บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
14.90
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8420 out_tok=2652 at=2026-07-25T14:20:35 -->
# CPAXT Q1/65 กำไรสุทธิโต 18.3% รับแรงหนุนรวมธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งฟื้น
## รายได้รวมพุ่งเกือบเท่าตัว หลังรวม Lotus's เต็มไตรมาส ขณะที่ค้าส่งโตเล็กน้อยตามคาด
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม 111,217 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 98.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 2,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.3% แม้ว่ากำไรสุทธิจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่การเติบโตเมื่อเทียบปีต่อปีสะท้อนการฟื้นตัวและการขยายตัวของธุรกิจหลังการรวมกิจการ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ CPAXT ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การรวมงบการเงินของกลุ่มธุรกิจค้าปลีก (Lotus's) เข้ามาเต็มไตรมาส ประกอบกับการเติบโตของกลุ่มธุรกิจค้าส่ง (Makro) ที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโตอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับปีก่อน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **การรวมธุรกิจค้าปลีก (Lotus's):** การรวมงบการเงินของ Lotus's เข้ามาเต็มไตรมาส ส่งผลให้รายได้จากการขายของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 32.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้รวมของบริษัทเติบโตถึง 98.3% YoY โดยมีรายได้จากการขาย 49,646 ล้านบาท และรายได้ค่าเช่าและบริการศูนย์การค้าอีก 2,960 ล้านบาท
2. **การเติบโตของกลุ่มธุรกิจค้าส่ง (Makro):** แม้ว่ารายได้จากการขายของกลุ่มธุรกิจค้าส่งจะลดลงเล็กน้อย 3.8% QoQ แต่เมื่อเทียบ YoY ยังคงเติบโตได้ 3.2% เป็น 56,622 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตของ Makro ประเทศไทยจากการเปิดสาขาใหม่และการเติบโตของ Makro ต่างประเทศ รวมถึงธุรกิจฟูดเซอร์วิสที่ฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกที่การรวมกิจการจะส่งผลต่อรายได้ในระยะยาว ส่วนกลุ่มธุรกิจค้าส่งมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการเปิดประเทศ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของกำไรสุทธิอาจยังคงได้รับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงระบบและร้านค้าของกลุ่มค้าปลีก
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 98.3% YoY** แตะ 111,217 ล้านบาท จากการรวมงบการเงินของกลุ่มธุรกิจค้าปลีก (Lotus's) เต็มไตรมาส และการเติบโตของกลุ่มธุรกิจค้าส่ง (Makro)
* **กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 18.3% YoY** อยู่ที่ 2,050 ล้านบาท แม้จะลดลง 77.5% QoQ เนื่องจากผลกระทบจากการรวมธุรกิจและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
* **กลุ่มธุรกิจค้าส่ง (Makro) มีรายได้รวม 57,948 ล้านบาท เติบโต 3.3% YoY** โดย Makro ประเทศไทยเติบโตจากการเปิดสาขาใหม่และ Makro ต่างประเทศฟื้นตัว
* **กลุ่มธุรกิจค้าปลีก (Lotus's) มีรายได้รวม 53,269 ล้านบาท** เติบโต 32.6% QoQ โดยรายได้จากการขายเติบโต 6.0% YoY (เทียบกับช่วงเวลาที่เริ่มรวมกิจการ)
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 14.3%** เพิ่มขึ้น 41.9% YoY แต่ลดลงเล็กน้อย 2.2% QoQ
* **EBITDA รวมอยู่ที่ 8,637 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 166.3% YoY แต่ลดลง 40.6% QoQ
## ภาพรวมผลประกอบการ
CPAXT รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม 111,217 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 98.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการรวมงบการเงินของกลุ่มธุรกิจค้าปลีก (Lotus's) เข้ามาเต็มไตรมาส ประกอบกับการเติบโตของกลุ่มธุรกิจค้าส่ง (Makro) ที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะ Makro ประเทศไทยและธุรกิจฟูดเซอร์วิสที่ฟื้นตัว
ในด้านกำไรสุทธิ บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 2,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.3% YoY แต่ลดลงอย่างมาก 77.5% QoQ โดยกำไรสุทธิของกลุ่มธุรกิจค้าส่งอยู่ที่ 1,741 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.5% YoY ขณะที่กลุ่มธุรกิจค้าปลีกมีกำไรสุทธิ 309 ล้านบาท ซึ่งได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์และค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงร้านค้า (Rebranding)
อัตรากำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 14.3% เพิ่มขึ้น 41.9% YoY แต่ลดลง 2.2% QoQ โดยอัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มค้าส่งอยู่ที่ 10.4% และกลุ่มค้าปลีกอยู่ที่ 18.8%
## โอกาส
* **การเติบโตของกลุ่มธุรกิจค้าปลีก (Lotus's):** การรวมกิจการอย่างเต็มรูปแบบจะช่วยเพิ่มขนาดของธุรกิจและสร้างการเติบโตของรายได้ในระยะยาว รวมถึงการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายสาขาและฐานลูกค้าที่กว้างขวาง
* **การฟื้นตัวของธุรกิจค้าส่ง (Makro):** การเติบโตของ Makro ประเทศไทยจากการเปิดสาขาใหม่และการขยายตัวของ Makro ต่างประเทศ รวมถึงธุรกิจฟูดเซอร์วิสที่ได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวของภาคบริการและการท่องเที่ยว
* **การขยายช่องทางออนไลน์:** การเติบโตของยอดขายผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายออนไลน์ (Delivery) ของกลุ่มค้าส่ง จะช่วยเพิ่มรายได้และเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น
* **การพัฒนาธุรกิจใหม่:** โครงการ B2B Marketplace (Maknet) มีศักยภาพในการสร้างรายได้และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าบริการจัดส่งสินค้า และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มค้าส่งจากการขยายสาขาและธุรกิจใหม่ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบและปรับปรุงร้านค้าของกลุ่มค้าปลีก
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก:** การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดค้าปลีก อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของกลุ่มธุรกิจค้าปลีก
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** สภาวะเศรษฐกิจที่อาจชะลอตัว หรือความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 30.2% QoQ และ 1,055.6% YoY อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการเติบโตของรายได้และกำไรของกลุ่มค้าปลีก (Lotus's):** โดยเฉพาะการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายหลังการรวมกิจการ
* **การบริหารจัดการต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าบริการจัดส่ง และค่าใช้จ่ายของธุรกิจใหม่ Maknet
* **อัตรากำไรขั้นต้นของทั้งสองกลุ่มธุรกิจ:** การเปลี่ยนแปลงของอัตรากำไรขั้นต้นจะสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารต้นทุนสินค้าและการตั้งราคา
* **ความคืบหน้าของโครงการ B2B Marketplace (Maknet):** ศักยภาพในการสร้างรายได้และผลกำไรในอนาคต
* **การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน:** เพื่อลดผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**กลุ่มธุรกิจค้าส่ง (Makro):**
* **รายได้จากการขาย:** เติบโต 3.2% YoY เป็น 56,622 ล้านบาท จากการเติบโตของ Makro ประเทศไทย (สาขาเดิมและสาขาใหม่) และ Makro ต่างประเทศ รวมถึงธุรกิจฟูดเซอร์วิสที่ฟื้นตัว
* **จำนวนสาขา:** เพิ่มขึ้น 6 สาขา YoY เป็น 151 สาขา (ไทย 144 สาขา)
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 8.3% YoY เป็น 4,794 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าบริการ Delivery และค่าภาษีที่ดินฯ รวมถึงค่าใช้จ่ายโครงการ Maknet
* **กำไรสุทธิ:** เพิ่มขึ้น 0.5% YoY เป็น 1,741 ล้านบาท โดยธุรกิจแม็คโครกัมพูชาทำกำไรต่อเนื่อง
**กลุ่มธุรกิจค้าปลีก (Lotus's):**
* **รายได้รวม:** 53,269 ล้านบาท เติบโต 32.6% QoQ และรายได้จากการขายเติบโต 6.0% YoY (เทียบกับช่วงที่เริ่มรวมกิจการ)
* **จำนวนสาขา:** ลดลง 16 สาขา QoQ เป็น 2,664 สาขา (Lotus's Thailand 2,600 สาขา, Lotus's Malaysia 64 สาขา)
* **อัตราการเช่าพื้นที่:** อยู่ในระดับสูงที่ 90% (Lotus's Thailand) และ 91% (Lotus's Malaysia)
* **กำไรสุทธิ:** 309 ล้านบาท ลดลง 22.3% QoQ เนื่องจากมีค่าตัดจำหน่ายระบบงานและการปรับปรุงร้านค้า (Rebranding)
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 564,486 ล้านบาท ลดลง 0.9% จากสิ้นปี 2564 สาเหตุหลักจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงจากการลงทุนก่อสร้างสาขาใหม่ พัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ และจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ยืม
หนี้สินรวมอยู่ที่ 274,268 ล้านบาท ลดลง 2.4% จากสิ้นปี 2564 โดยเจ้าหนี้การค้าลดลงสอดคล้องกับยอดซื้อสินค้าที่ลดลงหลังช่วงเทศกาล
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 0.6% เป็น 290,218 ล้านบาท
## สรุปท้าย
CPAXT ในไตรมาส 1 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งจากการรวมกิจการ Lotus's เต็มไตรมาส ประกอบกับการฟื้นตัวของธุรกิจ Makro อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิยังคงได้รับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงระบบและร้านค้าของกลุ่มค้าปลีก นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการบริหารจัดการต้นทุนและโอกาสในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งสองกลุ่มธุรกิจในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPAXT ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
134,656.47
ล้านบาท
↑ 0.8% YoY
กำไรขั้นต้น
17,416.43
ล้านบาท
↓ 7.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.93
%
กำไรสุทธิ
2,562.96
ล้านบาท
↓ 35.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.90
%
D/E Ratio
0.92
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
134,656
↑ + 0.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
17,416
↓ -7.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,563
↓ -35.3%
YoY
D/E Ratio
0.92
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPAXT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.92
ROE (%)
3.13
ROA (%)
3.09
Book Value/หุ้น
29.06
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPAXT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+17,369
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+6,378
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPAXT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — | — |
17,369.04
+140.44%
|
7,223.83
-11.26%
|
8,140.07
-39.04%
|
13,353.03
+146.02%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — | — |
6,377.67
-51.64%
|
13,187.43
-7.41%
|
14,243.17
-722.55%
|
-2,287.89
-26.90%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — | — |
37,869.12
+51.85%
|
24,938.61
+108.20%
|
11,978.05
-321.30%
|
-5,412.60
-26.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — | — |
64,247.04
+69.69%
|
37,860.56
-27.62%
|
52,310.11
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — | — |
40,103.17
-41.48%
|
68,529.59
+553.67%
|
10,483.77
+118.40%
|
4,800.16
-5.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — | — |
31,707.29
-20.94%
|
40,103.17
-37.88%
|
64,554.89
+515.76%
|
10,483.77
+118.40%
|