บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
14.90
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9592 out_tok=2906 at=2026-07-25T13:50:44 -->
# CPAXT Q1/2566 กำไรสุทธิโต 5.6% รับแรงหนุนค้าส่ง แม้ค้าปลีกเผชิญต้นทุนสูง
## รายได้รวมเติบโต 7.9% จากการขยายตัวของธุรกิจค้าส่ง ขณะที่ต้นทุนการเงินและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิของกลุ่มค้าปลีก
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 120,222 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มธุรกิจค้าส่งที่เติบโตถึง 13.0% จากยอดขายสาขาเดิมและการขยายตัวของช่องทางออนไลน์ ขณะที่กลุ่มธุรกิจค้าปลีกมีรายได้เติบโตเล็กน้อย 0.8% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 2,166 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% โดยได้รับแรงหนุนจากกลุ่มค้าส่งที่เติบโต 8.9% แต่กลุ่มค้าปลีกกลับมีกำไรสุทธิลดลง 12.8% เนื่องจากต้นทุนการกู้ยืมและค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น รวมถึงรายการค่าธรรมเนียมจัดการเงินกู้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักของผลประกอบการ CPAXT ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การเติบโตที่แข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจค้าส่ง** ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบเชิงลบจากกลุ่มธุรกิจค้าปลีกได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมยังคงเติบโตได้เล็กน้อย
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **กลุ่มธุรกิจค้าส่ง (Makro):** เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยมีรายได้จากการขายเติบโตถึง 13.0% ซึ่งเป็นผลมาจากยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่เติบโต 10.9% รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งสินค้าเพื่อรองรับการขายออนไลน์และขายนอกร้าน นอกจากนี้ ธุรกิจในต่างประเทศและธุรกิจฟูดเซอร์วิสยังฟื้นตัวต่อเนื่อง อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายของกลุ่มค้าส่งยังปรับตัวดีขึ้นจาก 10.4% เป็น 10.9% จากการบริหารจัดการสินค้าอาหารสดที่ดีขึ้น ทำให้กำไรสุทธิของกลุ่มนี้เติบโตถึง 8.9%
* **กลุ่มธุรกิจค้าปลีก (Lotus’s):** เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น โดยรายได้จากการขายเติบโตเพียง 0.8% แม้ว่ายอดขายสาขาเดิมจะเติบโต 0.5% แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายสินค้า การจัดรายการส่งเสริมการขาย รวมถึงต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยลอยตัว และค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงจาก 18.6% เป็น 18.0% นอกจากนี้ การตัดจำหน่ายค่าธรรมเนียมจัดการเงินกู้จากการชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนดจำนวน 211 ล้านบาท (สุทธิจากภาษี) ยังเป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิของกลุ่มนี้ให้ลดลงถึง 12.8%
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ากลุ่มค้าส่งจะแสดงศักยภาพการเติบโตที่น่าประทับใจและมีแนวโน้มต่อเนื่องจากการขยายสาขาและการเติบโตของช่องทางออนไลน์ แต่กลุ่มค้าปลีกยังคงเผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนทางการเงินและค่าไฟฟ้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้นถึงกลาง การบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การส่งเสริมการขายของกลุ่มค้าปลีกจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 7.9%** แตะ 120,222 ล้านบาท จากการขยายตัวของธุรกิจค้าส่ง
* **กำไรสุทธิรวมเพิ่มขึ้น 5.6%** เป็น 2,166 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนหลักจากกลุ่มค้าส่ง
* **กลุ่มธุรกิจค้าส่ง (Makro) โชว์ผลงานโดดเด่น** รายได้โต 13.0% กำไรสุทธิโต 8.9% อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น
* **กลุ่มธุรกิจค้าปลีก (Lotus’s) กำไรสุทธิลดลง 12.8%** จากต้นทุนการเงิน ค่าไฟฟ้า และรายการพิเศษ
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 26.8%** เป็น 1,895 ล้านบาท ส่งผลกระทบต่อภาพรวมกำไรสุทธิ
* **จำนวนสาขาค้าส่งเพิ่มขึ้น 12 สาขา** เป็น 163 สาขา
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 120,222 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 โดยมีรายได้จากการขาย 114,044 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% การเติบโตนี้มาจากกลุ่มธุรกิจค้าส่งที่ขยายตัว 13.0% เป็นหลัก จากยอดขายภายในสาขา การเพิ่มประสิทธิภาพการส่งสินค้าออนไลน์และขายนอกร้าน รวมถึงการเติบโตของธุรกิจในต่างประเทศและฟูดเซอร์วิสที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง ในขณะที่กลุ่มธุรกิจค้าปลีกมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 0.8% รายได้ค่าเช่าและบริการศูนย์การค้าโดยรวมเพิ่มขึ้น 10.9% เป็น 3,558 ล้านบาท กำไรขั้นต้นจากการขายรวมอยู่ที่ 16,017 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 14.0% ลดลงเล็กน้อยจาก 14.2% ในปีก่อน โดยกลุ่มค้าส่งมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 10.9% แต่กลุ่มค้าปลีกมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเป็น 18.0% ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารรวมเพิ่มขึ้น 9.4% เป็น 16,106 ล้านบาท EBITDA อยู่ที่ 9,038 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% และกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 2,166 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% โดยกลุ่มค้าส่งมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 8.9% แต่กลุ่มค้าปลีกมีกำไรสุทธิลดลง 12.8%
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจค้าส่ง:** ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่เติบโตต่อเนื่อง การขยายสาขาใหม่ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพช่องทางออนไลน์และขายนอกร้าน เป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของรายได้และกำไร
* **การฟื้นตัวของธุรกิจฟูดเซอร์วิสและธุรกิจในต่างประเทศ:** เป็นปัจจัยเสริมการเติบโตของกลุ่มค้าส่ง
* **การบริหารจัดการพื้นที่เช่าศูนย์การค้า:** รายได้ค่าเช่าและบริการศูนย์การค้าเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในมาเลเซียที่มีอัตราการเช่าพื้นที่สูงขึ้น
* **การบริหารจัดการสินค้าอาหารสด:** การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินค้าอาหารสดช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มค้าส่ง
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการกู้ยืม โดยเฉพาะในกลุ่มค้าปลีก
* **ค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น:** เป็นต้นทุนที่กระทบต่อทั้งสองกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะการดำเนินงานของสาขา
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก:** การจัดรายการส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นยอดขายอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ:** อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายของทั้งสองกลุ่มธุรกิจ
* **ความเสี่ยงจากการดำเนินงานในต่างประเทศ:** การขยายสาขาในต่างประเทศอาจยังคงมีผลขาดทุนในระยะสั้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและค่าไฟฟ้า:** ผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและต้นทุนการดำเนินงาน
* **กลยุทธ์การบริหารต้นทุนของกลุ่มค้าปลีก:** เพื่อชดเชยแรงกดดันด้านอัตรากำไรขั้นต้น
* **การเติบโตของยอดขายออนไลน์และขายนอกร้าน:** โดยเฉพาะในกลุ่มค้าส่ง
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจในต่างประเทศ:** โดยเฉพาะการฟื้นตัวของธุรกิจในเมียนมา
* **แผนการขยายสาขาและการลงทุน:** เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**กลุ่มธุรกิจค้าส่ง (Makro):**
* **รายได้จากการขาย:** เติบโตโดดเด่น 13.0% เป็น 63,993 ล้านบาท โดยมี SSSG ที่ 10.9% สะท้อนการฟื้นตัวของกำลังซื้อภาคธุรกิจและการท่องเที่ยว
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ปรับดีขึ้น 0.5% เป็น 10.9% จากการบริหารจัดการสินค้าอาหารสดที่ดีขึ้น
* **ต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายบริหาร:** เพิ่มขึ้น 23.3% เป็น 5,909 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของค่าไฟฟ้า ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานออนไลน์และขายนอกร้าน และค่าใช้จ่ายในการจัดงาน
* **จำนวนสาขา:** เพิ่มขึ้น 12 สาขา เป็น 163 สาขา
**กลุ่มธุรกิจค้าปลีก (Lotus’s):**
* **รายได้จากการขาย:** เติบโต 0.8% เป็น 50,051 ล้านบาท โดยมี SSSG ที่ 0.5%
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ลดลง 0.6% เป็น 18.0% จากต้นทุนขายที่สูงขึ้นและรายการส่งเสริมการขาย
* **รายได้ค่าเช่าและบริการศูนย์การค้า:** เติบโต 10.3% เป็น 3,432 ล้านบาท โดยเฉพาะในมาเลเซียที่อัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy rate) เพิ่มขึ้นเป็น 95.6%
* **ต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายบริหาร:** เพิ่มขึ้น 2.7% เป็น 10,197 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น
* **จำนวนสาขา:** ลดลงสุทธิ 10 สาขา เป็น 2,654 สาขา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม 522,920 ล้านบาท ลดลง 4.7% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 62.1% เป็น 15,181 ล้านบาท จากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืม ดอกเบี้ย และค่าสินค้า หนี้สินรวมลดลง 10.7% เป็น 230,105 ล้านบาท โดยเฉพาะหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลง 14.9% จากการจ่ายชำระเงินกู้ยืมของกลุ่มค้าปลีก ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 0.6% เป็น 292,815 ล้านบาท
ในส่วนของกระแสเงินสด สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุด 31 มีนาคม 2566 บริษัทฯ มีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 704 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายชำระหนี้ค่าสินค้าและดอกเบี้ย เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 3,942 ล้านบาท เป็นการลงทุนก่อสร้างสาขาใหม่และพัฒนาระบบออนไลน์ เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 19,493 ล้านบาท เป็นการจ่ายคืนเงินกู้ยืม ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 24,922 ล้านบาท
## สรุปท้าย
CPAXT ในไตรมาส 1 ปี 2566 สามารถรักษาการเติบโตของกำไรสุทธิได้จากแรงขับเคลื่อนของกลุ่มธุรกิจค้าส่งที่แข็งแกร่ง แม้ว่ากลุ่มค้าปลีกจะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนทางการเงินและค่าไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การเติบโตของทั้งสองกลุ่มธุรกิจจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาต่อไป เพื่อประเมินความต่อเนื่องของผลประกอบการในอนาคต ท่ามกลางความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPAXT ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
134,656.47
ล้านบาท
↑ 0.8% YoY
กำไรขั้นต้น
17,416.43
ล้านบาท
↓ 7.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.93
%
กำไรสุทธิ
2,562.96
ล้านบาท
↓ 35.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.90
%
D/E Ratio
0.92
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
134,656
↑ + 0.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
17,416
↓ -7.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,563
↓ -35.3%
YoY
D/E Ratio
0.92
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPAXT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.92
ROE (%)
3.13
ROA (%)
3.09
Book Value/หุ้น
29.06
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPAXT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+17,369
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+6,378
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPAXT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — | — |
17,369.04
+140.44%
|
7,223.83
-11.26%
|
8,140.07
-39.04%
|
13,353.03
+146.02%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — | — |
6,377.67
-51.64%
|
13,187.43
-7.41%
|
14,243.17
-722.55%
|
-2,287.89
-26.90%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — | — |
37,869.12
+51.85%
|
24,938.61
+108.20%
|
11,978.05
-321.30%
|
-5,412.60
-26.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — | — |
64,247.04
+69.69%
|
37,860.56
-27.62%
|
52,310.11
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — | — |
40,103.17
-41.48%
|
68,529.59
+553.67%
|
10,483.77
+118.40%
|
4,800.16
-5.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — | — |
31,707.29
-20.94%
|
40,103.17
-37.88%
|
64,554.89
+515.76%
|
10,483.77
+118.40%
|