บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.59
0.01 (0.63%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6948 out_tok=2634 at=2026-07-25T15:39:14 -->
# FPI กำไร Q3/65 พุ่ง 67% รับอานิสงส์ค่าบาทอ่อน-ค่าระวางลด หนุนยอดขายตะวันออกกลาง-อเมริกาใต้
## รายได้รวมโต 36.2% จากการส่งออกที่แข็งแกร่ง ขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นตามยอดขาย แต่สัดส่วนลดลงเล็กน้อย
บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ FPI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิรวม 116.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.8 ล้านบาท หรือ 67.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการเติบโตของยอดขายในภูมิภาคตะวันออกกลางและอเมริกาใต้ รวมถึงผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงและค่าระวางเรือที่ลดลง ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้นตามยอดขาย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ FPI ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตของยอดขายที่แข็งแกร่งในภูมิภาคตะวันออกกลางและอเมริกาใต้ ประกอบกับผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนและการลดลงของค่าระวางเรือ** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 67.0% หรือ 46.8 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของยอดขายในไตรมาส 3 มาจากการที่บริษัทฯ ได้รับผลพลอยได้จากการอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ และค่าระวางเรือที่ลดลงประมาณ 50-75% ปัจจัยเหล่านี้ช่วยกระตุ้นการเติบโตของยอดขายอย่างต่อเนื่องในทวีปตะวันออกกลางและอเมริกาใต้ โดยเฉพาะในประเทศซาอุดิอาระเบีย ซึ่งบริษัทฯ ได้เดินทางไปพร้อมกับคณะรัฐบาลไทยในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ บริษัทลูกในประเทศอินเดียก็เริ่มมีการเติบโตของยอดขายอย่างก้าวกระโดดตามที่คาดการณ์ไว้
อย่างไรก็ตาม ยอดขายในทวีปแอฟริกาลดลงเนื่องจากลูกค้าในบางประเทศได้รับผลกระทบชั่วคราวจากการอ่อนค่าอย่างมากของค่าเงิน เช่น อียิปต์และแอลจีเรีย
ในส่วนของต้นทุนขายและบริการ เพิ่มขึ้น 42.8% เป็น 508.9 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 66.3% ในปีก่อนเป็น 69.5% ในไตรมาสนี้ สาเหตุหลักมาจากการปรับเปลี่ยนวิธีลงบัญชีของค่าขนส่งสินค้าค้างจ่าย และการที่บริษัทยังไม่ได้ปรับราคาขายสินค้าขึ้นตามราคาวัตถุดิบจริงจากลูกค้าของบริษัทลูกที่อินเดีย
ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 16.3% เป็น 73.6 ล้านบาท คิดเป็น 10.1% ของยอดขาย ลดลง 6.3% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการปรับเปลี่ยนวิธีลงบัญชีของค่าขนส่งสินค้าค้างจ่าย ขณะที่ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้นเนื่องจากการอ่อนค่าของเงินบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องจับตาปัจจัยกดดัน** ผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนค่าและค่าระวางเรือที่ลดลงมีแนวโน้มที่จะส่งผลดีต่อการดำเนินงานในระยะสั้นถึงกลาง อย่างไรก็ตาม การปรับราคาขายสินค้าให้สะท้อนต้นทุนวัตถุดิบจริงในอินเดีย และผลกระทบจากการอ่อนค่าของสกุลเงินท้องถิ่นในบางประเทศแอฟริกา อาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/65 เติบโต 67.0%** แตะ 116.5 ล้านบาท จาก 69.8 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q3/65 เพิ่มขึ้น 36.2%** เป็น 731.8 ล้านบาท จาก 537.2 ล้านบาทในปีก่อน
* **ยอดขายเติบโตโดดเด่นในตะวันออกกลางและอเมริกาใต้** โดยเฉพาะซาอุดิอาระเบีย
* **บริษัทลูกในอินเดียเริ่มเติบโตตามคาด** แต่ยังอยู่ในภาวะขาดทุนรอปรับราคาวัตถุดิบ
* **ต้นทุนขายต่อยอดขายเพิ่มขึ้น** เป็น 69.5% จาก 66.3% ในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายลดลง** เป็น 10.1% จาก 16.4% ในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,930.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 437.3 ล้านบาท หรือ 29.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 135.3 ล้านบาท หรือ 71.9% เป็น 323.5 ล้านบาท
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 731.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.2% จาก 537.2 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 709.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.3% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการเติบโตของยอดขายในตะวันออกกลางและอเมริกาใต้ รวมถึงผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนค่าและค่าระวางเรือลดลง
ต้นทุนขายและบริการในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 42.8% เป็น 508.9 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายเพิ่มขึ้น 3.2% เป็น 69.5%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 16.3% เป็น 73.6 ล้านบาท คิดเป็น 10.1% ของยอดขาย ลดลง 6.3% จากปีก่อน
ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 67.0% เป็น 116.5 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของยอดขายในภูมิภาคตะวันออกกลางและอเมริกาใต้** โดยเฉพาะการขยายตลาดในซาอุดิอาระเบีย
* **การฟื้นตัวของบริษัทลูกในอินเดีย** คาดการณ์รายได้ 400-500 ล้านรูปีต่อปี เมื่อผลิตครบทุกโครงการ
* **ผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนค่าและค่าระวางเรือลดลง** ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
* **การซื้อวัตถุดิบและสินค้าล่วงหน้า** เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาในตลาดโลก
## ความเสี่ยง
* **ลูกค้าในบางประเทศแอฟริกาได้รับผลกระทบจากการอ่อนค่าของสกุลเงิน** ทำให้ยอดขายลดลงชั่วคราว
* **บริษัทลูกในอินเดียยังอยู่ในภาวะขาดทุน** รอการปรับราคาวัตถุดิบจาก Maruti Suzuki
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบในตลาดโลก** จากภาวะสงครามรัสเซีย-ยูเครน
* **การแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ** ส่งผลกระทบต่อการชำระหนี้ของลูกค้าในบางประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการปรับราคาขายสินค้าของบริษัทลูกในอินเดีย และการพลิกกลับมามีกำไร
* การฟื้นตัวของยอดขายในตลาดแอฟริกาที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงิน
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานท่ามกลางความผันผวนของราคาตลาดโลก
* การบริหารจัดการลูกหนี้การค้า โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่ขอผัดผ่อนชำระ
* ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่การเติบโตของยอดขายบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การเติบโตของยอดขายในภูมิภาคตะวันออกกลางและอเมริกาใต้ รวมถึงการคาดการณ์รายได้ของบริษัทลูกในอินเดีย บ่งชี้ถึงคำสั่งซื้อที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงการซื้อวัตถุดิบและสินค้าล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาในตลาดโลก
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หรือ Gross Profit Margin ไม่ได้ระบุโดยตรง แต่สัดส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายที่เพิ่มขึ้น (จาก 66.3% เป็น 69.5%) บ่งชี้ถึงแรงกดดันต่อ GPM
* **ส่งออก:** ยอดขายส่วนใหญ่มาจากการส่งออก โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลางและอเมริกาใต้
* **ค่าเงิน:** ได้รับผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ก็ส่งผลกระทบต่อลูกค้าในบางประเทศ
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นจากการซื้อวัตถุดิบและสินค้าซื้อมาขายไปล่วงหน้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 ก.ย. 65 อยู่ที่ 3,673.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 541.5 ล้านบาท จาก 31 ธ.ค. 64 สาเหตุหลักจากลูกหนี้ต่างประเทศที่ขอผัดชำระ และสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้นจากการซื้อวัตถุดิบและสินค้าล่วงหน้า
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 ก.ย. 65 อยู่ที่ 1,632.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 309.7 ล้านบาท จาก 31 ธ.ค. 64 สาเหตุหลักจากเจ้าหนี้ระยะสั้นที่เพิ่มขึ้นจากการจัดซื้อวัตถุดิบและสินค้า รวมถึงความต้องการเงินสดเพิ่มขึ้นเพื่อบริหารกระแสเงินสด
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 ก.ย. 65 อยู่ที่ 2,040.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 231.9 ล้านบาท จาก 31 ธ.ค. 64 จากผลกำไรจากการดำเนินงานหลังหักจ่ายปันผลระหว่างกาล
## สรุปท้าย
FPI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่ง 67.0% จากการเติบโตของยอดขายในตลาดตะวันออกกลางและอเมริกาใต้ ประกอบกับผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนค่าและค่าระวางเรือลดลง แม้ต้นทุนขายต่อยอดขายจะปรับสูงขึ้น แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงช่วยหนุนกำไรให้แข็งแกร่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินในบางประเทศและผลการดำเนินงานของบริษัทลูกในอินเดียยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FPI ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
780.16
ล้านบาท
↑ 11.3% YoY
กำไรขั้นต้น
194.32
ล้านบาท
↑ 13.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
24.91
%
กำไรสุทธิ
38.61
ล้านบาท
↓ 64.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.95
%
D/E Ratio
0.73
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
780
↑ + 11.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
194
↑ + 13.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
39
↓ -64.6%
YoY
D/E Ratio
0.73
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FPI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.73
ROE (%)
11.19
ROA (%)
9.45
Book Value/หุ้น
1.75
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FPI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-407
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FPI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-407.44
+89.08%
|
-215.49
+58.22%
|
-136.20
-640.05%
|
25.22
-122.67%
|
-111.27
-135.21%
|
315.98
+194.15%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-103.60
-33.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-86.38
-150.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
126.67
+4.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
184.89
+110.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
311.56
+68.51%
|