บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
4.98
0.17 (3.30%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้จากการจําหน่ายน้ําดิบเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ต้นทุนขายน้ําดิบเพิ่มขึ้นไม่มากนัก โดยการเพิ่มขึ้นของต้นทุนยังน้อยกว่าอัตราการเติบโต ของปริมาณน้ําจําหน่าย
ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงจากการปรับรูปแบบการทํางานในช่วงสถานการณ์ COVID-19 และการ ควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ สาเหตุดังกล่าวข้างต้นจึงทําให้บริษัทมีอัตรากําไรขั้นต้นและอัตรากําไรสุทธิเพิ่มขึ้น เป็น 42.82% และ 23.74% ตามลําดับ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14112 out_tok=3073 at=2026-07-25T14:53:50 -->
# EASTW กำไรสุทธิ Q1/66 ดิ่ง 40% ต้นทุนพุ่ง-รายได้น้ำดิบลด
## รายได้-กำไรสุทธิ EASTW Q1/66 หดตัว 40% รับต้นทุนค่าไฟฟ้าพุ่งกระทบธุรกิจน้ำดิบ-น้ำประปา ขณะที่การบริหารจัดการท่อส่งน้ำยังคงเป็นประเด็นจับตา
บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ EASTW รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,113.16 ล้านบาท ลดลง 2.14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากปริมาณน้ำดิบจำหน่ายที่ลดลง ขณะที่ต้นทุนขายและบริการรวมเพิ่มขึ้น 12.00% ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลงถึง 40.82% มาอยู่ที่ 149.11 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ EASTW ในไตรมาส 1 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **ต้นทุนขายน้ำดิบและน้ำประปาที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น** ประกอบกับการ **ลดลงของรายได้จากธุรกิจน้ำดิบ** ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ต้นทุนค่าไฟฟ้าพุ่งสูง:** ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายน้ำดิบและน้ำประปาคือการปรับขึ้นค่าไฟฟ้า (ค่า FT) ในช่วงปลายปี 2565 ส่งผลให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ใช้ในการสูบส่งน้ำดิบเพิ่มขึ้นจาก 28.93% เป็น 38.06% ของต้นทุนขายน้ำดิบ และในธุรกิจน้ำประปาก็เช่นกัน ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 52.60% ทำให้ต้นทุนขายน้ำประปาโดยรวมเพิ่มขึ้น 16.74% แม้ว่าปริมาณน้ำประปาจะขายได้เพิ่มขึ้นก็ตาม
2. **รายได้น้ำดิบลดลง:** รายได้จากการขายน้ำดิบลดลง 6.29% เนื่องจากปริมาณน้ำดิบจำหน่ายลดลง 6.18% สาเหตุหลักมาจากปริมาณฝนที่ตกต่อเนื่องในช่วงปลายปี 2565 ทำให้ลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มอุปโภคบริโภค สามารถใช้น้ำจากแหล่งธรรมชาติได้มากขึ้น ส่งผลกระทบต่อปริมาณการใช้น้ำจาก EASTW
3. **อัตรากำไรขั้นต้นหดตัว:** จากปัจจัยข้างต้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจน้ำดิบลดลงจาก 53.99% ในปีก่อน เหลือ 45.05% และอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจน้ำประปาลดลงจาก 30.38% เหลือ 25.71% ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิของบริษัท
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญ แต่แนวโน้มราคาพลังงานในอนาคตยังมีความไม่แน่นอน นอกจากนี้ การบริหารจัดการสัญญาเช่าระบบท่อส่งน้ำของกรมธนารักษ์ที่กำลังจะหมดอายุในเดือนธันวาคม 2566 และความคืบหน้าของคดีความที่เกี่ยวข้อง ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและต้นทุนในระยะยาวได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 40.12%:** กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลงจาก 251.97 ล้านบาทใน Q1/65 เป็น 149.11 ล้านบาทใน Q1/66
* **รายได้รวมลดลง 2.14%:** รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 1,113.16 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากปริมาณน้ำดิบจำหน่ายลดลง
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 12.00%:** ต้นทุนขายและบริการรวมอยู่ที่ 722.09 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจน้ำดิบกำไรขั้นต้นลดลง 21.81%:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 53.99% เหลือ 45.05% จากปริมาณขายลดลงและต้นทุนค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
* **ธุรกิจน้ำประปากำไรขั้นต้นลดลง 7.43%:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 30.38% เหลือ 25.71% จากต้นทุนค่าไฟฟ้าและค่าน้ำดิบที่สูงขึ้น
* **การบริหารจัดการท่อส่งน้ำ:** บริษัทได้ส่งมอบทรัพย์สินโครงการท่อส่งน้ำให้แก่หน่วยงานรัฐแล้วในวันที่ 11 เมษายน 2566 โดยสงวนสิทธิโต้แย้งตามกฎหมาย
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 EASTW มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,113.16 ล้านบาท ลดลง 2.14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้น้ำดิบลดลง 6.29% แต่รายได้น้ำประปาเพิ่มขึ้น 9.40% และรายได้น้ำอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 65.71% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการรวมเพิ่มขึ้น 12.00% เป็น 722.09 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 20.64% มาอยู่ที่ 391.06 ล้านบาท เมื่อรวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ทำให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลง 40.82% มาอยู่ที่ 149.11 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.09 บาท
## โอกาส
* **การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมใน EEC:** นโยบายของภาครัฐในการผลักดันพื้นที่ EEC ให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมขั้นสูง เป็นโอกาสในการเติบโตของธุรกิจน้ำดิบ
* **การลงทุนในระบบท่อส่งน้ำเพิ่มเติม:** บริษัทได้ก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำเพิ่มเติมอีกประมาณ 139.08 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมโยงระบบ Water Grid และเสริมสร้าง Water Security รองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้น โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2566
* **การเติบโตของธุรกิจน้ำอุตสาหกรรม:** มีการรับน้ำของลูกค้าเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของสัญญาใหม่ๆ เช่น โครงการคาราบาว และนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ-ปลวกแดง คาดการณ์ว่าจะสามารถมีกำไรขั้นต้นได้ในปี 2566 เป็นต้นไป
* **การขยายอายุสัมปทานกิจการประปาเกาะล้าน:** ได้ตกลงขยายระยะเวลาการดำเนินกิจการประปาเกาะล้านออกไปอีก 3 ปี จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2567
## ความเสี่ยง
* **การหมดอายุสัญญาเช่าระบบท่อส่งน้ำของกรมธนารักษ์:** สัญญาเช่าระบบท่อส่งน้ำของกรมธนารักษ์จะหมดอายุในเดือนธันวาคม 2566 และบริษัทได้ส่งมอบทรัพย์สินคืนแล้วในวันที่ 11 เมษายน 2566 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและรายได้ในอนาคต
* **ความไม่แน่นอนทางกฎหมาย:** คดีความที่บริษัทยื่นฟ้องคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนฯ และกรมธนารักษ์ในส่วนของคดีหลักยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ซึ่งอาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาว
* **ต้นทุนพลังงานผันผวน:** การปรับขึ้นค่าไฟฟ้า (FT) ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการดำเนินงาน และแนวโน้มราคาพลังงานยังคงมีความไม่แน่นอน
* **กำลังซื้อเปราะบางและการแข่งขันสูง:** ธุรกิจส่วนใหญ่เผชิญกับต้นทุนการผลิตที่ทรงตัวในระดับสูง แต่การส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้าทำได้จำกัดจากกำลังซื้อที่เปราะบางและการแข่งขันที่สูง
* **การขาดแคลนแรงงานมีทักษะ:** บางธุรกิจประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าคดีความเกี่ยวกับระบบท่อส่งน้ำ:** ติดตามผลการพิจารณาคดีหลักของศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุด
* **การบริหารจัดการระบบท่อส่งน้ำสายหลักหลังการส่งมอบ:** การวางแผนและขั้นตอนการดำเนินการสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ และผลกระทบต่อผู้ใช้น้ำ
* **แนวโน้มราคาพลังงานและค่าไฟฟ้า:** ผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานของธุรกิจน้ำดิบและน้ำประปา
* **การเติบโตของธุรกิจน้ำอุตสาหกรรม:** การรับน้ำของลูกค้าใหม่และปริมาณการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นตามสัญญา
* **ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำเพิ่มเติม:** การแล้วเสร็จและการเริ่มส่งจ่ายน้ำให้ลูกค้าตามแผน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ธุรกิจน้ำดิบ:** รายได้ลดลง 6.29% เนื่องจากปริมาณขายลดลง 6.18% จากฝนตกมาก ทำให้ลูกค้าใช้น้ำธรรมชาติมากขึ้น แม้ราคาขายเฉลี่ยลดลงเล็กน้อย แต่ต้นทุนขายน้ำดิบเพิ่มขึ้น 11.92% โดยมีสาเหตุหลักจากค่าไฟฟ้าที่ปรับสูงขึ้น ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 21.81% และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 53.99% เหลือ 45.05%
**ธุรกิจน้ำประปา:** รายได้เพิ่มขึ้น 9.40% จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 6.69% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายน้ำประปาเพิ่มขึ้น 16.74% โดยมีปัจจัยหลักจากค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น 52.60% และค่าน้ำดิบเพิ่มขึ้น 27.07% ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 7.43% และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 30.38% เหลือ 25.71%
**ธุรกิจน้ำอุตสาหกรรม:** รายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 65.71% จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นตามการรับน้ำของลูกค้า อย่างไรก็ตาม ธุรกิจยังคงมีผลขาดทุนขั้นต้น 17.08 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการบันทึกค่าเสื่อมราคาของโครงการที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว แม้ว่าลูกค้าจะทยอยรับน้ำเพิ่มขึ้น และมีสัญญาใหม่ๆ คาดการณ์ว่าจะเริ่มมีกำไรขั้นต้นได้ในปี 2566 เป็นต้นไป
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 สินทรัพย์รวมของ EASTW อยู่ที่ 25,925.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.30% จากสิ้นปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดจากการออกหุ้นกู้ และการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สำหรับโครงการต่างๆ หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 5.00% เป็น 14,206.19 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการออกหุ้นกู้ใหม่เพื่อใช้ในโครงการลงทุน ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 1.31% เป็น 11,563.53 ล้านบาท
ในด้านกระแสเงินสด ไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทมีเงินสดสุทธิเพิ่มขึ้น 206.78 ล้านบาท โดยได้เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 382.36 ล้านบาท แต่ใช้เงินสดไปในกิจกรรมการลงทุน 810.98 ล้านบาท (ส่วนใหญ่เป็นการซื้อสินทรัพย์ถาวร) และได้รับเงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน 635.40 ล้านบาท (จากการออกหุ้นกู้)
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.23 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.05 เท่า ณ สิ้นปี 2565 เนื่องจากการออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้น อัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ยและเงินต้น (DSCR) ลดลงจาก 1.72 เท่า เหลือ 1.10 เท่า เนื่องจาก EBITDA ลดลงและเงินกู้ระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระใน 1 ปี เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
EASTW เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 1 ปี 2566 โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจน้ำดิบและน้ำประปา ประกอบกับการลดลงของปริมาณการขายน้ำดิบ ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก แม้ว่าธุรกิจน้ำอุตสาหกรรมจะเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น และบริษัทมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต แต่ความไม่แน่นอนจากการบริหารจัดการระบบท่อส่งน้ำที่กำลังจะหมดอายุสัญญาเช่า และความคืบหน้าของคดีความ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ EASTW ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
850.81
ล้านบาท
↓ 8.4% YoY
กำไรขั้นต้น
498.78
ล้านบาท
↑ 14% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
58.62
%
กำไรสุทธิ
13.85
ล้านบาท
↓ 32.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.63
%
D/E Ratio
1.41
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
851
↓ -8.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
499
↑ + 14%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
14
↓ -32.7%
YoY
D/E Ratio
1.41
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — EASTW
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.41
ROE (%)
0.08
ROA (%)
1.84
Book Value/หุ้น
6.90
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — EASTW
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-754
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-584
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — EASTW
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-754.28
-20.92%
|
-953.81
+5.37%
|
-905.19
-16.20%
|
-1,080.24
-22.34%
|
-1,391.02
-412.62%
|
444.95
-11.59%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-583.76
+115.55%
|
-270.82
-164.11%
|
422.43
-160.47%
|
-698.53
-170.04%
|
997.39
-262.09%
|
-615.32
+5.75%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
629.55
-47.67%
|
1,202.95
+52.67%
|
787.96
-54.93%
|
1,748.20
-191.08%
|
-1,919.43
+3,279.28%
|
-56.80
-167.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-708.48
+3,167.90%
|
-21.68
-107.10%
|
305.20
-1,098.69%
|
-30.56
-98.68%
|
-2,313.05
+5,632.47%
|
-40.35
-92.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
261.98
-59.34%
|
644.31
+608.58%
|
90.93
-69.01%
|
293.43
+346.69%
|
65.69
+12.85%
|
58.21
-89.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
126.30
-51.79%
|
261.98
-59.34%
|
644.31
+608.58%
|
90.93
-69.01%
|
293.43
+346.69%
|
65.69
+12.85%
|