บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
18.20
+0.10 (+0.55%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6937 out_tok=2571 at=2026-07-25T04:09:15 -->
CK กำไรสุทธิครึ่งปีแรกโต 67% รับแรงหนุนรายได้ก่อสร้างพุ่ง
ฝ่ายบริหาร ช.การช่าง (CK) เผยผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2566 กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทอยู่ที่ 704 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 283 ล้านบาท หรือ 67.14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากสัญญาก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ CK ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากสัญญาก่อสร้าง** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
รายได้จากสัญญาก่อสร้างรวมอยู่ที่ 18,645 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 8,132 ล้านบาท หรือ 77.34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการที่บริษัทและบริษัทย่อยสามารถทยอยรับรู้รายได้จากโครงการก่อสร้างที่มีอยู่เดิมและโครงการใหม่ๆ ที่เริ่มดำเนินการได้มากขึ้น โดยเฉพาะโครงการสำคัญ เช่น โครงการก่อสร้างขุดคลองระบายนํ้าหลากบางบาล-บางไทร, โครงการก่อสร้างทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ (สัญญาที่ 2 และ 3), โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (สายสีม่วงใต้) และสัญญาก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังนํ้าหลวงพระบาง แม้ว่าต้นทุนในการรับเหมาก่อสร้างจะเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้ที่ 7,618 ล้านบาท แต่กำไรขั้นต้นโดยรวมยังคงเพิ่มขึ้น 513 ล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิเติบโตได้ดี
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงเล็กน้อยจาก 7.94% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 7.23% ในงวดนี้ ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากความคืบหน้าในการก่อสร้าง ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง 97 ล้านบาท เนื่องจากบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังนํ้าไซยะบุรีจากการขายไฟฟ้าที่ลดลงและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จะมีส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นก็ตาม
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มการลงทุนก่อสร้างโดยรวมที่คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐที่คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นในปี 2566 นอกจากนี้ การที่บริษัทสามารถรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ ที่กล่าวมาข้างต้น แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารจัดการโครงการและ backlog ที่มีอยู่ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนรายได้และกำไรในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดูความสามารถในการควบคุมต้นทุนก่อสร้างและผลประกอบการของบริษัทร่วมอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่น:** กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทอยู่ที่ 704 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.14% YoY
* **รายได้ก่อสร้างพุ่ง 77%:** รายได้จากสัญญาก่อสร้างอยู่ที่ 18,645 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการทยอยรับรู้รายได้โครงการใหม่และโครงการเดิม
* **ต้นทุนก่อสร้างเพิ่มตามรายได้:** ต้นทุนในการรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้น 78.71% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **กำไรขั้นต้นเพิ่ม แต่ GPM ลดลง:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 61.48% แต่ GPM ลดลงเล็กน้อยจาก 7.94% เป็น 7.23%
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลง:** ลดลง 17.50% หลักจากผลประกอบการของโรงไฟฟ้าไซยะบุรี
* **หนี้สินเพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นกู้:** หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 14.14% จากการออกหุ้นกู้ 9,000 ล้านบาท ทำให้ D/E เพิ่มขึ้นเป็น 1.83 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 19,455.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,246.19 ล้านบาท หรือ 73.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากสัญญาก่อสร้างเป็นสัดส่วนหลักถึง 95.83% ของรายได้รวม ต้นทุนในการรับเหมาก่อสร้างอยู่ที่ 17,297.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,618.40 ล้านบาท หรือ 78.71% ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1,193.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 111.13%
เมื่อหักลบต้นทุนทางการเงิน 869.94 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 25.38%) และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 32.38 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 234.16%) ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทอยู่ที่ 703.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 282.66 ล้านบาท หรือ 67.14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ:** แนวโน้มการลงทุนก่อสร้างภาครัฐที่คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นในปี 2566 เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
* **โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่:** การรับรู้รายได้จากโครงการสำคัญที่กล่าวถึง เช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้, ทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ, และโครงการโรงไฟฟ้าหลวงพระบาง จะเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้และกำไรในระยะต่อไป
* **การออกหุ้นกู้ที่ประสบความสำเร็จ:** การระดมทุน 9,000 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน และช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินเพื่อรองรับการดำเนินงานและขยายธุรกิจ
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนก่อสร้างที่ผันผวน:** แม้ว่าต้นทุนจะเพิ่มขึ้นตามรายได้ แต่ความผันผวนของราคาวัสดุและค่าแรงอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นได้
* **ผลประกอบการบริษัทร่วม:** ความไม่แน่นอนของผลประกอบการบริษัทร่วม เช่น โรงไฟฟ้าไซยะบุรี อาจส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งกำไรโดยรวม
* **อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้น MLR และการออกหุ้นกู้ใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อภาระดอกเบี้ยจ่าย
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน:** อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 1.83 เท่า แม้จะยังต่ำกว่าเกณฑ์ แต่ก็เป็นระดับที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าโครงการใหม่:** การส่งมอบงานและรับรู้รายได้จากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่สำคัญ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนก่อสร้างเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **ผลประกอบการบริษัทร่วม:** การฟื้นตัวของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม โดยเฉพาะธุรกิจโรงไฟฟ้า
* **การบริหารกระแสเงินสด:** การบริหารจัดการกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ติดลบในงวดนี้
* **การประมูลโครงการใหม่:** โอกาสในการได้งานใหม่ๆ จากการลงทุนภาครัฐและเอกชน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข backlog โดยตรง แต่การทยอยรับรู้รายได้จากโครงการใหม่หลายโครงการบ่งชี้ว่ามี backlog ที่แข็งแกร่งเพียงพอ
* **การโอน/Presale:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงยอดโอนหรือ presale โดยตรง เนื่องจากธุรกิจหลักของ CK คือการรับเหมาก่อสร้าง ไม่ใช่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** ต้นทุนในการรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้น 78.71% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย
* **D/E:** อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 1.59 เท่า เป็น 1.83 เท่า จากการออกหุ้นกู้ใหม่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม 94,264 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,114 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 โดยมีลูกหนี้การค้าและเงินจ่ายล่วงหน้าผู้รับเหมาเพิ่มขึ้นจากการรับรู้ความคืบหน้าโครงการใหม่ และการลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น
หนี้สินรวมอยู่ที่ 69,268 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,584 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 เป็นผลจากการกู้ยืมระยะสั้น เจ้าหนี้การค้า และการออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 1.83 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.59 เท่า
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 24,996 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 530 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 เป็นผลจากผลการดำเนินงานในงวดนี้
สำหรับกระแสเงินสด 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 6,597 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 316 ล้านบาท แต่มีเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 8,836 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ 1,915 ล้านบาท โดยมีเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นงวด 8,875 ล้านบาท
## สรุปท้าย
CK โชว์ผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2566 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 67.14% เป็นผลมาจากรายได้จากสัญญาก่อสร้างที่พุ่งสูงขึ้นจากการทยอยรับรู้รายได้โครงการใหญ่หลายโครงการ แม้ว่าต้นทุนก่อสร้างและต้นทุนทางการเงินจะปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย แต่การบริหารจัดการโครงการที่ยังคงทำกำไรขั้นต้นได้ และการระดมทุนที่ประสบความสำเร็จผ่านการออกหุ้นกู้ จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงด้านต้นทุนที่ผันผวน ผลประกอบการของบริษัทร่วม และการบริหารจัดการหนี้สินที่เพิ่มขึ้นอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CK ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
10,764.79
ล้านบาท
↑ 12.3% YoY
กำไรขั้นต้น
910.56
ล้านบาท
↑ 2.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.46
%
กำไรสุทธิ
444.35
ล้านบาท
↓ 360% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.13
%
D/E Ratio
3.08
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
10,765
↑ + 12.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
911
↑ + 2.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
444
↓ -360%
YoY
D/E Ratio
3.08
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.08
ROE (%)
12.31
ROA (%)
4.84
Book Value/หุ้น
17.11
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+88
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+6,837
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
88.10
-96.44%
|
2,473.51
-39.54%
|
4,091.25
-285.76%
|
-2,202.42
-26.02%
|
-2,976.89
-54.61%
|
-6,559.04
-291.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
6,836.61
+3,273.94%
|
202.63
-81.88%
|
1,118.48
+124.64%
|
497.90
-52.95%
|
1,058.33
-18.79%
|
1,303.26
-144.18%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-12,804.49
+1,242.70%
|
-953.64
-81.34%
|
-5,111.94
-428.77%
|
1,554.87
-135.98%
|
-4,321.24
-205.89%
|
4,081.06
-1,130.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-5,946.82
-429.93%
|
1,802.47
+383,404.26%
|
0.47
-100.31%
|
-153.38
-97.53%
|
-6,198.83
+502.32%
|
-1,029.16
-2,377.91%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
10,188.33
+30.89%
|
7,784.01
+11.84%
|
6,959.72
+2.77%
|
6,772.39
-10.49%
|
7,565.84
-11.97%
|
8,595.00
+0.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
9,769.74
-4.11%
|
10,188.33
+30.89%
|
7,784.01
+11.84%
|
6,959.72
+2.77%
|
6,772.39
-10.49%
|
7,565.84
-11.97%
|