บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
14.90
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4804 out_tok=2457 at=2026-07-27T09:07:28 -->
# CPAXT กำไร Q2/2564 โต 9.1% รับแรงหนุนแม็คโครไทย-ต่างประเทศฟื้น
## รายได้รวมโต 7.3% สวนทางโควิด-19 หลังฐานปีก่อนต่ำจากล็อกดาวน์
บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 1,287 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ภาพรวมจะยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง โดยรายได้รวมปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.3% เป็น 54,956 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจแม็คโครประเทศไทยที่ฐานปีก่อนต่ำจากการล็อกดาวน์ และการเติบโตของธุรกิจฟูดเซอร์วิส
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ CPAXT ในไตรมาส 2 ปี 2564 ให้เติบโต 9.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **การฟื้นตัวของยอดขายธุรกิจแม็คโครประเทศไทย** ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากมาตรการล็อกดาวน์ในปีก่อน ประกอบกับการ **ลดลงของผลขาดทุนสุทธิในกลุ่มธุรกิจแม็คโครต่างประเทศ**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของกำไรสุทธิในไตรมาสนี้เป็นผลมาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ:
* **การฟื้นตัวของแม็คโครประเทศไทย:** ยอดขายรวมเพิ่มขึ้น 7.0% เป็น 53,813 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการเปรียบเทียบกับฐานที่ต่ำในปีก่อน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ การปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าอุปโภค และการควบคุมการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้กลุ่มลูกค้าโฮเรก้า (โรงแรม, ร้านอาหาร, ผู้จัดเลี้ยง) ชะลอตัวอย่างมาก ในขณะที่ไตรมาสนี้ แม้จะยังมีความเสี่ยงจากโควิด-19 แต่มาตรการต่างๆ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานเท่าปีก่อน ประกอบกับการปรับกลยุทธ์การขายและการตลาดของกลุ่มฟูดเซอร์วิสที่ช่วยลดผลกระทบได้
* **การลดลงของผลขาดทุนในแม็คโครต่างประเทศ:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลขชัดเจน แต่ระบุว่ากลุ่มธุรกิจแม็คโครต่างประเทศมีผลขาดทุนสุทธิลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งส่งผลดีต่อภาพรวมกำไรสุทธิของบริษัท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่าการเติบโตในไตรมาสนี้จะได้รับแรงหนุนจากการเปรียบเทียบกับฐานที่ต่ำในปีก่อน แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงรุนแรงในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในระยะต่อไปได้ ฝ่ายจัดการระบุว่าผลประกอบการยังคงได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์การควบคุมโรคและมาตรการของภาครัฐอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2564 เติบโต 9.1% YoY** อยู่ที่ 1,287 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q2/2564 เพิ่มขึ้น 7.3% YoY** แตะ 54,956 ล้านบาท
* **ยอดขายแม็คโครประเทศไทยฟื้นตัว 7.0% YoY** จากฐานปีก่อนต่ำจากมาตรการล็อกดาวน์
* **ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 9.9% YoY** เป็น 4,561 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายพิเศษ BCM เพิ่มขึ้น
* **EBITDA Q2/2564 เพิ่มขึ้น 5.0% YoY** อยู่ที่ 2,647 ล้านบาท
* **ผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2564 กำไรสุทธิโต 5.6% YoY** อยู่ที่ 3,021 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 CPAXT มีรายได้จากการขายรวม 53,813 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจแม็คโครประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบอย่างมากจากมาตรการล็อกดาวน์ในปีก่อน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าโฮเรก้า ประกอบกับการปรับกลยุทธ์ของกลุ่มธุรกิจฟูดเซอร์วิสที่ช่วยลดผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 เมื่อรวมกับรายได้ค่าบริการและรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น 21.6% ทำให้รายได้รวมอยู่ที่ 54,956 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารรวมเพิ่มขึ้น 9.9% เป็น 4,561 ล้านบาท คิดเป็น 8.3% ของรายได้รวม โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและกิจกรรมทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขาย รวมถึงค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนพนักงาน และค่าใช้จ่ายพิเศษในการบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCM) เพื่อรองรับสถานการณ์โควิด-19
ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 1,287 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากการเติบโตของกลุ่มธุรกิจฟูดเซอร์วิสและกลุ่มธุรกิจแม็คโครต่างประเทศที่ลดผลขาดทุนลง
สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 111,053 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 3,021 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย:** หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และมาตรการผ่อนคลาย จะส่งผลดีต่อกำลังซื้อและการกลับมาดำเนินธุรกิจของกลุ่มลูกค้าโฮเรก้า ซึ่งเป็นฐานลูกค้าสำคัญของแม็คโคร
* **การขยายธุรกิจฟูดเซอร์วิส:** กลยุทธ์การขายและการตลาดที่ปรับปรุงอย่างต่อเนื่องในกลุ่มฟูดเซอร์วิส มีโอกาสช่วยเพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งการตลาดได้
* **การขยายสาขา:** การเพิ่มจำนวนศูนย์จำหน่ายสินค้าแม็คโครในประเทศไทยอีก 2 สาขาเมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนถึงการขยาย Capacity เพื่อรองรับความต้องการที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่ที่รุนแรงขึ้นในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ที่บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ อาจส่งผลกระทบต่อยอดขาย การดำเนินงาน และต้นทุนในการบริหารจัดการความปลอดภัย
* **กำลังซื้อของผู้บริโภค:** ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและผลกระทบจากโควิด-19 อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย
* **ต้นทุนการดำเนินงาน:** ค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายพิเศษในการบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ อาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรในระยะสั้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** แนวโน้มการควบคุมโรค และผลกระทบต่อมาตรการของภาครัฐ
* **การฟื้นตัวของกลุ่มลูกค้าโฮเรก้า:** การกลับมาของนักท่องเที่ยว และการผ่อนคลายมาตรการสำหรับภาคบริการ
* **ประสิทธิภาพของกลยุทธ์การขายและการตลาด:** โดยเฉพาะในกลุ่มฟูดเซอร์วิส และการกระตุ้นยอดขายในภาพรวม
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานภายใต้ภาวะวิกฤต
* **ผลประกอบการของแม็คโครต่างประเทศ:** แนวโน้มการลดผลขาดทุน หรือการกลับมาทำกำไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้และยอดขายต่อสาขาเดิม (SSS):** รายได้จากการขายรวมเติบโต 7.0% YoY เป็น 53,813 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการเปรียบเทียบกับฐานที่ต่ำในปีก่อนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์อย่างรุนแรง โดยเฉพาะในเดือนเมษายน 2563 การเติบโตนี้สะท้อนถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการดำเนินงานของลูกค้ากลุ่มโฮเรก้า แม้จะยังมีความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19
**จำนวนสาขา/Capacity:** จำนวนศูนย์จำหน่ายสินค้าแม็คโครในประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น 138 สาขา จาก 136 สาขาในปีก่อน แสดงถึงการขยาย Capacity เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
**อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 9.6% เท่ากับปีก่อน แม้รายได้จะเติบโต แต่ต้นทุนขายก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามสัดส่วน ทำให้ GPM ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
**ต้นทุนแรงงาน/ค่าใช้จ่ายบริหาร:** ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 9.9% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนพนักงานที่ขยายตัว และค่าใช้จ่ายพิเศษในการบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCM) ซึ่งเป็นผลมาจากการระบาดของโควิด-19
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยละเอียดในส่วนนี้)
## สรุปท้าย
CPAXT สามารถพลิกฟื้นกำไรสุทธิให้เติบโต 9.1% ในไตรมาส 2 ปี 2564 โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการฟื้นตัวของยอดขายแม็คโครประเทศไทยที่เปรียบเทียบกับฐานต่ำในปีก่อน และการลดลงของผลขาดทุนในธุรกิจต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงอยู่ และต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPAXT ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
134,656.47
ล้านบาท
↑ 0.8% YoY
กำไรขั้นต้น
17,416.43
ล้านบาท
↓ 7.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.93
%
กำไรสุทธิ
2,562.96
ล้านบาท
↓ 35.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.90
%
D/E Ratio
0.92
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
134,656
↑ + 0.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
17,416
↓ -7.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,563
↓ -35.3%
YoY
D/E Ratio
0.92
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPAXT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.92
ROE (%)
3.13
ROA (%)
3.09
Book Value/หุ้น
29.06
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPAXT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+17,369
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+6,378
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPAXT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — | — |
17,369.04
+140.44%
|
7,223.83
-11.26%
|
8,140.07
-39.04%
|
13,353.03
+146.02%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — | — |
6,377.67
-51.64%
|
13,187.43
-7.41%
|
14,243.17
-722.55%
|
-2,287.89
-26.90%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — | — |
37,869.12
+51.85%
|
24,938.61
+108.20%
|
11,978.05
-321.30%
|
-5,412.60
-26.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — | — |
64,247.04
+69.69%
|
37,860.56
-27.62%
|
52,310.11
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — | — |
40,103.17
-41.48%
|
68,529.59
+553.67%
|
10,483.77
+118.40%
|
4,800.16
-5.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — | — |
31,707.29
-20.94%
|
40,103.17
-37.88%
|
64,554.89
+515.76%
|
10,483.77
+118.40%
|