FPI
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
FPI
บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.59
+0.03 (+1.92%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6705 out_tok=2684 at=2026-07-25T15:48:43 --> # FPI Q2/65 กำไรสุทธิพุ่ง 66.4% รับอานิสงส์ค่าเงินบาทอ่อน-ยอดขายเอเชียโต ## รายได้-กำไรโตเด่น รับอานิสงส์ค่าเงินบาทอ่อน-ยอดขายเอเชีย-ตะวันออกกลางฟื้น ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบควบคุมได้ บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ FPI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 101.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้รวมที่เติบโต 26.9% จากการอ่อนค่าของเงินบาท และการเติบโตของยอดขายในทวีปเอเชียและตะวันออกกลาง รวมถึงบริษัทลูกในอินเดีย ขณะที่ต้นทุนขายและบริการต่อยอดขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ FPI ในไตรมาส 2 ปี 2565 ให้เติบโตถึง 66.4% (YoY) มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1) การได้รับผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการอ่อนค่าของเงินบาท และ 2) การควบคุมต้นทุนขายและบริการต่อยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **ผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้กำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 4.7 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564 เป็น 46.8 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2565 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อกำไรสุทธิ * **การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้รายได้จากการขายและบริการจะเพิ่มขึ้น 19.0% แต่ต้นทุนขายและบริการกลับเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่า ทำให้ต้นทุนขายและบริการต่อยอดขายลดลงจาก 73.5% ในไตรมาส 2 ปี 2564 เหลือ 64.9% ในไตรมาส 2 ปี 2565 คิดเป็นการลดลง 8.7% สาเหตุหลักมาจากบริษัทมีการจัดซื้อเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก เป็นเงินบาท ทำให้ราคาวัตถุดิบไม่ปรับตัวสูงขึ้นตามอัตราแลกเปลี่ยน ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก:** ปัจจัยด้านอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อผลประกอบการในระยะสั้นถึงกลาง อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของค่าเงินบาทเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก ส่วนการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการซื้อวัตถุดิบและสินค้าซื้อมาขายไปล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาในตลาดโลก ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่น่าจะช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ต้องจับตาภาวะสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาวัตถุดิบในระยะยาว ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิโต 66.4% YoY:** กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 101.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 61.2 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้รวมเพิ่ม 26.9% YoY:** รายได้รวมอยู่ที่ 699.9 ล้านบาท จาก 551.4 ล้านบาทในปีก่อน * **ต้นทุนขายต่อยอดขายลดลง 8.7%:** จาก 73.5% เป็น 64.9% หนุนอัตรากำไรขั้นต้น * **ผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อน:** กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ * **ยอดขายเอเชีย-ตะวันออกกลางเติบโต:** ชดเชยยอดขายในแอฟริกาที่ชะลอตัว * **บริษัทลูกอินเดียเริ่มมีสัญญาณบวก:** ยอดขายเติบโตสูง แต่ยังขาดทุนระหว่างรอปรับราคาวัตถุดิบ ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 699.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 148.4 ล้านบาท หรือ 26.9% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 643.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 102.7 ล้านบาท หรือ 19.0% สาเหตุหลักมาจากการอ่อนค่าของเงินบาท การเติบโตของยอดขายในเอเชีย ตะวันออกกลาง และบริษัทลูกที่อินเดีย ขณะที่ยอดขายในแอฟริกาลดลงเนื่องจากลูกค้าในบางประเทศได้รับผลกระทบจากการอ่อนค่าของสกุลเงินท้องถิ่น ต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 453.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.5 ล้านบาท หรือ 12.0% แต่เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนต่อยอดขายลดลงจาก 73.5% ในปีก่อน เหลือ 64.9% ในปีนี้ เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบหลัก (เม็ดพลาสติก) ที่ซื้อเป็นเงินบาทไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นตามอัตราแลกเปลี่ยน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 119.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.3 ล้านบาท หรือ 80.9% โดยสัดส่วนต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 11.9% เป็น 17.0% สาเหตุหลักมาจากการขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์ และค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้า ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 อยู่ที่ 101.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.6 ล้านบาท หรือ 66.4% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,293.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 278.4 ล้านบาท หรือ 27.4% และมีกำไรสุทธิ 207.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88.5 ล้านบาท หรือ 74.7% ## โอกาส * **การเติบโตของยอดขายในเอเชียและตะวันออกกลาง:** เป็นตลาดหลักที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง * **การฟื้นตัวของบริษัทลูกในอินเดีย:** แม้ยังขาดทุน แต่ยอดขายเติบโตสูง และคาดว่าจะเริ่มมีกำไรเมื่อสามารถปรับราคาวัตถุดิบได้ * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** การซื้อวัตถุดิบเป็นเงินบาทและซื้อล่วงหน้าช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา * **ผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน:** หากเงินบาทยังคงอ่อนค่า จะเป็นปัจจัยหนุนกำไรอย่างต่อเนื่อง ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ภาวะสงครามรัสเซีย-ยูเครนอาจส่งผลกระทบต่อราคาวัตถุดิบในตลาดโลก * **ผลกระทบจากลูกค้าในแอฟริกา:** การอ่อนค่าของสกุลเงินท้องถิ่นในบางประเทศอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายในภูมิภาคนี้ * **การขาดทุนของบริษัทลูกในอินเดีย:** ยังคงเป็นภาระต่อผลประกอบการรวม จนกว่าจะสามารถปรับราคาวัตถุดิบได้ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มค่าเงินบาท และผลกระทบต่อกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน * ความคืบหน้าในการปรับราคาวัตถุดิบของบริษัทลูกในอินเดีย และการพลิกกลับมามีกำไร * สถานการณ์เศรษฐกิจในทวีปแอฟริกา และผลกระทบต่อยอดขาย * ความผันผวนของราคาเม็ดพลาสติก และการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัท * การเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่การเติบโตของยอดขายและการบริหารต้นทุนวัตถุดิบที่ควบคุมได้ สะท้อนถึงการบริหารจัดการการผลิตที่ดี * **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่การเติบโตของยอดขายในเอเชียและตะวันออกกลาง รวมถึงการที่ลูกค้าในบางประเทศขอผลัดชำระหนี้ (ลูกหนี้ต่างประเทศเพิ่มขึ้น) บ่งชี้ถึงความต้องการสินค้าที่ยังคงมีอยู่ * **ราคาวัตถุดิบ:** ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการซื้อวัตถุดิบหลัก (เม็ดพลาสติก) เป็นเงินบาท ทำให้ราคาไม่ปรับตามอัตราแลกเปลี่ยน และมีการซื้อล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาในตลาดโลก * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (ต้นทุนขายและบริการต่อยอดขาย) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 73.5% เป็น 64.9% * **ส่งออก:** รายได้หลักมาจากการส่งออก โดยเฉพาะในทวีปเอเชียและตะวันออกกลางที่เติบโตได้ดี * **ค่าเงิน:** ได้รับผลบวกจากการอ่อนค่าของเงินบาท ซึ่งส่งผลดีต่อกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน * **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการซื้อวัตถุดิบและสินค้าซื้อมาขายไปล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 3,435.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 303.5 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 สาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้ต่างประเทศ และสินค้าคงคลังจากการซื้อวัตถุดิบและสินค้าล่วงหน้า หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,408.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85.9 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 สาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้ระยะสั้นจากการจัดซื้อวัตถุดิบ ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,026.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 217.6 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 ซึ่งเป็นผลกำไรจากการดำเนินงาน กระแสเงินสดจากการดำเนินงานไม่ได้ระบุในเอกสาร ## สรุปท้าย FPI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 แข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตถึง 66.4% หนุนโดยปัจจัยบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า และการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและราคาวัตถุดิบ แต่การซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าและการเติบโตของตลาดเอเชียและตะวันออกกลางเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนการเติบโตในระยะต่อไป ขณะที่บริษัทลูกในอินเดียยังคงต้องจับตาการพลิกกลับมามีกำไร
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FPI ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
780.16 ล้านบาท
↑ 11.3% YoY
กำไรขั้นต้น
194.32 ล้านบาท
↑ 13.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
24.91 %
กำไรสุทธิ
38.61 ล้านบาท
↓ 64.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.95 %
D/E Ratio
0.73
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
780
↑ + 11.3% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
194
↑ + 13.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
39
↓ -64.6% YoY
D/E Ratio
0.73

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FPI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
780.16
+11.29%
701.02
+4.49%
670.87
+2.55%
654.20
+6.35%
615.15
+26.64%
485.74
-12.72%
กำไรขั้นต้น —
194.32
+13.57%
171.10
-12.47%
195.48
-12.15%
222.52
+120.89%
100.74
+19.84%
84.06
-27.84%
ค่าใช้จ่ายรวม —
74.37
+22.85%
60.54
-4.14%
63.15
+11.53%
56.62
+238.76%
-40.81
-198.75%
41.32
+34.57%
กำไรสุทธิ —
38.61
-64.63%
109.16
+7.37%
101.67
+19.50%
85.08
-39.57%
140.78
+424.43%
26.85
-47.26%
กำไรต่อหุ้น —
0.03
-63.89%
0.07
+7.46%
0.07
+19.64%
0.06
-39.78%
0.09
+416.67%
0.02
-47.06%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
24.91
+2.05%
24.41
-16.23%
29.14
-14.32%
34.01
+107.63%
16.38
-5.37%
17.31
-17.30%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
9.53
+10.30%
8.64
-8.18%
9.41
+8.66%
8.66
+230.62%
-6.63
-177.91%
8.51
+54.17%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
4.95
-68.21%
15.57
+2.77%
15.15
+16.45%
13.01
-43.16%
22.89
+313.92%
5.53
-39.56%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-85.56
-315.95%
39.62
+118.15%
-218.28
-244.24%
151.33
+1,863.75%
-8.58
-138.53%
22.27
+523.81%
ROE(%) —
11.19
-4.68%
11.74
-30.94%
17.00
-18.27%
20.80
+7.55%
19.34
+62.25%
11.92
ROA(%) —
9.45
-9.22%
10.41
-25.38%
13.95
-10.06%
15.51
+15.92%
13.38
+35.15%
9.90
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.73
0.73
+30.36%
0.56
-26.32%
0.76
+4.11%
0.73
+2.82%
0.71
P/E —
7.10
-35.69%
11.04
+5.14%
10.50
+3.24%
10.17
-57.34%
23.84
-57.91%
56.64
+210.36%
P/BV —
0.98
-22.83%
1.27
-26.16%
1.72
-25.54%
2.31
-24.76%
3.07
+119.29%
1.40
-25.13%
BV —
1.68
+9.09%
1.54
+6.94%
1.44
+6.67%
1.35
+19.47%
1.13
+5.61%
1.07
YIELD(%) —
4.88
-4.31%
5.10
-20.93%
6.45
+72.46%
3.74
+225.22%
1.15
-81.97%
6.38
+55.61%
ราคาหุ้น —
1.64
-16.33%
1.96
-20.97%
2.48
-20.51%
3.12
-10.34%
3.48
+133.56%
1.49
-25.50%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.73
ROE (%)
11.19
ROA (%)
9.45
Book Value/หุ้น
1.78

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FPI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
2,629.89
-0.32%
2,638.39
+20.46%
2,190.27
-11.25%
2,467.86
+36.53%
1,807.57
+21.01%
1,480.45
+8.83%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
1,826.67
+17.24%
1,558.05
+14.76%
1,357.62
+8.49%
1,251.34
-5.48%
1,323.92
-4.68%
1,391.46
-0.45%
รวมสินทรัพย์ —
4,456.56
+6.20%
4,196.44
+18.28%
3,547.90
-4.61%
3,719.20
+18.77%
3,131.48
+8.63%
2,871.91
+4.13%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
0.00
1,472.14
+31.65%
1,118.18
-25.94%
1,509.90
+25.84%
1,199.88
+4.54%
1,144.50
+11.62%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
0.00
293.59
+97.48%
148.67
+64.57%
90.34
-26.32%
122.62
-8.77%
135.15
+15.32%
รวมหนี้สิน —
0.00
1,765.73
+39.38%
1,266.85
-20.83%
1,600.24
+21.00%
1,322.50
+3.14%
1,279.65
+12.00%
รวมส่วนของเจ้าของ —
0.00
2,430.71
+6.56%
0.00
0.00
0.00
1,592.26
-1.44%
D/E — —
0.73
— — —
0.80
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
11.19
11.74
17.00
20.80
19.34
11.92
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
9.45
10.41
13.95
15.51
13.38
9.90
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.81
1.79
1.96
1.63
1.51
1.65
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.31
1.27
1.32
1.14
1.07
1.10
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
175.18
178.30
0.00
0.00
154.56
144.52
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
117.26
128.01
0.00
0.00
105.00
102.82
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
54.66
58.05
0.00
0.00
78.69
78.24
วงจรเงินสด —
237.78
248.26
0.00
0.00
180.87
169.09
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-407
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FPI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-407.44
+89.08%
-215.49
+58.22%
-136.20
-640.05%
25.22
-122.67%
-111.27
-135.21%
315.98
+194.15%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
-103.60
-33.89%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
-86.38
-150.56%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
126.67
+4.23%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
184.89
+110.25%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
311.56
+68.51%