบาท จากการเติบโตของยอดขายในอเมริกาใต้และแอฟริกา รวมถึงบริษัทลูกในอินเดีย
* **กำไรสุทธิ Q2/66 ทรงตัวที่ 102.9 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 1.1% จากปีก่อน แม้ต้นทุนขายลดลง แต่ถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น
* **ต้นทุนขายและบริการลดลง 3.1%** เป็น 440.1 ล้านบาท คิดเป็น 66.9% ของยอดขาย จากการบริหารต้นทุนวัตถุดิบและการต่อรองราคา
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 12.2%** เป็น 81.3 ล้านบาท คิดเป็น 12.3% ของยอดขาย สาเหตุหลักจากผลขาดทุนตราสารอนุพันธ์และค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่สูงขึ้น
* **บริษัทลูกในอินเดียพลิกมีกำไรครั้งแรกในรอบ 4 ปี** จากยอดขายที่เติบโต 89% และการบริหารต้นทุนวัตถุดิบที่ดีขึ้น
* **สินทรัพย์รวมลดลง 37 ล้านบาท** เป็น 3,682 ล้านบาท จากการลดลงของเงินสด สินค้าคงคลัง และการลงทุนในสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
* **หนี้สินรวมลดลง 78 ล้านบาท** เป็น 1,522 ล้านบาท จากการลดลงของเจ้าหนี้ระยะสั้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวมลดลง 5.6% หรือ 65.0 ล้านบาท เป็น 1,156.5 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิลดลง 23.0% หรือ 47.5 ล้านบาท เป็น 159.4 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของยอดขายโดยรวม และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายที่เพิ่มขึ้น
ในส่วนของไตรมาส 2/2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 658.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% หรือ 5.1 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 1.2% เป็น 650.9 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 102.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% หรือ 1.1 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตในตลาดเกิดใหม่:** การเติบโตของยอดขายในทวีปอเมริกาใต้และแอฟริกา รวมถึงการที่ประเทศแอลจีเรียอนุญาตให้นำเข้าสินค้าได้ เป็นสัญญาณที่ดีต่อการขยายตลาดในอนาคต
* **ศักยภาพของบริษัทลูกในอินเดีย:** การที่บริษัทลูกในอินเดียสามารถพลิกมีกำไรได้เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี และมีแนวโน้มการเติบโตของรายได้ในระยะยาว แสดงถึงโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรที่สำคัญ
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบหลักและการต่อรองราคาที่ต่ำลง ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์:** ผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และอาจส่งผลต่อกำไรในแต่ละไตรมาส
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ อาจเป็นสัญญาณที่ต้องจับตา
* **การพึ่งพิงตลาดบางภูมิภาค:** แม้จะมีตลาดที่เติบโต แต่การลดลงของยอดขายในทวีปอื่น ๆ อาจเป็นความเสี่ยงหากตลาดหลักเกิดปัญหา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มยอดขายในทวีปอเมริกาใต้และแอฟริกา
* ผลประกอบการของบริษัทลูกในอินเดีย และการบรรลุเป้าหมายรายได้ 400-500 ล้านรูปีต่อปี
* ความผันผวนของผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์และค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* การเปลี่ยนแปลงนโยบายการนำเข้าสินค้าในประเทศแอลจีเรียและประเทศอื่น ๆ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิต (utilization) โดยตรง แต่การที่บริษัทลูกในอินเดียสามารถต่อรองราคาวัตถุดิบได้ต่ำลงเนื่องจากปริมาณการผลิตที่สูงขึ้น อาจบ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของ utilization ในบางส่วน
* **Order Book:** ไม่มีการกล่าวถึง Order Book โดยตรง แต่การเติบโตของยอดขายในบางภูมิภาคและการคาดการณ์รายได้ของบริษัทลูกในอินเดีย บ่งชี้ถึงการมีคำสั่งซื้อที่รองรับ
* **ราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบหลัก (เม็ดพลาสติก) มีการจัดซื้อเป็นเงินบาท ทำให้ราคาวัตถุดิบไม่เพิ่มขึ้นตามอัตราแลกเปลี่ยน ประกอบกับการที่บริษัทลูกในอินเดียสามารถต่อรองราคาวัตถุดิบได้ต่ำลง
* **GPM:** อัตราส่วนต้นทุนการขายและบริการต่อยอดขายลดลง 2.6% ในไตรมาส 2/66 เป็น 66.9% ซึ่งบ่งชี้ถึงการปรับตัวดีขึ้นของ Gross Profit Margin (GPM)
* **ส่งออก:** ยอดขายในทวีปอเมริกาใต้และแอฟริกาเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในแอลจีเรียที่อนุญาตให้นำเข้าสินค้าได้
* **ค่าเงิน:** การจัดซื้อวัตถุดิบเป็นเงินบาทช่วยชดเชยผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ก็มีผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงคลังลดลง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการลดลงของสินทรัพย์รวม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 3,682 ล้านบาท ลดลง 37 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของเงินสด สินค้าคงคลัง และการลงทุนในสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,522 ล้านบาท ลดลง 78 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 สาเหตุหลักเกิดจากการลดลงของเจ้าหนี้ระยะสั้นจากการจัดซื้อวัตถุดิบและสินค้าซื้อมาขายไป
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 40 ล้านบาท เป็น 2,159 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 โดยมีผลกำไรจากการดำเนินงาน 161 ล้านบาท และเงินปันผลจ่าย
เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระแสเงินสดโดยละเอียด
## สรุปท้าย
FPI ในไตรมาส 2/2566 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรักษาการเติบโตของรายได้ในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอเมริกาใต้และแอฟริกา รวมถึงการพลิกฟื้นของบริษัทลูกในอินเดีย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยประคองกำไรสุทธิให้ทรงตัวได้ แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของตราสารอนุพันธ์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ขณะที่การบริหารต้นทุนวัตถุดิบและการขยายตลาดในระยะยาวยังคงเป็นโอกาสสำคัญที่บริษัทฯ จะใช้ประโยชน์เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FPI ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
780.16
ล้านบาท
↑ 11.3% YoY
กำไรขั้นต้น
194.32
ล้านบาท
↑ 13.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
24.91
%
กำไรสุทธิ
38.61
ล้านบาท
↓ 64.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.95
%
D/E Ratio
0.73
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
780
↑ + 11.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
194
↑ + 13.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
39
↓ -64.6%
YoY
D/E Ratio
0.73
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FPI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.73
ROE (%)
11.19
ROA (%)
9.45
Book Value/หุ้น
1.75
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FPI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-407
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FPI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-407.44
+89.08%
|
-215.49
+58.22%
|
-136.20
-640.05%
|
25.22
-122.67%
|
-111.27
-135.21%
|
315.98
+194.15%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-103.60
-33.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-86.38
-150.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
126.67
+4.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
184.89
+110.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
311.56
+68.51%
|