CPAXT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
CPAXT
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
14.90
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10687 out_tok=3418 at=2026-07-25T13:37:19 --> # CPAXT Q3/2565 กำไรสุทธิโต 1.9% รับแรงหนุนรวมธุรกิจค้าปลีก แม็คโครไทยโต 10.6% ## การรวมธุรกิจค้าปลีกดันรายได้รวมโต 110% แม้ต้นทุนพุ่ง แต่ GPM ขยายตัว บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้รวม 115,559 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 110.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 1,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจากการขาย (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 10.5% เป็น 14.5% ซึ่งเป็นผลมาจากการรวมงบการเงินของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกเข้ามาอย่างเต็มที่ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ CPAXT ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การรวมงบการเงินของกลุ่มธุรกิจค้าปลีก (Lotus's) เข้ามาอย่างเต็มที่** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 104.7% อย่างไรก็ตาม แม้กำไรสุทธิจะเติบโตเพียง 1.9% แต่ **การขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จาก 10.5% เป็น 14.5%** ถือเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ ซึ่งส่วนใหญ่มาจาก GPM ของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกที่สูงถึง 19.1% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การรวมงบการเงินของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกเข้ามา ทำให้รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในส่วนของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกที่มีสัดส่วนรายได้ 49,851 ล้านบาท ในขณะเดียวกัน ธุรกิจค้าส่ง (แม็คโคร) ยังคงเติบโตได้ดีที่ 12.1% จากการขยายสาขาในประเทศไทยและการฟื้นตัวของธุรกิจในต่างประเทศและฟูดเซอร์วิส การที่ GPM ปรับตัวดีขึ้นนั้น เป็นผลโดยตรงจากการรวมธุรกิจค้าปลีกซึ่งมี GPM สูงกว่าธุรกิจค้าส่ง นอกจากนี้ ยังมีรายได้ค่าเช่าและบริการจากศูนย์การค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 4,519.4% จาก 74 ล้านบาท เป็น 3,447 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกลุ่มธุรกิจค้าปลีกเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การเติบโตของกำไรสุทธิที่ค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับการเติบโตของรายได้ เป็นผลมาจาก **ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะต้นทุนการเช่าและบริการที่เพิ่มขึ้น 1,503 ล้านบาท และต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นถึง 11,431 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายของกลุ่มธุรกิจค้าปลีก รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของสาขาที่เพิ่มขึ้น ค่าบริการจัดส่งสินค้า ค่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เรียกเก็บเต็มจำนวน และค่าใช้จ่ายในการลงทุนในธุรกิจใหม่ นอกจากนี้ ดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ก็เป็นอีกปัจจัยกดดันกำไรสุทธิ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาแรงกดดันด้านต้นทุน** การรวมธุรกิจค้าปลีกเข้ามาจะยังคงเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนรายได้ในระยะต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น และอัตราการเช่าพื้นที่ศูนย์การค้ามีแนวโน้มดีขึ้น แม้จะยังต่ำกว่าระดับก่อนโควิด-19 ก็ตาม ธุรกิจค้าส่งเองก็ยังคงมีแนวโน้มเติบโตจากการขยายสาขาและการฟื้นตัวของธุรกิจฟูดเซอร์วิส อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งต้นทุนการดำเนินงาน ค่าสาธารณูปโภค และต้นทุนทางการเงินจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งมั่นขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ และลงทุนพัฒนาระบบออนไลน์ ซึ่งอาจส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายในการลงทุนต่อเนื่อง ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมพุ่ง 110.2%** แตะ 115,559 ล้านบาท จากการรวมงบการเงินกลุ่มธุรกิจค้าปลีก และการเติบโตของธุรกิจค้าส่ง * **กำไรสุทธิเพิ่ม 1.9%** เป็น 1,602 ล้านบาท แม้รายได้โตสูง แต่ถูกกดดันด้วยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและดอกเบี้ยจ่าย * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัวโดดเด่น** จาก 10.5% เป็น 14.5% จากการรวมธุรกิจค้าปลีกที่มี GPM สูง * **ธุรกิจค้าส่ง (แม็คโคร) เติบโต 12.1%** จากการขยายสาขาในไทย และการฟื้นตัวของธุรกิจต่างประเทศและฟูดเซอร์วิส * **ธุรกิจค้าปลีก (Lotus's) มีรายได้รวม 53,889 ล้านบาท** และ GPM อยู่ที่ 19.1% * **ต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 248.5%** ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2565 CPAXT มีรายได้รวม 115,559 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 110.2% YoY โดยมีรายได้จากการขาย 110,162 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 104.7% ซึ่งเป็นผลหลักจากการรวมกิจการกลุ่มธุรกิจค้าปลีก (Lotus's) ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2564 ประกอบกับการเติบโตของธุรกิจค้าส่ง (แม็คโคร) ที่ 12.1% จากการขยายสาขาในประเทศไทยและการเติบโตของธุรกิจในต่างประเทศและฟูดเซอร์วิสที่ฟื้นตัวจากการเปิดประเทศ รายได้ค่าเช่าและบริการศูนย์การค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 370.8% เป็น 5,397 ล้านบาท จากการรวมธุรกิจค้าปลีก อัตรากำไรขั้นต้นจากการขาย (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจาก 10.5% ในปีก่อน เป็น 14.5% ในไตรมาสนี้ โดย GPM ของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกอยู่ที่ 19.1% ซึ่งสูงกว่าไตรมาสก่อนหน้า EBITDA เพิ่มขึ้น 200.8% เป็น 8,411 ล้านบาท จากการรวมธุรกิจค้าปลีก อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 1.9% YoY หรือ 0.15 บาทต่อหุ้น ลดลง 53.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน (ซึ่งอาจเกิดจากการปรับฐานของตัวเลขกำไรสุทธิต่อหุ้นในปีก่อน หรือการรวมรายการพิเศษ) สาเหตุหลักที่กำไรสุทธิเติบโตช้ากว่ารายได้ มาจากค่าใช้จ่ายในการพัฒนาธุรกิจออนไลน์ การเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยจ่าย และต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนการเช่าและบริการที่เพิ่มขึ้น 1,503 ล้านบาท และต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 11,431 ล้านบาท สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 345,444 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 108.1% และมีกำไรสุทธิ 5,225 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.8% ## โอกาส * **การเติบโตของธุรกิจค้าส่ง:** การขยายสาขาของแม็คโครในประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึงการฟื้นตัวของธุรกิจฟูดเซอร์วิสที่เติบโตสูงกว่าก่อนโควิด-19 * **การเติบโตของธุรกิจค้าปลีก:** การรวมงบการเงินเต็มปีของ Lotus's และการปรับปรุงร้านค้าเพื่อใช้ชื่อใหม่ (Rebranding) รวมถึงการเติบโตของยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ * **รายได้ค่าเช่าและบริการศูนย์การค้า:** มีแนวโน้มดีขึ้นจากการกลับมาใช้ชีวิตปกติของผู้บริโภคและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว * **การขยายธุรกิจในต่างประเทศ:** โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และการหาโอกาสใหม่ๆ * **การลงทุนพัฒนาระบบออนไลน์:** เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลง ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น:** ทั้งต้นทุนการเช่า ค่าสาธารณูปโภค (โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าผันแปร) และค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารที่เพิ่มขึ้น * **ต้นทุนทางการเงิน:** การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง โดยเฉพาะสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้น * **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง:** ที่ยังคงรุนแรง * **ความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาค:** และกำลังซื้อของผู้บริโภค * **อัตราการเช่าพื้นที่ศูนย์การค้า:** ยังต่ำกว่าระดับปกติก่อนโควิด-19 ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** โดยเฉพาะของกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ว่าจะสามารถรักษา GPM ในระดับสูงได้ต่อเนื่องหรือไม่ * **การควบคุมต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนการจัดจำหน่าย ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และค่าสาธารณูปโภค * **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น * **การเติบโตของยอดขายออนไลน์:** และประสิทธิภาพของช่องทางนี้ * **แผนการขยายสาขา:** ทั้งในและต่างประเทศ และผลตอบแทนจากการลงทุน * **การฟื้นตัวของอัตราการเช่าพื้นที่ศูนย์การค้า:** สู่ระดับปกติ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) **ธุรกิจค้าส่ง (แม็คโคร):** * **รายได้จากการขายเติบโต 12.1%** เป็น 60,311 ล้านบาท จากการเติบโตของแม็คโครประเทศไทย 10.6% (ยอดขายในสาขา 5.5% และสาขาใหม่ 9 สาขา) รวมถึงการเติบโตของยอดขายออนไลน์และ Delivery 5.1% การเติบโตของธุรกิจต่างประเทศ (กัมพูชา, เมียนมา, อินเดีย) และฟูดเซอร์วิสที่ฟื้นตัวดีกว่าก่อนโควิด-19 จากกลุ่มโฮเรก้า * **GPM ทรงตัวที่ 10.6%** เพิ่มขึ้นเพียง 0.1 จุด จาก 10.5% * **ต้นทุนจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 23.2%** เป็น 5,670 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายสาขาใหม่ ค่าไฟฟ้า ค่าภาษีที่ดิน ค่าใช้จ่ายธุรกิจออนไลน์ และค่าปรับปรุงร้าน * **EBITDA เพิ่ม 10.7%** เป็น 3,096 ล้านบาท * **กำไรสุทธิทรงตัวที่ 1,573 ล้านบาท** เพิ่มขึ้นเพียง 0.1% แม้ธุรกิจฟูดเซอร์วิสและต่างประเทศดีขึ้น แต่ถูกหักล้างด้วยค่าใช้จ่ายลงทุนธุรกิจออนไลน์ โครงการใหม่ ค่าปรับปรุงร้าน ค่าภาษี และค่าสาธารณูปโภค **ธุรกิจค้าปลีก (Lotus's):** * **รายได้จากการขายเติบโต 5.8%** เป็น 49,851 ล้านบาท เติบโตทุกช่องทาง โดยเฉพาะออนไลน์ Lotus's Thailand เติบโต 60.0% * **รายได้ค่าเช่าและบริการศูนย์การค้าเพิ่ม 53.9%** เป็น 3,327 ล้านบาท โดยมีอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy rate) ที่ 91.0% ซึ่งดีขึ้นต่อเนื่อง แต่ยังต่ำกว่าระดับปกติที่ 96.0% * **GPM สูงที่ 19.1%** เพิ่มขึ้นจาก 18.0% ในไตรมาสก่อน * **EBITDA เพิ่ม 18.3%** เป็น 5,364 ล้านบาท คิดเป็น 10.0% ของรายได้รวม * **กำไรสุทธิ 29 ล้านบาท** ได้รับผลกระทบหลักจากอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 535,771 ล้านบาท ลดลง 5.9% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่ลดลง 41,070 ล้านบาท จากการจ่ายชำระเงินกู้ยืม การลงทุน และการจ่ายเงินปันผล หนี้สินรวมอยู่ที่ 246,921 ล้านบาท ลดลง 12.1% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักจากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินและเจ้าหนี้การค้า ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 288,850 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.1% จากกำไรจากการดำเนินงานที่ชดเชยกับการจ่ายเงินปันผล สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 5,161 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 12,610 ล้านบาท (ส่วนใหญ่ซื้อที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน) และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 33,129 ล้านบาท (ส่วนใหญ่จ่ายคืนเงินกู้ยืม จ่ายปันผล และชำระหนี้เช่า) ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 40,492 ล้านบาท เหลือ 24,063 ล้านบาท ## สรุปท้าย CPAXT ในไตรมาส 3 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งจากการรวมธุรกิจค้าปลีกเข้ามา แต่กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยสะท้อนถึงแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งต้นทุนการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงิน แม้ GPM จะปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากกลุ่มธุรกิจค้าปลีก แต่การบริหารจัดการต้นทุนและการควบคุมค่าใช้จ่ายจะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนผลกำไรในระยะต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจและลงทุนในช่องทางออนไลน์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจมหภาคและภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPAXT ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
134,656.47 ล้านบาท
↑ 0.8% YoY
กำไรขั้นต้น
17,416.43 ล้านบาท
↓ 7.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.93 %
กำไรสุทธิ
2,562.96 ล้านบาท
↓ 35.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.90 %
D/E Ratio
0.92
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
134,656
↑ + 0.8% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
17,416
↓ -7.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,563
↓ -35.3% YoY
D/E Ratio
0.92

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPAXT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
134,656.47
+0.77%
133,625.23
+3.90%
128,612.74
+3.81%
123,891.79
+23.38%
100,411.06
+75.71%
57,147.46
+2.35%
กำไรขั้นต้น
17,416.43
-7.88%
18,906.95
+10.40%
17,125.60
+4.55%
16,380.45
+13.80%
14,393.44
+101.94%
7,127.64
+1.95%
ค่าใช้จ่ายรวม
17,815.42
+3.67%
17,184.72
+5.48%
16,291.79
-0.78%
16,419.25
+27.57%
12,870.95
+179.37%
4,607.20
+1.24%
กำไรสุทธิ
2,562.96
-35.27%
3,959.77
+20.66%
3,281.63
+32.78%
2,471.43
-72.82%
9,094.01
+326.97%
2,129.87
+3.44%
กำไรต่อหุ้น
0.25
-35.26%
0.38
+20.63%
0.32
+32.91%
0.24
-72.82%
0.87
+327.45%
0.20
+3.55%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
12.93
-8.62%
14.15
+6.23%
13.32
+0.76%
13.22
-7.75%
14.33
+14.92%
12.47
-0.40%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
13.23
+2.88%
12.86
+1.50%
12.67
-4.38%
13.25
+3.35%
12.82
+59.06%
8.06
-1.10%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
1.90
-35.81%
2.96
+16.08%
2.55
+28.14%
1.99
-78.04%
9.06
+142.90%
3.73
+1.08%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
3.13
-12.57%
3.58
+21.36%
2.95
-17.60%
3.58
3.58
3.58
ROA(%)
3.09
-12.96%
3.55
+9.91%
3.23
-9.01%
3.55
3.55
3.55
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.92
+10.84%
0.83
-1.19%
0.84
+1.20%
0.83
0.83
0.83
P/E
15.22
-46.99%
28.71
+75.70%
16.34
-44.72%
29.56
-55.28%
66.10
+126.29%
29.21
+18.35%
P/BV
0.55
+7.84%
0.51
0.51
-65.31%
1.47
-92.69%
20.12
+115.42%
9.34
+14.60%
BV
28.49
-1.96%
29.06
29.06
+6.68%
27.24
+492.17%
4.60
+8.75%
4.23
+11.02%
YIELD(%)
3.38
-29.14%
4.77
4.77
+281.60%
1.25
+15.74%
1.08
-55.56%
2.43
-21.61%
ราคาหุ้น
15.70
-42.39%
27.25
+0.93%
27.00
-32.50%
40.00
-4.76%
42.00
+6.33%
39.50
+27.42%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.92
ROE (%)
3.13
ROA (%)
3.09
Book Value/หุ้น
29.06

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPAXT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
74,374.92
+11.14%
66,922.79
-12.79%
76,738.97
-12.15%
87,355.38
-20.59%
110,000.26
+289.37%
28,251.03
+21.08%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
502,295.90
+4.73%
479,607.89
+3.45%
463,632.11
+0.51%
461,287.85
+0.39%
459,490.16
+249.86%
45,783.12
+16.47%
รวมสินทรัพย์
576,670.82
+5.51%
546,530.68
+1.14%
540,371.08
-1.51%
548,643.23
-3.66%
569,490.42
+256.85%
74,034.15
+18.19%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
131,245.02
+6.84%
122,837.53
+3.97%
118,149.77
+30.17%
90,763.16
-23.34%
118,211.07
+192.06%
40,554.73
+23.83%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
145,038.97
+15.96%
125,076.05
-2.85%
128,748.80
-22.88%
166,949.45
+2.68%
162,780.99
+1,400.50%
10,768.91
+17.59%
รวมหนี้สิน
276,283.99
+11.44%
247,913.58
+0.41%
246,898.57
-4.20%
257,712.60
-8.28%
280,992.06
+447.49%
51,323.64
+22.47%
รวมส่วนของเจ้าของ
300,386.83
+0.59%
298,617.10
+1.75%
293,472.51
+0.87%
290,930.62
+0.84%
288,498.36
+166.48%
22,710.52
+9.53%
D/E
0.92
0.83
0.84
0.89
0.97
2.26
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
3.13
3.58
2.95
3.58
3.58
3.58
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
3.09
3.55
3.23
3.55
3.55
3.55
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.57
0.54
0.65
0.54
0.54
0.54
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.14
0.18
0.29
0.18
0.18
0.18
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
2.35
1.77
0.00
1.85
2.56
2.59
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
34.85
31.07
0.00
32.69
36.94
27.80
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
68.52
67.50
0.00
69.32
82.91
55.42
วงจรเงินสด
-31.32
-34.66
0.00
-34.77
-43.41
-25.02
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+17,369
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+6,378
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPAXT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
17,369.04
+140.44%
7,223.83
-11.26%
8,140.07
-39.04%
13,353.03
+146.02%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
6,377.67
-51.64%
13,187.43
-7.41%
14,243.17
-722.55%
-2,287.89
-26.90%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
37,869.12
+51.85%
24,938.61
+108.20%
11,978.05
-321.30%
-5,412.60
-26.88%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
64,247.04
+69.69%
37,860.56
-27.62%
52,310.11
0.00
-100.00%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
40,103.17
-41.48%
68,529.59
+553.67%
10,483.77
+118.40%
4,800.16
-5.80%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
31,707.29
-20.94%
40,103.17
-37.88%
64,554.89
+515.76%
10,483.77
+118.40%