บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
4.98
0.17 (3.30%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้จากการจําหน่ายน้ําดิบเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ต้นทุนขายน้ําดิบเพิ่มขึ้นไม่มากนัก โดยการเพิ่มขึ้นของต้นทุนยังน้อยกว่าอัตราการเติบโต ของปริมาณน้ําจําหน่าย
ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงจากการปรับรูปแบบการทํางานในช่วงสถานการณ์ COVID-19 และการ ควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ สาเหตุดังกล่าวข้างต้นจึงทําให้บริษัทมีอัตรากําไรขั้นต้นและอัตรากําไรสุทธิเพิ่มขึ้น เป็น 42.82% และ 23.74% ตามลําดับ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=20391 out_tok=3303 at=2026-07-25T05:11:38 -->
# EASTW กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 65% รับต้นทุนพุ่ง-ค่าใช้จ่ายพิเศษพ่นพิษ
## รายได้ทรงตัวแต่ต้นทุนพุ่ง 11.5% ฉุดกำไรสุทธิวูบ 53.5% ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้นจากรายการ One-Time Expense
บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ EASTW รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,168.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ต้นทุนขายและบริการรวมเพิ่มขึ้นถึง 11.05% ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 66.00% อยู่ที่ 86.23 ล้านบาท และสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลง 53.46% อยู่ที่ 235.34 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนที่สูงขึ้นและการบันทึกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ EASTW ในไตรมาส 2 และ 6 เดือนแรกของปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจน้ำดิบ ประกอบกับ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากรายการค่าเผื่อการด้อยค่าสินทรัพย์ที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (One-Time Expense)** ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิโดยรวม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น:**
* **ธุรกิจน้ำดิบ:** มีต้นทุนขายน้ำดิบเพิ่มขึ้น 13.39% ใน 6 เดือนแรกปี 2566 โดยมีสาเหตุหลักมาจาก **ค่าไฟฟ้าที่ปรับสูงขึ้น** จากการปรับขึ้นค่า FT ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 36.58% ของต้นทุนขายน้ำดิบ และยังมีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการสูบส่งและปรับปรุงแนวท่อที่เพิ่มขึ้น แม้ปริมาณขายจะลดลงเล็กน้อย
* **ธุรกิจน้ำประปา:** มีต้นทุนขายน้ำประปาเพิ่มขึ้น 12.42% ใน 6 เดือนแรกปี 2566 โดยมีสาเหตุหลักมาจาก **ค่าไฟฟ้าที่ปรับสูงขึ้น** เช่นเดียวกับธุรกิจน้ำดิบ และค่าน้ำดิบที่เพิ่มขึ้น
* **ธุรกิจน้ำอุตสาหกรรม:** แม้รายได้จะเติบโตสูง แต่ต้นทุนขายน้ำอุตสาหกรรมก็เพิ่มขึ้นถึง 56.75% ใน 6 เดือนแรกปี 2566 โดยมีค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในโครงการใหม่ๆ และค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากรายการ One-Time Expense:** ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ มีการบันทึก **ค่าเผื่อการด้อยค่าสินทรัพย์ที่ไม่อาจรื้อถอนได้รวม 101.61 ล้านบาท** จากการส่งมอบพื้นที่และทรัพย์สินโครงการท่อส่งน้ำหนองปลาไหล - หนองค้อ และหนองค้อ - แหลมฉบัง (ระยะที่ 2) คืนแก่กรมธนารักษ์ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับรายการค่าเผื่อการด้อยค่าสินทรัพย์ที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (One-Time Expense) ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้ แต่จะไม่เกิดขึ้นต่อเนื่องในอนาคต อย่างไรก็ตาม **ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น** มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทในระยะต่อไป หากไม่มีการปรับลดลงหรือบริษัทสามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลง 53.46%** ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 235.34 ล้านบาท จาก 505.61 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายและบริการรวมลดลงเล็กน้อย 0.30%** ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 2,281.48 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายและบริการรวมเพิ่มขึ้น 11.51%** ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 1,489.00 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 34.15%** ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 359.71 ล้านบาท โดยมีรายการค่าเผื่อการด้อยค่าสินทรัพย์ 101.61 ล้านบาท
* **ธุรกิจน้ำดิบลดลง 5.59%** ใน 6 เดือนแรกปี 2566 จากปริมาณขายที่ลดลงหลังการส่งมอบทรัพย์สินให้กรมธนารักษ์ และอุตสาหกรรมปิโตรเคมีชะลอตัว
* **ธุรกิจน้ำประปาเติบโต 8.77%** ใน 6 เดือนแรกปี 2566 จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น
* **ธุรกิจน้ำอุตสาหกรรมเติบโตโดดเด่น 131.17%** ใน 6 เดือนแรกปี 2566 จากการรับน้ำของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น และคาดว่าจะเริ่มมีกำไรขั้นต้นปลายปี 2566
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง** จาก 52.26% ใน 6 เดือนแรกปี 2565 เป็น 42.65% ใน 6 เดือนแรกปี 2566 โดยเฉพาะธุรกิจน้ำดิบ
* **อัตรากำไรสุทธิลดลง** จาก 22.72% ใน 6 เดือนแรกปี 2565 เป็น 10.65% ใน 6 เดือนแรกปี 2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับ 6 เดือนแรกของปี 2566 EASTW มีรายได้จากการขายและบริการรวม 2,281.48 ล้านบาท ลดลง 0.30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากปริมาณน้ำดิบจำหน่ายที่ลดลง อย่างไรก็ตาม รายได้น้ำประปาและน้ำอุตสาหกรรมมีการเติบโตที่ดี ในขณะที่ต้นทุนขายและบริการรวมเพิ่มขึ้น 11.51% เป็น 1,489.00 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น และต้นทุนน้ำดิบที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 16.86% อยู่ที่ 792.48 ล้านบาท ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 34.15% เป็น 359.71 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการส่งมอบทรัพย์สินให้กรมธนารักษ์ ทำให้กำไรจากการดำเนินงานลดลง 38.65% และส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลง 53.46% อยู่ที่ 235.34 ล้านบาท
## โอกาส
* **การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักสำหรับธุรกิจน้ำดิบ โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานระบบท่อส่งน้ำเพิ่มเติมเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
* **การเติบโตของธุรกิจน้ำประปา:** ปริมาณการจำหน่ายน้ำประปาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความต้องการใช้น้ำในภาคครัวเรือนและภาคบริการ
* **การพลิกกลับมามีกำไรของธุรกิจน้ำอุตสาหกรรม:** คาดการณ์ว่าจะเริ่มมีกำไรขั้นต้นได้ในช่วงปลายปี 2566 จากการทยอยรับน้ำของลูกค้าใหม่และลูกค้าเดิม รวมถึงการขยายสัญญา
* **การต่อสัญญากิจการประปาเกาะล้าน:** การขยายเวลาดำเนินกิจการประปาเกาะล้านออกไปอีก 3 ปี จนถึง 30 กันยายน 2567 ช่วยสร้างความต่อเนื่องของรายได้
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น:** เป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการดำเนินงานในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจน้ำดิบและน้ำประปา
* **ความไม่แน่นอนจากคดีความกับกรมธนารักษ์:** แม้ศาลปกครองสูงสุดจะมีคำตัดสินในชั้นอุทธรณ์คำสั่งคุ้มครองชั่วคราว แต่คดีหลักยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในอนาคต
* **การส่งมอบทรัพย์สินโครงการท่อส่งน้ำ:** การส่งมอบทรัพย์สินคืนให้กรมธนารักษ์ส่งผลกระทบต่อปริมาณขายน้ำดิบในบางพื้นที่ และต้องมีการวางแผนการบริหารจัดการระบบท่อทดแทน
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมปิโตรเคมี ทำให้ลูกค้าใช้น้ำดิบลดลง
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ที่เพิ่มขึ้น:** อยู่ที่ 1.27 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 เพิ่มขึ้นจาก 1.05 เท่า ในปีก่อน จากการออกหุ้นกู้เพิ่ม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าของคดีความกับกรมธนารักษ์:** ผลการพิจารณาคดีหลักจะส่งผลต่อทิศทางการดำเนินงานในระยะยาว
* **การบริหารจัดการต้นทุนค่าไฟฟ้า:** ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย หรือการบริหารจัดการการใช้พลังงาน
* **ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างระบบท่อทดแทน:** เพื่อทดแทนท่อที่ส่งมอบคืนกรมธนารักษ์ และเสริมสร้าง Water Security
* **การรับน้ำของลูกค้าในธุรกิจน้ำอุตสาหกรรม:** การทยอยรับน้ำตามสัญญาใหม่และสัญญาเดิม จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพลิกมีกำไร
* **การบริหารจัดการสภาพคล่องและภาระหนี้สิน:** โดยเฉพาะอัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ยและเงินต้น (DSCR) ที่ลดลง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ราคาขายน้ำดิบเฉลี่ย:** อยู่ที่ 11.14 บาท/ลบ.ม. ลดลง 0.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **ปริมาณน้ำดิบสูบจ่าย:** สำหรับ 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 145.14 ล้าน ลบ.ม. ลดลง 0.17% โดยปริมาณน้ำดิบจำหน่ายลดลง 4.79% จากผลกระทบการส่งมอบทรัพย์สินให้กรมธนารักษ์
* **อัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจน้ำดิบ:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 52.26% ใน 6 เดือนแรกปี 2565 เป็น 42.65% ใน 6 เดือนแรกปี 2566
* **ปริมาณน้ำประปาจำหน่ายรวม:** เพิ่มขึ้น 5.56% ใน 6 เดือนแรกปี 2566 เป็น 48.99 ล้าน ลบ.ม.
* **อัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจน้ำประปา:** ลดลงเล็กน้อยจาก 30.71% ใน 6 เดือนแรกปี 2565 เป็น 28.39% ใน 6 เดือนแรกปี 2566
* **ปริมาณน้ำอุตสาหกรรมจำหน่าย:** เพิ่มขึ้น 144.30% ใน 6 เดือนแรกปี 2566 เป็น 4.79 ล้าน ลบ.ม.
* **การลงทุนในโครงการ:** มีภาระผูกพันรายจ่ายฝ่ายทุน ณ 30 มิ.ย. 2566 จำนวน 2,104.04 ล้านบาท โดยหลักจากโครงการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำดิบอ่างเก็บน้ำคลองหลวง - ชลบุรี และโครงการให้บริการน้ำครบวงจรแก่พื้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 26,246.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.58% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักจากการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สำหรับโครงการต่างๆ หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 7.88% เป็น 14,596.70 ล้านบาท จากการกู้ยืมระยะยาวและออกหุ้นกู้เพื่อรองรับการลงทุน ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 0.75% เป็น 11,500.02 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.27 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.05 เท่า ในปีก่อน
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานใน 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 893.25 ล้านบาท แต่กระแสเงินสดใช้ไปจากกิจกรรมการลงทุนจำนวน -1,327.99 ล้านบาท โดยหลักจากการจ่ายเพื่อซื้อสินทรัพย์ถาวรและจ่ายค่างวดงานโครงการก่อสร้าง ขณะที่กระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 477.61 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้
## สรุปท้าย
EASTW เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในทุกกลุ่มธุรกิจ ประกอบกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการส่งมอบทรัพย์สินให้กรมธนารักษ์ ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 และ 6 เดือนแรกปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมาก แม้ธุรกิจน้ำประปาและน้ำอุตสาหกรรมจะเติบโตได้ดี แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นและรายการพิเศษได้ นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของคดีความกับกรมธนารักษ์ และความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนค่าไฟฟ้า รวมถึงการรับรู้รายได้จากโครงการลงทุนใหม่ๆ ที่จะทยอยเข้ามาในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ EASTW ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
850.81
ล้านบาท
↓ 8.4% YoY
กำไรขั้นต้น
498.78
ล้านบาท
↑ 14% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
58.62
%
กำไรสุทธิ
13.85
ล้านบาท
↓ 32.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.63
%
D/E Ratio
1.41
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
851
↓ -8.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
499
↑ + 14%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
14
↓ -32.7%
YoY
D/E Ratio
1.41
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — EASTW
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.41
ROE (%)
0.08
ROA (%)
1.84
Book Value/หุ้น
6.90
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — EASTW
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-754
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-584
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — EASTW
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-754.28
-20.92%
|
-953.81
+5.37%
|
-905.19
-16.20%
|
-1,080.24
-22.34%
|
-1,391.02
-412.62%
|
444.95
-11.59%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-583.76
+115.55%
|
-270.82
-164.11%
|
422.43
-160.47%
|
-698.53
-170.04%
|
997.39
-262.09%
|
-615.32
+5.75%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
629.55
-47.67%
|
1,202.95
+52.67%
|
787.96
-54.93%
|
1,748.20
-191.08%
|
-1,919.43
+3,279.28%
|
-56.80
-167.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-708.48
+3,167.90%
|
-21.68
-107.10%
|
305.20
-1,098.69%
|
-30.56
-98.68%
|
-2,313.05
+5,632.47%
|
-40.35
-92.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
261.98
-59.34%
|
644.31
+608.58%
|
90.93
-69.01%
|
293.43
+346.69%
|
65.69
+12.85%
|
58.21
-89.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
126.30
-51.79%
|
261.98
-59.34%
|
644.31
+608.58%
|
90.93
-69.01%
|
293.43
+346.69%
|
65.69
+12.85%
|