บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
14.90
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4860 out_tok=2110 at=2026-07-25T14:29:50 -->
# CPAXT กำไรสุทธิ Q3/2564 ทรงตัว YoY รับแรงหนุนแม็คโครไทย-ต่างประเทศ สู้โควิด
## รายได้รวมโต 1.7% รับอานิสงส์แม็คโครไทย-ต่างประเทศฟื้นตัว ขณะต้นทุนบริหารจัดการวิกฤตเพิ่ม
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 54,971 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 1,572 ล้านบาท ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้เผชิญความท้าทายจากการระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในหลายประเทศ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CPAXT ในไตรมาส 3 ปี 2564 ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **การเติบโตของรายได้จากการขายของธุรกิจแม็คโครในประเทศไทยและกลุ่มธุรกิจฟูดเซอร์วิส** ที่สามารถชดเชยผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ในต่างประเทศได้
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 53,824 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของ **แม็คโครประเทศไทย** ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวและตอบสนองความต้องการของตลาดในประเทศได้เป็นอย่างดี ประกอบกับ **กลุ่มธุรกิจฟูดเซอร์วิส** ที่มีส่วนช่วยหนุนรายได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม การเติบโตดังกล่าวถูกหักล้างด้วยผลกระทบจากการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 ที่รุนแรงและต่อเนื่องใน **แม็คโครต่างประเทศ** โดยเฉพาะในประเทศกัมพูชา ซึ่งส่งผลให้ยอดขายในส่วนนี้ได้รับผลกระทบอย่างมาก
แม้รายได้รวมจะเติบโต แต่บริษัทฯ มี **ค่าใช้จ่ายพิเศษในการบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจภายใต้ภาวะวิกฤต (Business Continuity Management)** เพิ่มขึ้น 179 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในหลายจังหวัดและประเทศที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจอยู่
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม**
จากเอกสารที่ระบุว่าการระบาดของโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในต่างประเทศ และบริษัทฯ มีการตั้งค่าใช้จ่ายพิเศษเพื่อบริหารจัดการวิกฤตเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าปัจจัยลบยังคงมีอยู่ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของแม็คโครประเทศไทยเป็นสัญญาณที่ดี แต่ความต่อเนื่องของผลประกอบการในภาพรวมยังคงขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดและการควบคุมโรคในแต่ละประเทศที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจอยู่
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 1.7% YoY:** อยู่ที่ 54,971 ล้านบาท หนุนโดยแม็คโครประเทศไทยและฟูดเซอร์วิส
* **กำไรสุทธิทรงตัว YoY:** อยู่ที่ 1,572 ล้านบาท แม้รายได้เพิ่ม แต่มีค่าใช้จ่ายพิเศษบริหารจัดการโควิด-19 เพิ่มขึ้น
* **แม็คโครไทยฟื้นตัวดี:** ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **แม็คโครต่างประเทศเผชิญแรงกดดัน:** ได้รับผลกระทบจากการระบาดรุนแรงในกัมพูชา
* **ค่าใช้จ่ายบริหารจัดการวิกฤตเพิ่ม:** 179 ล้านบาท เทียบกับปีก่อน เพื่อรองรับสถานการณ์โควิด-19
* **9 เดือนแรกปี 64 กำไรสุทธิโต 3.6%:** อยู่ที่ 4,593 ล้านบาท จากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 2.7%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายรวม 53,824 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 54,971 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 10.5% ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 10.7% EBITDA อยู่ที่ 3,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,572 ล้านบาท ทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
สำหรับผลประกอบการรวม 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 166,024 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 4,593 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย:** หากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศคลี่คลาย จะส่งผลดีต่อกำลังซื้อและการบริโภค ซึ่งจะหนุนยอดขายของแม็คโครประเทศไทย
* **การขยายสาขา:** การเพิ่มจำนวนสาขาในประเทศไทย (จาก 138 เป็น 138 สาขา) และการรักษาจำนวนสาขาในต่างประเทศ (8 สาขา) เป็นการเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงลูกค้า
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ แม้มีค่าใช้จ่ายพิเศษเพิ่มขึ้น
## ความเสี่ยง
* **การระบาดของโควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่ที่รุนแรงและต่อเนื่องในประเทศที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจอยู่ โดยเฉพาะในต่างประเทศ เช่น กัมพูชา เวียดนาม และสิงคโปร์ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักต่อยอดขายและผลประกอบการ
* **มาตรการควบคุมโรค:** คำสั่งของจังหวัดให้ธุรกิจจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม หรือการทำ Bubble and Seal อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและการขนส่ง
* **ความผันผวนของตลาดต่างประเทศ:** ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจอยู่ อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศและต่างประเทศ:** แนวโน้มการระบาดและการควบคุมโรคในแต่ละประเทศที่ CPAXT ดำเนินธุรกิจ
* **ผลกระทบจากค่าใช้จ่ายพิเศษ:** การบริหารจัดการต้นทุนพิเศษที่เกิดขึ้นจากการระบาดของโควิด-19
* **แนวโน้มยอดขายของแม็คโครในประเทศไทย:** การเติบโตต่อเนื่องหลังการผ่อนคลายมาตรการ
* **ผลประกอบการของแม็คโครในต่างประเทศ:** การฟื้นตัวหรือการปรับตัวต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
* **การบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** ประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนท่ามกลางภาวะวิกฤต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **จำนวนสาขา:** ในไตรมาส 3 ปี 2564 มีจำนวนศูนย์จำหน่ายสินค้าแม็คโครในประเทศไทย 138 สาขา และในต่างประเทศ 8 สาขา รวมทั้งสิ้น 146 สาขา เพิ่มขึ้น 1 สาขาเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **รายได้จากการขาย:** 53,824 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% YoY โดยมีปัจจัยหลักจากธุรกิจแม็คโครประเทศไทยและกลุ่มธุรกิจฟูดเซอร์วิส
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** รวม 4,616 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นสัดส่วน 8.4% ของรายได้รวม แม้มีค่าใช้จ่ายพิเศษ 179 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** อยู่ที่ 10.5% ลดลงเล็กน้อยจาก 10.7% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วนนี้)
## สรุปท้าย
CPAXT ในไตรมาส 3 ปี 2564 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรักษาเสถียรภาพของผลประกอบการ แม้เผชิญความท้าทายจากโควิด-19 โดยมีรายได้รวมเติบโตเล็กน้อยจากการฟื้นตัวของแม็คโครประเทศไทยและฟูดเซอร์วิส อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิที่ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนถึงผลกระทบจากค่าใช้จ่ายพิเศษในการบริหารจัดการวิกฤตที่เพิ่มขึ้น ความต่อเนื่องของผลประกอบการในระยะต่อไปยังคงต้องจับตาดูสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในแต่ละประเทศ และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางความไม่แน่นอน.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPAXT ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
134,656.47
ล้านบาท
↑ 0.8% YoY
กำไรขั้นต้น
17,416.43
ล้านบาท
↓ 7.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.93
%
กำไรสุทธิ
2,562.96
ล้านบาท
↓ 35.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.90
%
D/E Ratio
0.92
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
134,656
↑ + 0.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
17,416
↓ -7.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,563
↓ -35.3%
YoY
D/E Ratio
0.92
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPAXT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.92
ROE (%)
3.13
ROA (%)
3.09
Book Value/หุ้น
29.06
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPAXT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+17,369
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+6,378
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPAXT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — | — |
17,369.04
+140.44%
|
7,223.83
-11.26%
|
8,140.07
-39.04%
|
13,353.03
+146.02%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — | — |
6,377.67
-51.64%
|
13,187.43
-7.41%
|
14,243.17
-722.55%
|
-2,287.89
-26.90%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — | — |
37,869.12
+51.85%
|
24,938.61
+108.20%
|
11,978.05
-321.30%
|
-5,412.60
-26.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — | — |
64,247.04
+69.69%
|
37,860.56
-27.62%
|
52,310.11
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — | — |
40,103.17
-41.48%
|
68,529.59
+553.67%
|
10,483.77
+118.40%
|
4,800.16
-5.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — | — |
31,707.29
-20.94%
|
40,103.17
-37.88%
|
64,554.89
+515.76%
|
10,483.77
+118.40%
|