บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
4.98
0.17 (3.30%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้จากการจําหน่ายน้ําดิบเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ต้นทุนขายน้ําดิบเพิ่มขึ้นไม่มากนัก โดยการเพิ่มขึ้นของต้นทุนยังน้อยกว่าอัตราการเติบโต ของปริมาณน้ําจําหน่าย
ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงจากการปรับรูปแบบการทํางานในช่วงสถานการณ์ COVID-19 และการ ควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ สาเหตุดังกล่าวข้างต้นจึงทําให้บริษัทมีอัตรากําไรขั้นต้นและอัตรากําไรสุทธิเพิ่มขึ้น เป็น 42.82% และ 23.74% ตามลําดับ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=18707 out_tok=3308 at=2026-07-25T14:05:33 -->
# EASTW กำไรสุทธิปี 2565 หดตัว 33.6% รับปริมาณน้ำดิบขายลดลง
## รายได้และกำไรสุทธิปี 2565 ปรับตัวลงจากปีก่อน ขณะที่ต้นทุนน้ำดิบลดลงไม่ทัน ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ EASTW รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 4,262.90 ล้านบาท ลดลง 7.94% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณน้ำดิบที่จำหน่ายลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลง 33.63% มาอยู่ที่ 704.61 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ EASTW ในปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ปริมาณน้ำดิบที่จำหน่ายลดลงอย่างมาก** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้หลักของบริษัท ขณะที่ต้นทุนขายน้ำดิบลดลงในอัตราที่น้อยกว่า ทำให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจน้ำดิบลดลงถึง 15.59% และส่งผลต่อเนื่องไปยังกำไรสุทธิโดยรวมของบริษัท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้ปริมาณน้ำดิบจำหน่ายลดลง คือ **ปริมาณน้ำฝนที่ตกมากต่อเนื่องในปี 2565** เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทำให้ลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มอุปโภคบริโภค สามารถใช้น้ำจากแหล่งธรรมชาติได้มากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำดิบจาก EASTW ลดลง โดยปริมาณน้ำดิบที่จำหน่ายลดลงถึง 34.42 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 13.02%
แม้ว่าปริมาณน้ำดิบที่จำหน่ายจะลดลง แต่ต้นทุนขายน้ำดิบลดลงเพียง 8.01% ซึ่งน้อยกว่าอัตราการลดลงของปริมาณน้ำจำหน่าย ปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนลดลงไม่ทัน ได้แก่ ค่าไฟฟ้าที่ภาครัฐมีการปรับขึ้นค่า FT สูงขึ้นในช่วงปลายปี 2565 ทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าลดลงในอัตราที่น้อยกว่าปริมาณน้ำจำหน่าย และค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากการรับรู้สินทรัพย์ถาวรจากโครงการลงทุนเพื่อเพิ่มความสามารถในการสูบส่ง
สำหรับธุรกิจน้ำประปา แม้ปริมาณน้ำประปาจำหน่ายจะลดลงเล็กน้อย แต่ต้นทุนขายกลับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าดิบ ค่าไฟฟ้า และค่าสารเคมี ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจน้ำประปาลดลง 13.15%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสเป็นลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตามปัจจัยฤดูกาลและเศรษฐกิจ**
เอกสารระบุว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลักของบริษัทอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูง เนื่องจากปี 2565 มีปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อปริมาณน้ำดิบที่มี อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ลักษณะอากาศในช่วงต้นปี 2566 จะมีอากาศร้อนอบอ้าวสลับกับฝนฟ้าคะนอง ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณการใช้น้ำของลูกค้ากลุ่มอุปโภคบริโภค
ในส่วนของธุรกิจน้ำอุตสาหกรรม มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีจากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC และการทยอยรับน้ำของลูกค้าใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงจากธุรกิจน้ำดิบและน้ำประปาได้ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญที่ยังคงอยู่คือความไม่แน่นอนของสัญญาเช่าระบบท่อส่งน้ำของกรมธนารักษ์ที่จะหมดอายุในเดือนธันวาคม 2566 ซึ่งส่งผลกระทบต่ออันดับเครดิตของบริษัท และยังอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลต่อการดำเนินงานในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 33.63%** อยู่ที่ 704.61 ล้านบาท จาก 1,061.60 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้จากการขายและบริการปี 2565 ลดลง 7.94%** อยู่ที่ 4,262.90 ล้านบาท จาก 4,630.50 ล้านบาทในปี 2564
* **ปริมาณน้ำดิบจำหน่ายลดลง 13.02%** เป็น 229.90 ล้าน ลบ.ม. ในปี 2565 เนื่องจากปริมาณฝนตกมาก
* **ต้นทุนขายน้ำดิบลดลง 8.01%** ซึ่งน้อยกว่าปริมาณน้ำที่ลดลง ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ธุรกิจน้ำอุตสาหกรรมเติบโตโดดเด่น** รายได้เพิ่มขึ้น 254.06% แต่ยังคงมีผลขาดทุนขั้นต้น
* **อันดับเครดิตถูกปรับลด** เป็นระดับ "A" แนวโน้ม "Stable" จากความไม่แน่นอนในการต่อสัญญาเช่าระบบท่อส่งน้ำกรมธนารักษ์
* **ภาระผูกพันรายจ่ายฝ่ายทุนเพิ่มขึ้น** เป็น 2,355.46 ล้านบาท จาก 1,073.42 ล้านบาท เพื่อรองรับโครงการก่อสร้างต่างๆ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 EASTW มีรายได้จากการขายและบริการรวม 4,262.90 ล้านบาท ลดลง 367.60 ล้านบาท (-7.94%) โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณน้ำดิบจำหน่ายที่ลดลง 34.42 ล้านลูกบาศก์เมตร (-13.02%) แม้ว่ารายได้น้ำประปาจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.52% และรายได้น้ำอุตสาหกรรมจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด 254.06%
ต้นทุนขายและบริการรวมอยู่ที่ 2,670.08 ล้านบาท ลดลง 24.49 ล้านบาท (-0.91%) เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ต้นทุนขายน้ำดิบลดลง 8.01% แต่ต้นทุนขายน้ำประปาเพิ่มขึ้น 2.76% และต้นทุนขายน้ำอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นถึง 154.79%
ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมลดลง 17.72% มาอยู่ที่ 1,592.82 ล้านบาท กำไรจากการดำเนินงานลดลง 24.79% มาอยู่ที่ 1,134.89 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลง 33.63% มาอยู่ที่ 704.61 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 0.42 บาท ลดลงจาก 0.64 บาทในปี 2564
## โอกาส
* **การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC:** นโยบายของภาครัฐในการผลักดันให้จังหวัดระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมขั้นสูง จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจน้ำดิบและน้ำอุตสาหกรรมในระยะยาว
* **การลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน:** บริษัทฯ อยู่ระหว่างดำเนินโครงการตามแผนพัฒนาแหล่งน้ำและระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก ก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำเพิ่มเติมอีกประมาณ 120 กิโลเมตร เพื่อเสริมสร้าง Water Security และรองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้น
* **การได้มาซึ่งสินทรัพย์โครงการก่อสร้างระบบท่อมาบตาพุด - สัตหีบ:** เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาแหล่งน้ำฯ เพื่อรักษาฐานลูกค้า สร้างเสถียรภาพ และเพิ่มขีดความสามารถในการจ่ายน้ำ
* **การขยายเวลาสัญญาประปาเกาะล้าน:** ได้รับการขยายเวลาดำเนินกิจการประปาเกาะล้านออกไปอีก 3 ปี จนถึง 30 กันยายน 2567
* **การเติบโตของธุรกิจน้ำอุตสาหกรรม:** มีการรับน้ำของลูกค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น บริษัท คาราบาว, บริษัท ไทยเมดิคอลโกลฟ และนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ-ปลวกแดง และมีลูกค้ารายใหม่อยู่ระหว่างรอลงนามสัญญา
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนในการต่อสัญญาเช่าระบบท่อส่งน้ำของกรมธนารักษ์:** สัญญาจะหมดอายุในเดือนธันวาคม 2566 และยังอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่ออันดับเครดิตและอาจมีผลต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาว
* **ปริมาณน้ำฝนที่มากผิดปกติ:** ส่งผลให้ปริมาณการใช้น้ำดิบจากแหล่งธรรมชาติของลูกค้าเพิ่มขึ้น ลดความต้องการใช้น้ำจากบริษัทฯ
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น:** แม้ปริมาณน้ำจะลดลง แต่ต้นทุนบางส่วน เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าสารเคมี และค่าเสื่อมราคา ยังคงมีภาระต่อเนื่อง
* **การแข่งขันในธุรกิจน้ำอุตสาหกรรม:** แม้จะมีการเติบโต แต่การแข่งขันในตลาดอาจส่งผลต่ออัตรากำไร
* **ความเปราะบางของกำลังซื้อในประเทศและเศรษฐกิจโลก:** อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำของภาคอุตสาหกรรมในระยะต่อไป
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าของคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาเช่าระบบท่อส่งน้ำกรมธนารักษ์:** ผลการตัดสินของศาลปกครองกลางและแนวโน้มการต่อสัญญา
* **ปริมาณน้ำฝนและสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ:** ปัจจัยสำคัญต่อปริมาณการขายน้ำดิบ
* **การรับน้ำของลูกค้าใหม่ในธุรกิจน้ำอุตสาหกรรม:** ความสามารถในการสร้างรายได้และพลิกสู่การมีกำไร
* **ความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำใหม่:** การแล้วเสร็จและการสร้างรายได้ตามแผน
* **แนวโน้มต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ:** ผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตน้ำประปาและน้ำอุตสาหกรรม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ธุรกิจน้ำดิบ:** รายได้ลดลง 11.83% จากปริมาณขายที่ลดลง 13.02% เนื่องจากฝนตกมาก ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.37% เป็น 11.28 บาท/ลบ.ม. กำไรขั้นต้นลดลง 15.59% อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 50.43% เป็น 48.28% สาเหตุหลักจากต้นทุนขายลดลงไม่ทันปริมาณขายที่ลดลง โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่ปรับขึ้นและค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนโครงการใหม่
**ธุรกิจน้ำประปา:** รายได้ลดลง 2.33% จากปริมาณขายที่ลดลง 3.69% ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 2.76% โดยเฉพาะค่าดิบ ค่าไฟฟ้า และค่าสารเคมี ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 13.15% อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 31.98% เป็น 28.43%
**ธุรกิจน้ำอุตสาหกรรม:** รายได้เติบโตสูงถึง 254.06% จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจยังคงมีผลขาดทุนขั้นต้น 62.12 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการบันทึกค่าเสื่อมราคาโครงการที่เพิ่งแล้วเสร็จ แต่คาดว่าจะเริ่มมีกำไรขั้นต้นได้ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป
**การลงทุน:** ภาระผูกพันรายจ่ายฝ่ายทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็น 2,355.46 ล้านบาท จาก 1,073.42 ล้านบาท โดยหลักมาจากโครงการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำดิบอ่างเก็บน้ำคลองหลวง – ชลบุรี และโครงการให้บริการน้ำครบวงจรแก่พื้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 5.95% เป็น 25,097.79 ล้านบาท โดยหลักจากสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่นๆ และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นจากการก่อสร้างโครงการต่างๆ หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 10.34% เป็น 13,530.13 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการออกหุ้นกู้ใหม่เพื่อ Refinance เงินกู้ระยะยาว ทำให้ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.23% เป็น 11,567.66 ล้านบาท
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสุทธิได้ 1,912.14 ล้านบาท แต่ถูกใช้ไปในกิจกรรมการลงทุนจำนวนมากถึง (2,919.48) ล้านบาท โดยเฉพาะการซื้อสินทรัพย์ถาวรและจ่ายล่วงหน้าค่างานก่อสร้าง ทำให้เงินสดสุทธิลดลง 202.50 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นจาก 1.09 เท่า เป็น 1.19 เท่า และอัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ยและเงินต้น (DSCR) ลดลงจาก 1.82 เท่า เป็น 1.38 เท่า
## สรุปท้าย
ปี 2565 เป็นปีที่ EASTW เผชิญกับความท้าทายจากปริมาณน้ำดิบที่จำหน่ายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลมาจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการใช้น้ำจากแหล่งธรรมชาติ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และกำไรสุทธิที่ลดลงอย่างมาก แม้ธุรกิจน้ำอุตสาหกรรมจะเติบโตโดดเด่น แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากธุรกิจหลักได้ทั้งหมด ขณะที่ความไม่แน่นอนของสัญญาเช่าระบบท่อส่งน้ำกรมธนารักษ์ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม การลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานและการเติบโตของธุรกิจน้ำอุตสาหกรรมเป็นสัญญาณบวกที่อาจช่วยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคตได้หากสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงและต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ EASTW ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
850.81
ล้านบาท
↓ 8.4% YoY
กำไรขั้นต้น
498.78
ล้านบาท
↑ 14% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
58.62
%
กำไรสุทธิ
13.85
ล้านบาท
↓ 32.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.63
%
D/E Ratio
1.41
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
851
↓ -8.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
499
↑ + 14%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
14
↓ -32.7%
YoY
D/E Ratio
1.41
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — EASTW
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.41
ROE (%)
0.08
ROA (%)
1.84
Book Value/หุ้น
6.90
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — EASTW
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-754
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-584
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — EASTW
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-754.28
-20.92%
|
-953.81
+5.37%
|
-905.19
-16.20%
|
-1,080.24
-22.34%
|
-1,391.02
-412.62%
|
444.95
-11.59%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-583.76
+115.55%
|
-270.82
-164.11%
|
422.43
-160.47%
|
-698.53
-170.04%
|
997.39
-262.09%
|
-615.32
+5.75%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
629.55
-47.67%
|
1,202.95
+52.67%
|
787.96
-54.93%
|
1,748.20
-191.08%
|
-1,919.43
+3,279.28%
|
-56.80
-167.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-708.48
+3,167.90%
|
-21.68
-107.10%
|
305.20
-1,098.69%
|
-30.56
-98.68%
|
-2,313.05
+5,632.47%
|
-40.35
-92.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
261.98
-59.34%
|
644.31
+608.58%
|
90.93
-69.01%
|
293.43
+346.69%
|
65.69
+12.85%
|
58.21
-89.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
126.30
-51.79%
|
261.98
-59.34%
|
644.31
+608.58%
|
90.93
-69.01%
|
293.43
+346.69%
|
65.69
+12.85%
|