บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
4.98
0.17 (3.30%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้จากการจําหน่ายน้ําดิบเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ต้นทุนขายน้ําดิบเพิ่มขึ้นไม่มากนัก โดยการเพิ่มขึ้นของต้นทุนยังน้อยกว่าอัตราการเติบโต ของปริมาณน้ําจําหน่าย
ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงจากการปรับรูปแบบการทํางานในช่วงสถานการณ์ COVID-19 และการ ควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ สาเหตุดังกล่าวข้างต้นจึงทําให้บริษัทมีอัตรากําไรขั้นต้นและอัตรากําไรสุทธิเพิ่มขึ้น เป็น 42.82% และ 23.74% ตามลําดับ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15588 out_tok=2766 at=2026-07-25T15:23:39 -->
# EASTW กำไรสุทธิ Q1/65 ดิ่ง 32% รับปริมาณน้ำดิบขายวูบ
## รายได้และต้นทุนน้ำดิบลดลงสวนทางกัน ส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น
บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ EASTW รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 253.46 ล้านบาท ลดลง 32.02% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,137.46 ล้านบาท ลดลง 7.59% เป็นผลมาจากปริมาณน้ำดิบที่จำหน่ายลดลง ขณะที่ต้นทุนขายและบริการรวมปรับเพิ่มขึ้น 2.01%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ EASTW ในไตรมาส 1 ปี 2565 ลดลง 32.02% มาจาก **ปริมาณน้ำดิบที่จำหน่ายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และกำไรขั้นต้นของธุรกิจน้ำดิบ แม้ว่าราคาขายน้ำดิบจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่สามารถชดเชยปริมาณที่หายไปได้ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นยังเป็นอีกปัจจัยที่กดดันผลประกอบการ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ปริมาณน้ำดิบจำหน่ายลดลง** เนื่องจาก:
* **ปริมาณน้ำฝนที่มากผิดปกติในช่วงปลายปี 2564** ทำให้ลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มอุปโภคบริโภค สามารถใช้น้ำจากแหล่งธรรมชาติได้มากขึ้น
* **สถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว** ทำให้การใช้น้ำในพื้นที่ชลบุรีลดลง
* **ปริมาณน้ำประปาจำหน่ายลดลง** 2.32 ล้าน ลบ.ม. หรือ 9.37% ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรขั้นต้นของธุรกิจน้ำประปา
ในขณะเดียวกัน **ต้นทุนขายน้ำดิบลดลงเพียงเล็กน้อย** (-0.11%) เนื่องจากมีค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้นจากการรับรู้สินทรัพย์ถาวรจากโครงการลงทุนเพิ่มความสามารถในการสูบส่ง (เช่น โครงการสระเก็บน้ำดิบทับมา) และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าบุคลากรและค่าจ้างชั่วคราวที่ปรับเพิ่มขึ้น ทำให้ **อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจน้ำดิบลดลง** จาก 57.55% ในปีก่อน เป็น 53.99% ในไตรมาสนี้
นอกจากนี้ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 24.26%** ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายบุคลากรและค่าจ้างชั่วคราวที่ปรับเพิ่มขึ้นรายปีตามปกติ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสเป็นลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตามปัจจัยแวดล้อม**
* **ปริมาณน้ำดิบ:** แม้ว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำจะอยู่ในเกณฑ์สูง และคาดการณ์ว่าปริมาณฝนในภาคตะวันออกช่วงเดือน พ.ค.-ก.ค. 2565 จะสูงกว่าค่าเฉลี่ย แต่การที่ลูกค้าสามารถใช้น้ำจากแหล่งธรรมชาติได้มากขึ้น หรือผลกระทบจากโควิด-19 ที่อาจส่งผลต่อการท่องเที่ยวในระยะสั้น อาจทำให้ปริมาณการขายน้ำดิบยังคงผันผวน
* **ธุรกิจน้ำอุตสาหกรรม:** มีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว จากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC และคาดการณ์ว่าจะเริ่มมีกำไรขั้นต้นได้ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป
* **ค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
โดยรวมแล้ว ปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการในไตรมาสนี้ **มีลักษณะที่อาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว** จากสภาพอากาศและสถานการณ์โควิด-19 แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนปริมาณการขายน้ำดิบในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 32.02% YoY** อยู่ที่ 251.98 ล้านบาท (ส่วนผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่)
* **รายได้รวมลดลง 7.59% YoY** อยู่ที่ 1,137.46 ล้านบาท
* **ปริมาณน้ำดิบจำหน่ายลดลง 8.82% YoY** อยู่ที่ 65.24 ล้าน ลบ.ม. เป็นปัจจัยหลักกดดันรายได้
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลง** จาก 49.79% ใน Q1/64 เป็น 44.14% ใน Q1/65
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 24.26% YoY**
* **ธุรกิจน้ำอุตสาหกรรมมีรายได้เติบโตสูง 200.47%** แต่ยังคงมีผลขาดทุนขั้นต้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,137.46 ล้านบาท ลดลง 7.59% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณน้ำดิบจำหน่ายที่ลดลง 8.82% ขณะที่ต้นทุนขายและบริการรวมเพิ่มขึ้น 2.01% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 17.73% เมื่อเทียบกับปีก่อน กำไรจากการดำเนินงานลดลง 26.31% และกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลง 32.02% อยู่ที่ 251.98 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 31.08% เป็น 22.70%
## โอกาส
* **การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC:** นโยบายของภาครัฐในการผลักดันพื้นที่ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา ให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมขั้นสูง จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนความต้องการใช้น้ำดิบในระยะยาว
* **การเติบโตของธุรกิจน้ำอุตสาหกรรม:** คาดการณ์ว่าจะเริ่มมีกำไรขั้นต้นได้ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป จากการทยอยรับน้ำของลูกค้ารายใหญ่ เช่น นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ และการทดสอบระบบโรงไฟฟ้ากัลฟ์
* **การต่ออายุสัมปทาน:** การต่ออายุสัญญาการประปาเกาะล้านอีก 3 ปี และการบริหารจัดการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออกที่ยังคงดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนในการต่อสัญญาเช่าระบบท่อส่งน้ำจากกรมธนารักษ์:** สัญญาเช่าจะหมดอายุในเดือนธันวาคม 2566 ซึ่งส่งผลให้แนวโน้มอันดับเครดิตถูกปรับลดเป็น "Negative Outlook"
* **ความล่าช้าหรือความไม่แน่นอนของกระบวนการคัดเลือกเอกชนเพื่อบริหารจัดการระบบท่อส่งน้ำสายหลัก:** บริษัทได้ยื่นฟ้องศาลปกครองกลางกรณีการยกเลิกการคัดเลือกเอกชน ซึ่งคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณา
* **ผลกระทบจากสภาพอากาศและสถานการณ์โควิด-19:** อาจส่งผลต่อปริมาณการใช้น้ำของลูกค้าในกลุ่มอุปโภคบริโภคและภาคการท่องเที่ยว
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 30.84% จาก 42.29 ล้านบาท เป็น 55.33 ล้านบาท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าของคดีฟ้องร้องศาลปกครองกลาง:** เกี่ยวกับการคัดเลือกเอกชนเพื่อบริหารจัดการระบบท่อส่งน้ำสายหลัก
* **การเจรจาต่อสัญญาเช่าระบบท่อส่งน้ำกับกรมธนารักษ์:** เพื่อรักษาแนวโน้มอันดับเครดิตให้กลับมาเป็น "Stable"
* **ปริมาณการขายน้ำดิบในไตรมาสถัดไป:** โดยเฉพาะการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรม
* **ความคืบหน้าของโครงการน้ำอุตสาหกรรม:** โดยเฉพาะการเริ่มรับน้ำของลูกค้ารายใหญ่ และการคาดการณ์การเริ่มมีกำไรขั้นต้นในปี 2566
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ธุรกิจน้ำดิบ:** รายได้ลดลง 7.85% จากปริมาณขายที่ลดลง 8.82% แม้ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1.06% กำไรขั้นต้นลดลง 13.56% เนื่องจากต้นทุนขายลดลงน้อยกว่าปริมาณขาย โดยมีค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้นจากการลงทุนโครงการใหม่ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 57.55% เป็น 53.99%
* **ธุรกิจน้ำประปา:** รายได้ลดลง 8.03% จากปริมาณขายที่ลดลง 9.37% กำไรขั้นต้นลดลง 23.40% เนื่องจากต้นทุนขายไม่สามารถลดลงตามปริมาณขายได้ อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 36.48% เป็น 30.38%
* **ธุรกิจน้ำอุตสาหกรรม:** รายได้เติบโตสูง 200.47% จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 196.67% แต่ยังคงมีผลขาดทุนขั้นต้น 7.55 ล้านบาท เนื่องจากมีค่าเสื่อมราคาสูงจากสินทรัพย์โครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ขณะที่ลูกค้าย่อยเริ่มรับน้ำตามสัญญาขั้นต่ำ คาดการณ์ว่าจะมีกำไรขั้นต้นได้ตั้งแต่ปี 2566
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 0.44% เป็น 23,793.81 ล้านบาท จากการก่อสร้างโครงการต่างๆ
* **หนี้สินรวม:** ลดลง 1.20% เป็น 12,114.24 ล้านบาท จากการทยอยชำระคืนเงินกู้ระยะยาว
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 2.21% เป็น 11,679.57 ล้านบาท
* **กระแสเงินสด:** ได้รับจากกิจกรรมดำเนินงาน 524.82 ล้านบาท แต่ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 348.59 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงิน 166.47 ล้านบาท ทำให้เงินสดสุทธิเพิ่มขึ้น 9.75 ล้านบาท
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** อยู่ที่ 1.05 เท่า ลดลงจาก 1.17 เท่า
## สรุปท้าย
หัวใจหลักของผลประกอบการ EASTW ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **ปริมาณน้ำดิบที่จำหน่ายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลให้รายได้และกำไรขั้นต้นของธุรกิจน้ำดิบลดลง ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิโดยรวมลดลง 32.02% แม้ว่าธุรกิจน้ำอุตสาหกรรมจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากธุรกิจหลักได้ อย่างไรก็ตาม โอกาสจากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC และการต่ออายุสัมปทานต่างๆ ยังคงเป็นปัจจัยบวกในระยะยาว แต่ความเสี่ยงจากการต่อสัญญาเช่าระบบท่อส่งน้ำและการฟ้องร้องคดีความยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ EASTW ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
850.81
ล้านบาท
↓ 8.4% YoY
กำไรขั้นต้น
498.78
ล้านบาท
↑ 14% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
58.62
%
กำไรสุทธิ
13.85
ล้านบาท
↓ 32.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.63
%
D/E Ratio
1.41
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
851
↓ -8.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
499
↑ + 14%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
14
↓ -32.7%
YoY
D/E Ratio
1.41
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — EASTW
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.41
ROE (%)
0.08
ROA (%)
1.84
Book Value/หุ้น
6.90
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — EASTW
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-754
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-584
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — EASTW
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-754.28
-20.92%
|
-953.81
+5.37%
|
-905.19
-16.20%
|
-1,080.24
-22.34%
|
-1,391.02
-412.62%
|
444.95
-11.59%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-583.76
+115.55%
|
-270.82
-164.11%
|
422.43
-160.47%
|
-698.53
-170.04%
|
997.39
-262.09%
|
-615.32
+5.75%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
629.55
-47.67%
|
1,202.95
+52.67%
|
787.96
-54.93%
|
1,748.20
-191.08%
|
-1,919.43
+3,279.28%
|
-56.80
-167.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-708.48
+3,167.90%
|
-21.68
-107.10%
|
305.20
-1,098.69%
|
-30.56
-98.68%
|
-2,313.05
+5,632.47%
|
-40.35
-92.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
261.98
-59.34%
|
644.31
+608.58%
|
90.93
-69.01%
|
293.43
+346.69%
|
65.69
+12.85%
|
58.21
-89.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
126.30
-51.79%
|
261.98
-59.34%
|
644.31
+608.58%
|
90.93
-69.01%
|
293.43
+346.69%
|
65.69
+12.85%
|