บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
18.20
+0.10 (+0.55%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5503 out_tok=2600 at=2026-07-25T13:14:34 -->
# CK กำไรสุทธิปี 64 พุ่ง 48% รับรายได้พิเศษ-ส่วนแบ่งกำไรบวก
## รายได้พิเศษ-ส่วนแบ่งกำไรหนุนกำไรสุทธิ CK โต 48% ขณะรายได้ก่อสร้างลดลงตามปิดโครงการ
บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 905.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 293.54 ล้านบาท หรือ 47.95% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้เงินชดเชยดอกเบี้ยจากค่างานก่อสร้าง และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม รายได้จากสัญญาก่อสร้างรวมลดลง 27.15% เนื่องจากหลายโครงการใกล้ปิดงาน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ CK ในปี 2564 เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การรับรู้รายได้พิเศษจากเงินชดเชยดอกเบี้ยและส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทร่วม** ซึ่งชดเชยกับรายได้จากธุรกิจหลักคือการก่อสร้างที่ลดลง
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 47.95% มาจาก **รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น** โดยเฉพาะ **รายได้เงินชดเชยดอกเบี้ยจากค่างานก่อสร้างจำนวน 382.91 ล้านบาท** ซึ่งเป็นผลมาจากคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเกี่ยวกับหนี้เงินค่าก่อสร้างที่เกิดจากการขยายระยะเวลาสัญญาในโครงการทางพิเศษสายบางพลี-สุขสวัสดิ์ นอกจากนี้ **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมก็เพิ่มขึ้น 27%** โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลประกอบการที่ดีขึ้นของบริษัท ซีเคพาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีปริมาณการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น แม้ว่าบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ก็ตาม
ในทางกลับกัน **รายได้จากสัญญาก่อสร้างลดลง 27.15%** เนื่องจากหลายโครงการสำคัญ เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย และโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี กำลังจะปิดโครงการ ขณะที่โครงการใหม่บางส่วนยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และบางโครงการเพิ่งลงนามสัญญาในช่วงปลายปี 2564 ทำให้การรับรู้รายได้ยังไม่มากนัก
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** รายได้พิเศษจากเงินชดเชยดอกเบี้ยเป็นรายการที่เกิดขึ้นจากคำพิพากษาศาล ซึ่งอาจไม่สามารถคาดการณ์การเกิดซ้ำได้ในอนาคต ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม โดยเฉพาะจากธุรกิจโรงไฟฟ้า มีแนวโน้มที่จะเติบโตได้ต่อเนื่องหากปริมาณการผลิตไฟฟ้ายังคงสูง แต่ผลประกอบการของบริษัทร่วมอื่นๆ อาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจและโควิด-19 ดังนั้น การเติบโตของกำไรในอนาคตจึงยังต้องพิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้ประกอบกัน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 เติบโต 47.95%** อยู่ที่ 905.70 ล้านบาท จาก 612.16 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้จากสัญญาก่อสร้างลดลง 27.15%** อยู่ที่ 12,198.80 ล้านบาท เนื่องจากโครงการหลักใกล้ปิดงาน
* **ต้นทุนรับเหมาก่อสร้างลดลง 26.76%** สอดคล้องกับรายได้ แต่ **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง** จาก 8.39% เป็น 7.90%
* **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 30.89%** โดยมีปัจจัยหลักจากเงินชดเชยดอกเบี้ย 382.91 ล้านบาท
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 27%** จากผลประกอบการที่ดีขึ้นของ CKP
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 5.56%** จากค่าใช้จ่ายพนักงานที่ลดลง
* **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) เพิ่มขึ้น** จาก 1.32 เท่า เป็น 1.39 เท่า แต่ยังต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 905.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.95% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้รวม 14,419.29 ล้านบาท ลดลง 21.81% จาก 18,442.21 ล้านบาทในปี 2563 ต้นทุนในการรับเหมาก่อสร้างลดลง 26.76% มาอยู่ที่ 11,235.50 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 31.45% มาอยู่ที่ 963.30 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 8.39% เป็น 7.90% อย่างไรก็ตาม รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 30.89% โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้พิเศษเกี่ยวกับดอกเบี้ยรับและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น 27% ทำให้กำไรจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้น 18.13% และเมื่อรวมส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม ทำให้กำไรสุทธิก่อนหักภาษีเงินได้และรายการอื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่:** แม้โครงการเดิมจะใกล้ปิด แต่มีโครงการใหม่ที่เพิ่งลงนาม เช่น โครงการก่อสร้างทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในอนาคต
* **การเติบโตของธุรกิจโรงไฟฟ้า:** บริษัท ซีเคพาวเวอร์ (CKP) ซึ่งเป็นบริษัทร่วม มีแนวโน้มผลประกอบการที่ดีขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตไฟฟ้า ซึ่งจะส่งผลดีต่อส่วนแบ่งกำไรของ CK
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหาร แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการควบคุมต้นทุนของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพารายได้จากโครงการก่อสร้าง:** การลดลงของรายได้จากสัญญาก่อสร้างเป็นความเสี่ยงสำคัญ หากไม่มีโครงการใหม่เข้ามาทดแทนในปริมาณที่เพียงพอ
* **ความล่าช้าของโครงการ:** โครงการก่อสร้างใหม่ที่อยู่ในช่วงเริ่มต้น อาจมีความเสี่ยงเรื่องความล่าช้าในการดำเนินงาน ซึ่งจะส่งผลต่อการรับรู้รายได้และต้นทุน
* **ต้นทุนการก่อสร้างที่อาจปรับตัวสูงขึ้น:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่ต้นทุนวัสดุก่อสร้างและแรงงานที่อาจผันผวนเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19:** ยังคงเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทร่วม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างใหม่ โดยเฉพาะโครงการทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ
* แนวโน้มผลประกอบการของบริษัท ซีเคพาวเวอร์ (CKP) และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไร
* การบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้างและอัตรากำไรขั้นต้น
* การหาโครงการใหม่ๆ เพื่อทดแทนรายได้จากโครงการที่กำลังจะปิด
* การบริหารจัดการกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**รายได้จากสัญญาก่อสร้าง:** ลดลง 27.15% เป็น 12,198.80 ล้านบาท เนื่องจากโครงการหลัก เช่น รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย และโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี ใกล้ปิดโครงการ ในขณะที่โครงการใหม่ เช่น ศูนย์เรียนรู้ฯ และอุโมงค์ส่งน้ำฯ ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และโครงการทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ เพิ่งลงนามสัญญาปลายปี 2564 ทำให้การรับรู้รายได้ยังไม่มากนัก
**ต้นทุนและกำไรขั้นต้น:** ต้นทุนรับเหมาก่อสร้างลดลง 26.76% สอดคล้องกับรายได้ แต่ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 8.39% ในปีก่อนหน้า เป็น 7.90% ในปี 2564
**รายได้อื่น:** เพิ่มขึ้น 30.89% เป็น 2,220.49 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักคือรายได้เงินชดเชยดอกเบี้ย 382.91 ล้านบาท จากข้อพิพาทคดีค่าก่อสร้าง
**ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** เพิ่มขึ้น 27% เป็น 1,087.89 ล้านบาท โดยหลักมาจากผลประกอบการที่ดีขึ้นของ CKP จากปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 83,420.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.78% ส่วนใหญ่มาจากสินทรัพย์ที่รับรู้จากต้นทุนการก่อสร้างที่ค้างจ่าย และเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มทุนในบริษัทหลวงพระบางพาวเวอร์ จำกัด หนี้สินรวมอยู่ที่ 57,312.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.43% จากเงินรับล่วงหน้าค่าก่อสร้างและการออกหุ้นกู้ ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 0.62% เป็น 26,107.96 ล้านบาท เนื่องจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนที่ลดลงเป็นหลัก
อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 1.39 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.32 เท่าในปี 2563 แต่ยังคงต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ 3.00 เท่า
สำหรับกระแสเงินสด ในปี 2564 บริษัทมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 1,879.39 ล้านบาท เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมลงทุน 613.02 ล้านบาท และเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 467.45 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 793.45 ล้านบาท โดยคงเหลือ 6,772.39 ล้านบาท ณ สิ้นปี
## สรุปท้าย
CK ปิดปี 2564 ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 47.95% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายได้พิเศษจากเงินชดเชยดอกเบี้ยและส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทร่วม แม้ว่ารายได้จากธุรกิจหลักคือการก่อสร้างจะลดลงตามการปิดโครงการ แต่การบริหารจัดการต้นทุนและการควบคุมค่าใช้จ่ายยังคงทำได้ดี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของโครงการใหม่ๆ และแนวโน้มการรับรู้รายได้ในอนาคต รวมถึงความผันผวนของต้นทุนการก่อสร้างและผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการของบริษัทในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CK ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
10,764.79
ล้านบาท
↑ 12.3% YoY
กำไรขั้นต้น
910.56
ล้านบาท
↑ 2.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.46
%
กำไรสุทธิ
444.35
ล้านบาท
↓ 360% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.13
%
D/E Ratio
3.08
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
10,765
↑ + 12.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
911
↑ + 2.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
444
↓ -360%
YoY
D/E Ratio
3.08
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.08
ROE (%)
12.31
ROA (%)
4.84
Book Value/หุ้น
17.11
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+88
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+6,837
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
88.10
-96.44%
|
2,473.51
-39.54%
|
4,091.25
-285.76%
|
-2,202.42
-26.02%
|
-2,976.89
-54.61%
|
-6,559.04
-291.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
6,836.61
+3,273.94%
|
202.63
-81.88%
|
1,118.48
+124.64%
|
497.90
-52.95%
|
1,058.33
-18.79%
|
1,303.26
-144.18%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-12,804.49
+1,242.70%
|
-953.64
-81.34%
|
-5,111.94
-428.77%
|
1,554.87
-135.98%
|
-4,321.24
-205.89%
|
4,081.06
-1,130.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-5,946.82
-429.93%
|
1,802.47
+383,404.26%
|
0.47
-100.31%
|
-153.38
-97.53%
|
-6,198.83
+502.32%
|
-1,029.16
-2,377.91%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
10,188.33
+30.89%
|
7,784.01
+11.84%
|
6,959.72
+2.77%
|
6,772.39
-10.49%
|
7,565.84
-11.97%
|
8,595.00
+0.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
9,769.74
-4.11%
|
10,188.33
+30.89%
|
7,784.01
+11.84%
|
6,959.72
+2.77%
|
6,772.39
-10.49%
|
7,565.84
-11.97%
|