บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
4.98
0.17 (3.30%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้จากการจําหน่ายน้ําดิบเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ต้นทุนขายน้ําดิบเพิ่มขึ้นไม่มากนัก โดยการเพิ่มขึ้นของต้นทุนยังน้อยกว่าอัตราการเติบโต ของปริมาณน้ําจําหน่าย
ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงจากการปรับรูปแบบการทํางานในช่วงสถานการณ์ COVID-19 และการ ควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ สาเหตุดังกล่าวข้างต้นจึงทําให้บริษัทมีอัตรากําไรขั้นต้นและอัตรากําไรสุทธิเพิ่มขึ้น เป็น 42.82% และ 23.74% ตามลําดับ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15715 out_tok=2933 at=2026-07-25T15:35:18 -->
# EASTW กำไรสุทธิ Q3/65 ดิ่ง 45.6% รับปริมาณน้ำดิบขายวูบ
**รายได้และกำไรสุทธิลดลง YoY เหตุฝนตกมาก ลูกค้าใช้น้ำธรรมชาติน้อยลง ขณะที่ต้นทุนยังทรงตัว และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยพุ่ง**
บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ EASTW รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,024.14 ล้านบาท ลดลง 8.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 126.06 ล้านบาท ลดลงถึง 45.61% โดยมีปัจจัยหลักมาจากปริมาณน้ำดิบที่จำหน่ายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนขายน้ำดิบลดลงไม่ทัน และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ EASTW ในไตรมาส 3 ปี 2565 และ 9 เดือนแรกของปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **"ปริมาณน้ำดิบจำหน่ายที่ลดลงอย่างมาก"** ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้หลักของบริษัทฯ โดยใน 9 เดือนแรกปี 2565 ปริมาณน้ำดิบจำหน่ายลดลงถึง 22.53 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ -10.99% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้รายได้น้ำดิบลดลง 221.54 ล้านบาท หรือ -9.73% แม้ว่าราคาขายน้ำดิบจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่สามารถชดเชยปริมาณที่หายไปได้ นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นยังเป็นอีกปัจจัยกดดันกำไร
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้ปริมาณน้ำดิบจำหน่ายลดลง มาจาก **"ปริมาณน้ำฝนที่ตกมากต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรกของปี 2565"** เมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้ลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มอุปโภคบริโภค สามารถใช้น้ำจากแหล่งธรรมชาติได้มากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำดิบจาก EASTW ลดลงตามไปด้วย ในขณะที่ต้นทุนขายน้ำดิบลดลงเพียง 61.87 ล้านบาท หรือ -5.74% ซึ่งน้อยกว่าปริมาณที่ลดลง เนื่องจากยังมีต้นทุนคงที่บางส่วน เช่น ค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากการรับรู้ทรัพย์สินถาวรโครงการใหม่ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ใช้ในการสูบส่งน้ำ ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 58.49 ล้านบาท หรือ 46.51% จากการกู้ยืมเพื่อ Refinance หุ้นกู้ ทำให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีโอกาสที่จะปรับตัวดีขึ้นในอนาคต จากเอกสารระบุว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของบริษัทอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูง และคาดการณ์ว่าปริมาณฝนรวมในภาคตะวันออกช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2565 จะสูงกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อปริมาณน้ำดิบที่มี อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของปริมาณขายจะขึ้นอยู่กับปริมาณฝนในอนาคต และความต้องการใช้น้ำของภาคอุตสาหกรรมที่ยังคงมีแนวโน้มเติบโตจากนโยบาย EEC และการลงทุนในโครงการต่างๆ ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจน้ำอุตสาหกรรมในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 28.32% YoY:** สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2565 กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เท่ากับ 629.23 ล้านบาท ลดลงจาก 877.78 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง 6.76% YoY:** ใน 9 เดือนแรกปี 2565 รายได้จากการขายและบริการรวมอยู่ที่ 3,312.59 ล้านบาท ลดลง 240.30 ล้านบาท
* **ปริมาณน้ำดิบขายวูบ 9.52%:** ใน 9 เดือนแรกปี 2565 ปริมาณน้ำดิบที่สูบจ่ายลดลง 21.85 ล้านลูกบาศก์เมตร
* **ต้นทุนทางการเงินพุ่ง 46.51%:** ใน 9 เดือนแรกปี 2565 ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 58.49 ล้านบาท
* **ธุรกิจน้ำอุตสาหกรรมเติบโตสูง:** รายได้น้ำอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 222.06% ใน 9 เดือนแรกปี 2565 แต่ยังคงมีผลขาดทุนขั้นต้น
* **การลงทุนในระบบท่อส่งน้ำ:** บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินโครงการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำเพิ่มเติมอีกประมาณ 120 กิโลเมตร คาดแล้วเสร็จ ธ.ค. 2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 3,312.59 ล้านบาท ลดลง 6.76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณน้ำดิบจำหน่ายที่ลดลง ในขณะที่ต้นทุนขายและบริการรวมลดลงเพียง 0.08% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 15.26% มาอยู่ที่ 1,325.25 ล้านบาท เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 14.20% และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 46.51% ทำให้กำไรจากการดำเนินงานลดลง 19.43% และกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลง 28.32% มาอยู่ที่ 629.23 ล้านบาท
## โอกาส
* **การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมใน EEC:** นโยบายของภาครัฐในการผลักดันพื้นที่ EEC ให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมขั้นสูง จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนความต้องการใช้น้ำอุตสาหกรรมในระยะยาว
* **การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ:** บริษัทกำลังดำเนินโครงการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำเพิ่มเติมเพื่อเสริมสร้าง Water Security และรองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
* **การต่ออายุสัมปทาน:** กิจการประปาเกาะล้านได้เห็นชอบให้ต่ออายุสัญญาดำเนินกิจการอีก 3 ปี ซึ่งจะช่วยรักษาฐานรายได้ในส่วนนี้
* **การเติบโตของธุรกิจน้ำอุตสาหกรรม:** แม้ปัจจุบันจะยังขาดทุน แต่มีแนวโน้มที่ดีจากการทยอยรับน้ำของลูกค้าใหม่ๆ และคาดการณ์ว่าจะเริ่มมีกำไรขั้นต้นได้ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสัญญาเช่าระบบท่อส่งน้ำกรมธนารักษ์:** ทริสเรทติ้งได้ลดอันดับเครดิตสะท้อนความเป็นไปได้ที่บริษัทจะไม่สามารถต่อสัญญาเช่าระบบท่อส่งน้ำของกรมธนารักษ์ได้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของโครงข่ายท่อส่งน้ำ
* **ความล่าช้าของคดีความ:** แม้ศาลปกครองสูงสุดจะกลับคำสั่งศาลปกครองชั้นต้นในประเด็นวิธีการชั่วคราว แต่คดีหลักยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระยะยาว
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัว และกำลังซื้อในประเทศที่ยังอ่อนแอ อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่ใช้บริการน้ำของบริษัท
* **ความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบ:** ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร หากไม่สามารถส่งผ่านไปยังราคาขายได้ทั้งหมด
* **ผลกระทบจากอุทกภัย:** แม้คาดว่าจะส่งผลกระทบในวงจำกัด แต่ก็ยังเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าของคดีความกับกรมธนารักษ์:** การตัดสินในคดีหลักจะส่งผลต่อทิศทางของสัญญาเช่าระบบท่อส่งน้ำในอนาคต
* **การรับน้ำของลูกค้าในธุรกิจน้ำอุตสาหกรรม:** การทยอยรับน้ำตามสัญญาและการลงนามกับลูกค้ารายใหม่ จะเป็นตัวชี้วัดการฟื้นตัวของธุรกิจนี้
* **การดำเนินโครงการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำ:** ความคืบหน้าและกำหนดแล้วเสร็จตามแผน จะส่งผลต่อความสามารถในการรองรับความต้องการใช้น้ำในอนาคต
* **ปริมาณน้ำฝนและสถานการณ์น้ำ:** ปัจจัยสำคัญต่อปริมาณการขายน้ำดิบในระยะสั้นถึงกลาง
* **แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินอาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ธุรกิจน้ำดิบ:** รายได้หลักของบริษัทฯ ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปริมาณน้ำฝนที่มากเกินไป ทำให้ปริมาณขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ราคาขายเฉลี่ยจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่สามารถชดเชยปริมาณที่หายไปได้ อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจน้ำดิบลดลงจาก 52.65% ใน 9 เดือนแรกปี 2564 มาอยู่ที่ 50.56% ในปี 2565 โดยมีปัจจัยกดดันจากค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนโครงการใหม่ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสูบส่งน้ำ
**ธุรกิจน้ำประปา:** รายได้ลดลงเล็กน้อยตามปริมาณขายที่ลดลง 5.32% ใน 9 เดือนแรกปี 2565 อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 33.38% เป็น 29.83% เนื่องจากต้นทุนขายยังไม่สามารถลดลงได้ตามปริมาณขายที่ลดลง โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 8.41% และค่าสารเคมีที่เพิ่มขึ้น 8.40%
**ธุรกิจน้ำอุตสาหกรรม:** มีการเติบโตของรายได้ที่โดดเด่นถึง 222.07% ใน 9 เดือนแรกปี 2565 จากการทยอยรับน้ำของลูกค้าใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจยังคงมีผลขาดทุนขั้นต้น 42.32 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการบันทึกค่าเสื่อมราคาของโครงการที่แล้วเสร็จ แต่ลูกค้ายังรับน้ำในปริมาณขั้นบันได บริษัทคาดการณ์ว่าธุรกิจนี้จะเริ่มมีกำไรขั้นต้นได้ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 24,213.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.22% โดยมีสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่นๆ เพิ่มขึ้นจากการก่อสร้างโครงการหนองปลาไหล-หนองค้อ-แหลมฉบัง และที่ดินอาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นจากการก่อสร้างโครงการอื่นๆ หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 4.09% เป็น 12,762.86 ล้านบาท โดยมีหุ้นกู้เพิ่มขึ้น 400 ล้านบาทจากการออกหุ้นกู้ใหม่เพื่อ Refinance ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.21% เป็น 11,451.07 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.13 เท่า
ใน 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัทมีเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 1,450.74 ล้านบาท แต่ใช้ไปในกิจกรรมการลงทุน 1,393.75 ล้านบาท โดยหลักจากการซื้อสินทรัพย์ถาวรและจ่ายล่วงหน้าค่าก่อสร้าง ทำให้เงินสดสุทธิใช้ไปจากกิจกรรมจัดหาเงิน 65.12 ล้านบาท
## สรุปท้าย
EASTW เผชิญกับแรงกดดันด้านผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2565 และ 9 เดือนแรก จากปริมาณน้ำดิบขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการใช้น้ำจากแหล่งธรรมชาติ ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทมีโอกาสเติบโตในระยะยาวจากนโยบาย EEC และการลงทุนในโครงข่ายท่อส่งน้ำ ขณะที่ความเสี่ยงสำคัญยังคงอยู่ที่ความไม่แน่นอนของสัญญาเช่าระบบท่อส่งน้ำกรมธนารักษ์และคดีความที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ EASTW ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
850.81
ล้านบาท
↓ 8.4% YoY
กำไรขั้นต้น
498.78
ล้านบาท
↑ 14% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
58.62
%
กำไรสุทธิ
13.85
ล้านบาท
↓ 32.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.63
%
D/E Ratio
1.41
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
851
↓ -8.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
499
↑ + 14%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
14
↓ -32.7%
YoY
D/E Ratio
1.41
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — EASTW
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.41
ROE (%)
0.08
ROA (%)
1.84
Book Value/หุ้น
6.90
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — EASTW
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-754
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-584
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — EASTW
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-754.28
-20.92%
|
-953.81
+5.37%
|
-905.19
-16.20%
|
-1,080.24
-22.34%
|
-1,391.02
-412.62%
|
444.95
-11.59%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-583.76
+115.55%
|
-270.82
-164.11%
|
422.43
-160.47%
|
-698.53
-170.04%
|
997.39
-262.09%
|
-615.32
+5.75%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
629.55
-47.67%
|
1,202.95
+52.67%
|
787.96
-54.93%
|
1,748.20
-191.08%
|
-1,919.43
+3,279.28%
|
-56.80
-167.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-708.48
+3,167.90%
|
-21.68
-107.10%
|
305.20
-1,098.69%
|
-30.56
-98.68%
|
-2,313.05
+5,632.47%
|
-40.35
-92.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
261.98
-59.34%
|
644.31
+608.58%
|
90.93
-69.01%
|
293.43
+346.69%
|
65.69
+12.85%
|
58.21
-89.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
126.30
-51.79%
|
261.98
-59.34%
|
644.31
+608.58%
|
90.93
-69.01%
|
293.43
+346.69%
|
65.69
+12.85%
|