บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
14.90
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12381 out_tok=2760 at=2026-07-25T12:01:33 -->
# CPAXT กำไร Q3/66 โต 4.7% รับรายได้รวมเพิ่ม 3.3% แม้ GPM หด
## รายได้รวมเติบโตต่อเนื่อง 3.3% จากการขยายตัวของธุรกิจค้าส่ง ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 4.7% จากการบริหารต้นทุนทางการเงิน
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 119,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มธุรกิจค้าส่งที่เติบโต 5.3% ขณะที่กลุ่มธุรกิจค้าปลีกเติบโต 1.0% ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,677 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ CPAXT ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การเติบโตของรายได้รวมที่ 3.3%** ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวของกลุ่มธุรกิจค้าส่งเป็นหลัก แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจากการขาย (GPM) จะลดลงเล็กน้อยจาก 14.5% เป็น 13.7% แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้รวมและการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ดีขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิยังคงเติบโตได้ 4.7%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การเติบโตของรายได้รวม:** มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย 3.3% โดยกลุ่มธุรกิจค้าส่ง (แม็คโคร) เติบโต 5.3% จากยอดขายภายในสาขา การขายออนไลน์ (Omni Channel) และการขยายตัวในต่างประเทศ ขณะที่กลุ่มธุรกิจค้าปลีก (โลตัสส์) เติบโต 1.0% จากการปรับกลยุทธ์การขายสินค้าอาหารสดและสินค้าพร้อมปรุง รวมถึงการขยายช่องทาง Omni Channel
* **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง:** เกิดจากกลุ่มธุรกิจค้าปลีกที่มีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 19.1% เป็น 17.8% เนื่องจากมีการส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นยอดซื้อในช่วงเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และกลุ่มธุรกิจค้าส่งมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 10.6% เป็น 10.5% เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจฟูดเซอร์วิสลดลง
* **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** ต้นทุนทางการเงินลดลง 23.1% ซึ่งส่งผลดีต่อกำไรสุทธิ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกที่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 1,368.7%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของการเติบโตของรายได้จากกลุ่มธุรกิจค้าส่งที่ยังคงมีแนวโน้มที่ดีจากการขยายสาขาและช่องทาง Omni Channel รวมถึงการเติบโตในต่างประเทศ ส่วนกลุ่มธุรกิจค้าปลีก การเติบโตของยอดขายในเดือนกันยายนที่สูงขึ้นทั้งในไทยและมาเลเซีย บ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นและการควบคุมต้นทุนค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/66 เพิ่มขึ้น 3.3% YoY** แตะ 119,502 ล้านบาท หนุนโดยกลุ่มค้าส่งที่โต 5.3%
* **กำไรสุทธิ Q3/66 เพิ่มขึ้น 4.7% YoY** อยู่ที่ 1,677 ล้านบาท แม้ GPM รวมลดลงจาก 14.5% เป็น 13.7%
* **กลุ่มค้าส่ง (แม็คโคร) SSSG ไทยโต 3.2%** (6.6% หากไม่รวมผลกระทบราคาอาหารสด) Omni Channel โตกว่า 30%
* **กลุ่มค้าปลีก (โลตัสส์) SSSG โต 2.2%** Lotus’s Thailand โต 2.1%, Lotus’s Malaysia (ริงกิต) โต 2.7%
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 23.1%** ช่วยหนุนกำไรสุทธิ โดยเฉพาะในกลุ่มค้าปลีกที่กำไรสุทธิโต 1,368.7%
* **ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารของทั้งสองกลุ่มธุรกิจ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 CPAXT มีรายได้รวม 119,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 113,838 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% กลุ่มธุรกิจค้าส่งมีรายได้จากการขายเติบโต 5.3% จากยอดขายภายในสาขา การขายออนไลน์ และการขยายตัวในต่างประเทศ ขณะที่กลุ่มธุรกิจค้าปลีกเติบโต 1.0% จากการปรับกลยุทธ์การขายและช่องทาง Omni Channel
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายรวมลดลงจาก 14.5% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 13.7% ในไตรมาสนี้ โดยกลุ่มค้าปลีกมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเป็น 17.8% จาก 19.1% และกลุ่มค้าส่งลดลงเล็กน้อยเป็น 10.5% จาก 10.6%
ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารรวมเพิ่มขึ้น 0.8% โดยกลุ่มค้าส่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากสาขาใหม่ Omni Channel และค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น ขณะที่กลุ่มค้าปลีกมีค่าใช้จ่ายลดลงจากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
EBITDA รวมลดลง 5.3% มาอยู่ที่ 7,961 ล้านบาท
แต่ด้วยต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 23.1% ทำให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4.7% เป็น 1,677 ล้านบาท โดยกลุ่มค้าปลีกมีกำไรสุทธิเติบโตโดดเด่นถึง 1,368.7% เป็น 430 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มค้าส่งกำไรสุทธิลดลง 20.7% เป็น 1,247 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 รายได้รวมเติบโต 4.5% เป็น 361,336 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 2.5% เป็น 5,358 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจค้าส่ง (แม็คโคร):** ยอดขาย SSSG ที่ยังคงเติบโต และการขยายตัวของ Omni Channel รวมถึงการขยายธุรกิจในต่างประเทศ เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ที่สำคัญ
* **การฟื้นตัวของธุรกิจค้าปลีก (โลตัสส์):** ยอดขายที่เริ่มกลับมาเติบโตในเดือนกันยายน และการปรับกลยุทธ์การขายที่เน้นสินค้าอาหารสดและสินค้าพร้อมปรุง รวมถึงการเพิ่มพื้นที่ให้เช่าในศูนย์การค้า
* **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** การลดลงของต้นทุนทางการเงินจากการปรับโครงสร้างหนี้ ช่วยหนุนกำไรสุทธิ
* **การขยายสาขา:** การเปิดสาขาใหม่ของแม็คโครและการปรับปรุงพื้นที่ศูนย์การค้าของโลตัสส์ เป็นการเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก:** การแข่งขันที่รุนแรงและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เน้นความสะดวกใกล้บ้าน อาจส่งผลต่อยอดขาย
* **ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น:** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นและต้นทุนการดำเนินงานของทั้งสองกลุ่มธุรกิจ
* **ภาวะเศรษฐกิจ:** ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจอาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ผลกระทบจากราคาอาหารสด:** ในกลุ่มค้าส่ง หากราคาอาหารสดผันผวน อาจส่งผลต่อ SSSG
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของ SSSG ในกลุ่มค้าส่งและค้าปลีกในไตรมาสถัดไป
* ผลกระทบจากการบริหารจัดการต้นทุนค่าไฟฟ้าต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* ความคืบหน้าของการขยายธุรกิจ Omni Channel และการตอบรับของลูกค้า
* แผนการขยายสาขาและการปรับปรุงพื้นที่ของทั้งสองกลุ่มธุรกิจ
* การเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**กลุ่มธุรกิจค้าส่ง (แม็คโคร):** รายได้รวมเติบโต 5.3% โดย SSSG ของแม็คโครประเทศไทยโต 3.2% (6.6% หากไม่รวมผลกระทบราคาอาหารสด) การเติบโตของ Omni Channel กว่า 30% และการขยายตัวในต่างประเทศเป็นปัจจัยบวกสำคัญ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย และต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากสาขาใหม่ Omni Channel และค่าไฟฟ้า ทำให้ EBITDA ลดลง 3.6% และกำไรสุทธิลดลง 20.7%
**กลุ่มธุรกิจค้าปลีก (โลตัสส์):** รายได้รวมเติบโต 1.0% โดย SSSG โต 2.2% จากการปรับกลยุทธ์การขายและ Omni Channel รายได้ค่าเช่าและบริการศูนย์การค้าเพิ่มขึ้น 4.1% จากอัตราค่าเช่าที่ดีขึ้นและพื้นที่เช่าที่เพิ่มขึ้น แต่อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงจาก 19.1% เป็น 17.8% เนื่องจากมีการส่งเสริมการขาย ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นส่งผลต่อกำไรขั้นต้นจากการให้เช่าด้วย EBITDA ลดลง 6.4% แต่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 1,368.7% เป็น 430 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลงจากการปรับโครงสร้างหนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 CPAXT มีสินทรัพย์รวม 525,410 ล้านบาท ลดลง 4.2% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 51.5% เป็น 19,433 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมและดอกเบี้ย รวมถึงการลงทุนในสาขาใหม่และระบบ Omni Channel
หนี้สินรวมลดลง 9.0% เป็น 234,564 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวของกลุ่มค้าปลีก
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเล็กน้อย 0.03% เป็น 290,846 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทมีเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 14,934 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 9,723 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 25,792 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 20,670 ล้านบาท
## สรุปท้าย
CPAXT ในไตรมาส 3 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรักษาการเติบโตของรายได้รวม แม้จะเผชิญกับแรงกดดันด้านอัตรากำไรขั้นต้นจากการแข่งขันและต้นทุนที่สูงขึ้น การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรสุทธิให้เติบโตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกที่พลิกกลับมามีกำไรโดดเด่น อย่างไรก็ตาม การจับตาแนวโน้มการเติบโตของ SSSG การบริหารจัดการต้นทุนค่าไฟฟ้า และการปรับตัวต่อภาวะเศรษฐกิจจะเป็นกุญแจสำคัญในการประเมินผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPAXT ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
134,656.47
ล้านบาท
↑ 0.8% YoY
กำไรขั้นต้น
17,416.43
ล้านบาท
↓ 7.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.93
%
กำไรสุทธิ
2,562.96
ล้านบาท
↓ 35.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.90
%
D/E Ratio
0.92
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
134,656
↑ + 0.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
17,416
↓ -7.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,563
↓ -35.3%
YoY
D/E Ratio
0.92
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPAXT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.92
ROE (%)
3.13
ROA (%)
3.09
Book Value/หุ้น
29.06
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPAXT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+17,369
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+6,378
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPAXT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — | — |
17,369.04
+140.44%
|
7,223.83
-11.26%
|
8,140.07
-39.04%
|
13,353.03
+146.02%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — | — |
6,377.67
-51.64%
|
13,187.43
-7.41%
|
14,243.17
-722.55%
|
-2,287.89
-26.90%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — | — |
37,869.12
+51.85%
|
24,938.61
+108.20%
|
11,978.05
-321.30%
|
-5,412.60
-26.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — | — |
64,247.04
+69.69%
|
37,860.56
-27.62%
|
52,310.11
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — | — |
40,103.17
-41.48%
|
68,529.59
+553.67%
|
10,483.77
+118.40%
|
4,800.16
-5.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — | — |
31,707.29
-20.94%
|
40,103.17
-37.88%
|
64,554.89
+515.76%
|
10,483.77
+118.40%
|